แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคมะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โรคมะเร็ง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ชุดตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง ‘LadyKit’ นวัตกรรมคนไทย ไม่ต้องตรวจภายใน รู้ผลใน 5 นาที

           เด็กไทยสุดเจ๋งส่งชุดตรวจมะเร็งปากมดลูก “LadyKit” คว้ารางวัลชนะเลิศระดับประเทศ Start Up Thailand League 2018 สุดยอดผลงาน “LadyKit” ชุดตรวจมะเร็งปากมดลูกเบื้องต้นด้วยตนเอง นวัตกรรมใหม่ของไทย ใช้ง่ายไม่ต้องตรวจภายใน รู้ผลภายใน 5 นาที เตรียมต่อยอดเชิงพาณิชย์ วางจำหน่ายตามเว็บไซต์ และร้านขายยาทั่วไปได้ภายใน 2-3 ปีนี้
          ในปัจจุบันประชากรสตรีเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer) มากเป็นอันดับ 2 ของโลก และยังเป็นมะเร็งที่ประชากรสตรีไทยเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประเทศเช่นกัน จากการศึกษาทางด้านไวรัสวิทยา พบว่าเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus (HPV) โดยเฉพาะเชื้อไวรัส HPV 16 และ 18 เป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกสูงถึงร้อยละ 70 และมีอีก 13 ชนิดที่จัดเป็นเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus (HPV) ที่มีความเสี่ยงสูง (High risk type) ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้น จากเชื้อไวรัส HPV กว่า 100 ชนิด ซึ่งอุบัติการณ์โดยรวมของโรคมะเร็งปากมดลูกมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่สูงขึ้นเรื่อยๆ
          จากแบบสอบถามกลุ่มสตรีไทยอายุ 16 – 50 ปี จำนวน 300 คนพบว่า สาเหตุหลักที่สตรีไทยกลุ่มตัวอย่างนี้ส่วนใหญ่ไม่ต้องการเข้ารับการตรวจภายใน (Per-Vaginal examination: PV) และ Pap-smear ในโรงพยาบาล หรือคลินิก คือ รู้สึกเจ็บหรือเขินอายไม่กล้ารับการตรวจ (32.1%) ไม่มีเวลาไปตรวจเนื่องจากอาจจะต้องเสียเวลาในสถานพยาบาล หรือ คลินิกจนต้องหยุดงาน (29.5%) และไม่ทราบมาก่อนว่าควรได้รับการตรวจ (24.4%)
          จากปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ทีม Bionanomer นำทีมโดย นายชาวิน แดนมะตาม (คริส) นักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 1 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ พญ.ฝนทิพย์ วัชราภรณ์ กลุ่มภารกิจสุขภาพโลกมหิดล (Mahidol University Global Health) มหาวิทยาลัยมหิดล มีความคิดริเริ่มวิจัยและพัฒนานวัตกรรม “LadyKit” ขึ้นมาใน Plattform ของชุดตรวจ (Test Strip) โดยการตรวจจับ (Detect) เชื้อไวรัส Human Papilloma Virus (HPV) ในชนิดที่มีความเสี่ยงสูง (High risk type) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer)
         มีวิธีการใช้ที่ง่ายมาก และไม่ยุ่งยากซับซ้อน สามารถตรวจได้โดยหยดตัวอย่างปัสสาวะ (Urine) ลงไปในหลุมทดสอบของชุดตรวจ (Test Strip) ของ “Lady Kit” โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการตรวจภายใน (Per-Vaginal examination: PV) และ Pap-smear ในโรงพยาบาล หรือคลินิก
         คุณสมบัติเด่นของชุดตรวจ “LadyKit” คือ ง่ายต่อการใช้งาน สะดวก สบาย มั่นใจ ปลอดภัย โดยผู้ใช้สามารถทราบผลของการติดเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus (HPV) ได้ภายใน 5 นาที รวดเร็วกว่ากระบวนการคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกในสถานพยาบาล หรือการใช้ชุดตรวจมะเร็งปากมดลูกแบบดั้งเดิมที่ต้องส่งตัวอย่างเซลล์ไปที่ Lab แล้วรอผลการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก จากการติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HPV) อีกอย่างน้อยถึง 1 สัปดาห์
         ซึ่งผู้บริโภคจะสามารถเข้าถึงชุดตรวจ (Test strip) “LadyKit” ได้ง่าย โดยคาดว่าจะสามารถวางจำหน่าย ตามเว็บไซต์ และร้านขายยาทั่วไป ได้ภายใน 2 – 3 ปีนี้ ในราคาชุดละ 500 บาท สำหรับแนวทางการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ในอนาคตนั้น ทางทีม Bionanomer หวังที่จะทำวิจัยเพิ่มเติมเพื่อให้ชุดตรวจสามารถใช้ตรวจหาเชื้อ HPV ได้มากสายพันธุ์ขึ้น เพื่อเพิ่มฐานความต้องการผลิตภัณฑ์ของตลาดออกไปสู่ภูมิภาคอื่นทั่วโลก

Credit: www.hfocus.org


วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ขอเวลาไม่ถึง 15 นาที ดูคลิปนี้คุณฉุกคิดอะไรได้บ้างไหมคะ

         



           มีหลายครั้งแล้วที่มิวพยายามนำเสนอ เคสเรื่องเกี่ยวกับมะเร็ง ซึ่งหลายคนอ่านแล้วก็เกิดความตระหนักรู้ และหาประกันสุขภาพดีๆที่คุ้มครองครอบคลุม ทั้งตัวเราเอง และครอบครัว เชื่อเรื่องเคราะห์ซ้ำกรรมซัดไหมคะ หากคนไหนไม่ได้นับถือพุทธ มิวจะอธิบายอีกภาษาที่ว่า เมื่อยามที่ชีวิตเราตกต่ำ มักจะมีเรื่องร้ายๆวนเข้ามาซ้ำๆ เหมือนพวกฉลากที่ได้กลิ่นเลือดของเหยื่อ ซึ่งเหยื่อคือตัวเราเองที่กำลังอ่อนแอ

           จากคลิปจะเห็นได้ว่า คุณมะนาว ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นโรคนี้ แน่นอนว่า หลายคนก็ไม่คิด ทั้งๆที่มะเร็งเป็นโรคที่คนเป็นเยอะมาก บางทีอาจจะมากกว่าหวัดด้วยซ้ำ แถมความรุนแรงของโรคนั้นมันสาหัสมาก แต่คนมองข้าม เมื่อการมองข้ามเกิด การป้องกันก็จะไม่มี ความลำบากจากการเป็นโรคมะเร็ง ไม่ใช่แค่ตัวเราที่ทรมาน ครอบครัวก็ทรมาน คุณมะนาวโดนเพื่อนสนิทโกงเงินไป แน่นอนว่ามันกระทบ ทั้งเรื่องค่ารักษา และรายได้รายจ่ายครอบครัว เป็นมะเร็งว่าแย่ เงินรักษาตัวที่เก็บไว้ดันหายไปอีก เป็นใครก็แทบอยากตายทั้งนั้น


           และทีื่สำค้ัญถ้าคุณเป็นคนหารายได้เข้าครอบครัวเป็นหลัก คุณจะทำอย่างไรคะ เท่ากับว่ารายได้ 60-80% ของครอบครัวหายไป ไม่ได้หมายถึงช่วงการรักษาตัว ยังรวมถึงช่วงที่คุณจากไป คุณหวังพึ่งใครอยู่หรือเปล่าคะ แฟนของคุณหรือคะ ตัวคุณถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเอง คุณคิดว่าเขาและเธอ สามารถเป็นตัวแทนที่ดีของคุณใช่ไหมคะ  แต่ถ้ามันไม่เป็นแบบนั้น คุณมีแผนสองให้ครอบครัวให้คนที่รักคุณจริงๆบ้างไหม หรือถ้าคนรักของคุณดีจริง มันไม่เป็นการโยนปัญหาให้เขารับหนักไปหรือเปล่าคะ คุณได้เตรียมอะไรเพื่อเขาบ้างไหมคะ
       
         เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่ทุกอย่างที่จะหมุนต่อไปได้นั้นล้วนต้องอาศัยเงิน เลิกคิดว่ายังไม่ถึงเวลา เลิกคิดว่ามันไม่เกิด คุณเอาอะไรมาทำนายตัวคุณได้หรือคะ ว่ามันจะไม่เกิด อย่างที่บอกค่าใช้จ่ายโรคนี้หลักล้าน บัตร30บาท บัตรทองก็ถ้ามียานอกฉุกเฉิกยังไงคุณต้องเตรียมเงินจ่าย แต่ถ้าตอนนี้คุณจะลงทุนจ่ายหลักหมื่นแต่ความคุ้มครองโรคร้ายแรงมันมีตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจนลุกลาม ในหลัก 2ล้านบาทขึ้นไป สมุติคุณคิดว่าในวันที่ฝูงฉลามกำลังรุมคุณแต่ คุณดันมีเรือลำเล็กๆพาคุณส่งถึงฝั่ง ฉลามทำไรคุณไม่ได้ มากสุดแค่ว่ายวนๆสร้างความหวาดกลัว ในขณะนั้นคุณเห็นเพื่อนที่ปฏิเสธประกันโรคมะเร็ง คือคนที่อ่อนแอไม่ได้อยู่บนเรือและฉลามกำลังรุมทึ้งเขา คุณอยากเป็นเขา หรือคุณอยากอยู่บนเรือลำเล็กๆ ของคุณ

       มิวไม่ได้กำลังช่วยแค่ตัวคุณ ในเรื่องค่ารักษา มิวกำลังยืนมือว่ารองรับปัญหาเรื่องการเงินให้ครอบครัว ของคุณด้วยการวางแผนชีวิต และแผนการเงิน เชื่อเถอะค่ะ ว่าการที่เราเตรียมการอะไรล่วงหน้า มันไม่ใช่การแช่งตัวเอง มันคือการถ่ายทอดความรักของคุณให้ครอบครัวคุณ และคนที่คุณรัก เรารักเขามากเกินกว่าจะทนเห็นเค้าลำบากเพราะเราได้ เค้าเหนื่อยกับเรามากพอแล้ว ในวันที่เรารู้สึกและคิดไปเองว่าเป็นภาระของเขา อย่างน้อยๆคุณได้เตรียมการด้วยตัวคุณเองแล้วบางส่วน 

           นอกเหนือจากความรักที่มีให้ตัวเองแล้ว คุณรักและห่วงพวกเขาบ้างไหมคะ อยากให้พวกเขามีรอยยิ้มทำประกันโรคร้ายตั้งแต่เนิ่นๆ โรคร้านระยะต้นรักษาหายขาด และจะไม่มีอะไรพรากคุณไปจากพวกเขา รักษาตัวเอง รักษารอยยิ้มครอบครัว รอยยิ้มของคนที่คุณรัก เอาไว้ตอนนี้เลยค่ะ


คำว่าเดี๋ยวก่อนไม่เคยทำให้อะไรดีขึ้น โรคร้ายไม่ฟังคำคุณหรอกค่ะ
มีแต่มิวนี่แหละค่ะที่ฟังคุณเพราะถ้าคุณตรวจเจอแล้ว
มิวก็ช่วยอะไรไม่ได้นอกจากฟังคุณจริงๆ

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม

LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844


วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เพียงเสี้ยวนาทีคุณก็สามารถกำหนดชีวิตและอนาคตตัวเองได้

           
               เวลาของคนเราทุกคนมีเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง ซึ่งในระยะเวลาเท่าๆกันนี้ บางคนมองว่ามันช่างยาวนาน บางคนมองว่าเดี๋ยวๆก็หมดวัน แต่เชื่อว่ามีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ในชั่วโมงที่เรากำลังนั่งปั่นงาน ในชั่วโมงที่เรากำลังนอนตื่นสาย ในชั่วโมงที่เรากำลังหัวเราะ ใช่แล้ว เมื่อสักไม่กี่นาทีก่อน คนๆนั้น เขาก็หัวเราะเหมือนพวกเรา แต่หลังจากผลตรวจสุขภาพประจำปีออกมา รอยยิ้มของเขาได้หายไป

             ทำไมรอยยิ้มของเขาหายไปเพียงเสี้ยวนาทีที่เปิดอ่าน ผลตรวจสุขภาพที่ บอกว่า ปอดของเขาได้หายไปครึ่งหนึ่ง ทั้งๆที่เขาไม่เคยสูบบุหรี่เลย ทั้งๆที่เขา ยังอายุน้อย เค้าไม่เคยคิด ว่าตัวเองจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเขาอธิษฐาแลกเวลาเพียงเสี้ยวนั้น จรดปากกาในการทำประกัน ในวันนั้น มันก็คงดี
การทำประกัน ไม่ได้ทำให้มะเร็งหาย แต่มันหมายถึง เงินรักษา และการเงินของครอบครัวคุณ

             การตรวจสุขภาพประจำปี ไม่ได้ทำให้พบมะเร็งแต่เนิ่นๆ แต่มักจะเป็นการพบมะเร็งในระยะสุดท้าย เพราะการตรวจสุขภาพประจำปี จะตรวจเพียง
1 ตรวจร่างกายโดยแพทย์
2 เอกซเรย์ปอด
3 ปัสสาวะ
4 ความสมบูรณ์เม็ดเลือด
5 คลื่นไฟฟ้าหัวใจ
6 การทำงานตับไต
7 ระดับน้ำตาลและไขมัน
        ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเป้าหมายการตรวจจะเป็นการตรวจทั่วไปๆ ไม่ได้มีการเน้นในโรคมะเร็งเลย แต่จะเน้นค้นหาโรคที่รักษาได้ดีเช่นเบาหวาน ความดัน ไขมัน ฯลฯ ซึ่งเจอบ่อยมากคุ้มค่าในการจะตรวจหา
ดังนั้นการตรวจสุขภาพจึงไม่ครอบคลุมโรคทุกโรค ในความเป็นจริงมันครอบคลุมน้อยมาก แต่สำคัญเพราะโรคที่ตรวจไปนั้นเหล่านั้นมันรักษาเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆในอนาคตได้ และการตรวจต่างๆก็มีข้อจำกัดมากมายอย่างเช่นเอกซเรย์ปอดที่ยกตัวอย่างไปแล้ว

        และเช่นเดียวกับการทำประกันโรคมะเร็ง ปัจจุบันประเทศไทยรณรงค์ ให้ไปตรวจเลือดเพื่อค้นหาสารบ่งชี้ของเชื้อมะเร็งได้ตามโรงพยาบาลเอกชน สิ่งที่คนทั่วไปคิดคือ "ไม่เอาอ่ะแพง" "ยังไม่จำเป็น" "ฉันไม่มีความเสี่ยง" และอีกมากมายที่จะเป็นข้ออ้างในการไม่จ่ายเงินส่วนนี้ นี่ก็เป็นอีกส่วนของการตัดสินใจเพียงเสี้ยวที่ส่งผลกระทบให้คุณทั้งชีวิต 
       หากคุณ กำลังอ่านบทความนี้ และคุณไม่มีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษามะเร็ง เสี้ยวนาทีที่ความคิดตกตะกอน มิวอยากแนะนำคุณว่า คุณควรเรียกตัวแทนของคุณมาทำประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษามะเร็งที่ดี จากนั้นเมื่อประกันมีความคุ้มครองตามเงื่อนไขระยะเวลา คุณควรไปตรวจหาสารบ่งชี้ความเสี่ยงมะเร็ง ยอมเสียเงินส่วนนี้ทุกปี มันคงไม่แพงเท่าไรเมื่อเทียบกับชีวิตทั้งชีวิตของคุณ ถ้าเป็นประกันรักษาทันที ถ้าไม่ก็ควรไปตรวจทุกปี ย้ำว่าทุกปี

        คุณเสียเงินให้กับเรื่องรอบตัวๆ ความสุขฉาบฉวยมาเยอะ ลองตัดสิ่งไม่จำเป็นพวกนั้นออกไป แล้วหันมาเสียเงินให้สุขภาพตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ เสี้ยวนาทีหลังจากอ่านบทความนี้ แล้วทำตามที่มิวบอก ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปทันที ไม่มีใครบนโลกนี้ช่วยคุณได้ ถ้าคุณไม่ทำมันด้วยตัวเองตอนนี้เลย 

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม

LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561

(ข่าว) กรมการแพทย์ เผยผลการทดลอง สมุนไพรหมอเเสง ไม่ยับยั้งเซลล์มะเร็ง!!!


        วันที่ 24 เม.ย. 61 ที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี หลังจาก นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ , นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ , นพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ ผอ.สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และนายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือหมอแสง ได้หารือกันในเรื่องผลการทดลองของกรมการแพทย์ ว่าสมุนไพรของหมอแสงนั้นสามารถยับยั้งมะเร็งได้หรือไม่

 ผลการทดลองในหลองทดลอง ยับยั้งเซลล์มะเร็งไม่ได้

          หลังจากหารือเสร็จ เมื่อเวลา 12.00 น. นพ.ณรงค์ ก็กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “กรมฯ ได้นำตัวอย่างสมุนไพรนายแสงชัยมาทดลองในลักษณะตัวยาที่มีความเข้มข้นต่างกัน แยกเป็นที่อยู่ในสารน้ำ ในเลือด และปริมาณที่มีความเข้มข้นสูงๆ แล้วนำสมุนไพรนี้ไปทดสอบกับเซลล์มะเร็ง 7 แบบ คือ มะเร็งเต้านม 3 ชนิด มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ และมะเร็งกระเพาะอาหาร

“ผลการทดลองในหลอดทดลองพบว่า ฤทธิ์ของสมุนไพร ไม่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้ แต่กรมการแพทย์แผนไทยฯ ก็ได้ศึกษาต่อในเรื่องของคุณภาพชีวิต ก็พบว่าสามารถใช้ได้”



        ส่วนจะมีการวิจัยในสัตว์ทดลอง หรือคนต่อไปหรือไม่  นพ.ณรงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยกันอีก เพราะมีหลายมุมมอง แต่สิ่งที่คุยกับหมอแสงไปแล้ว ก็คือ ผู้ป่วยอย่ารักษาด้านใดด้านหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยในระยะสุดท้าย จะรับยานายแสงชัย เพื่อประคับประคองก็ได้ แต่หากเป็นระยะต้น ควรรักษาแบบคู่ขนาน ซึ่งนายแสงชัยก็เห็นด้วย

ก่อนที่ นพ.ณรงค์ สรุปว่า จากผลการทดลอง สมุนไพรของหมอแสงนั้นไม่มีพิษ สามารถเข้าสู่ร่างกายไม่เป็นพิษ แต่ไม่ได้ฆ่าเซลล์มะเร็ง


หมอแสง โต้ ผลที่ออกมา เป็นเพียงการวิจัยในหลอดทดลอง

       ส่วนหมอแสง กล่าวว่า สิ่งที่กรมการแพทย์ฯ นำไปทดลองนั้น ก็เป็นเพียงการวิจัยในหลอดทดลอง เพราะเมื่ออยู่ในหลอดทดลองก็อยู่แค่นั้น แต่ถ้าเข้าร่างกายแล้วมันก็ไปตามเส้นเลือด

       ก่อนจะกล่าวต่อไปว่า ยืนยัน ถ้าไม่ถูกห้าม ก็แจกสมุนไพรต่อไป เพราะเป็นความหวังของประชาชน ส่วนเรื่องสูตรจะขายให้ต่างชาติหรือไม่นั้น ก็ไม่แน่ หากหมอไทยบอกไม่ได้ผล เราจะเก็บสูตรไว้ทำไม ที่ผ่านมามี รพ.จากอเมริกา มาเฝ้าทุกระยะเพื่อติดต่อขอซื้อ แต่ตนยังไม่อยากขาย กลัวคนไทยไม่มีกิน และจะไปแจกต่อที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในวันที่ 2 พ.ค. นี้

       มื่อถามว่าผลการทดลองที่ออกมานายแสงชัยจะต้องมีการชี้แจงต่อประชาชนที่รอรับสมุนไพรอย่างไร นายแสงชัย กล่าวว่า ประชาชนเขาไม่ต้องการคำชี้แจงหรอก เขาต้องการรู้แค่ว่าตนต้องการจะแจกยาต่อหรือไม่เท่านั้นเอง เมื่อถามต่อว่าผลทดลองบอกไม่ได้ผลในการฆ่าเซลล์มะเร็ง ดังนั้นจะปรับกลุ่มการแจกสมุนไพรหรือไม่ นายแสงชัยกล่าวว่า ถ้าผู้ป่วยเขาพร้อมจะไปรับเราก็ให้ หรือถ้าเขาสะดวกก็ไปที่สถาบันมะเร็งซึ่งรักษาทุกระยะ ไม่มีไล่กลับบ้าน รับได้หมด ทั้งนี้ยืนยันว่าผู้ป่วยที่มารับสมุนไพรนั้นนั้นไม่มีการทิ้งการรักษาแผนปัจจุบัน แต่มีคนป่วยที่หมดทางรักษาแล้วอยู่ในมือเราหลายพันคน เป็นมะเร็งรวมๆ สมุนไพรเราเองก็ไม่มีสูตรแยกว่าเป็นมะเร็งชนิดไหน รวมมั่ว มะเร็งก็คือไวรัส เราไม่ใช่หมออย่าไปแยกมัน มะเร็งคือไวรัสชนิดหนึ่งเราก็ฆ่ามันเท่านั้นเอง

       เมื่อถามต่อว่าเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนจริงๆ จะต้องขยายผลทดลอง หรือร่วมกับภาครัฐในการทดลองหรือไม่ นายแสงชัย กล่าวว่า เรื่องการขยายผลจริงๆ อยู่ที่ภาครัฐ ตนมีแค่หน้าที่ผลิต ซึ่งก็ทำมาตลอด แต่ก็บอกทุกครั้งว่าให้รักษาควบคู่กันไป ตนบอกตลอดว่าไม่ใช่หมอ แต่เป็นผู้แบ่งปันคนหมดหนทาง ไม่เป็นไร เรายังเดินหน้าแจกต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่ไหว และคิดว่าเร็วๆ นี้คงจะไม่ไหว วันนี้กำลังการผลิตอยู่ที่ 4 แสนเม็ดต่อเดือน สำหรับกรณีมีคนตั้งข้อสังเกตเรื่องว่าทำไมต้องมีการลงบันทึกประจำวันนั้นก็คงต้องไปถามคนที่ตั้งคำถามว่าคนที่ผ่าตัดในรพ.ที่ผ่าตัดในรพ.ทำไมต้องให้ญาติเซ็น คนจะตาย ตายแล้วไม่เดือดร้อนเราให้แค่นี้พอ พอแจ้งความแล้วตำรวจจะรู้ยอดคนจะได้ให้การดูแลได้ ที่มาของยา 6 เม็ด เพราะมันไม่พอเลยแบ่งจาก 10 เม็ดเหลือ 6 เม็ด

       นายแสงชัย กล่าวต่อว่า ที่รัฐทำคือทดลองในหลอดทดลอง จะเอามาทดลลองในคนไม่ได้ เพราะผิดจริยธรรม แต่ตนได้ทดลองในคน ซึ่งอาการแย่อยู่แล้ว    เริ่มต้นก่อนจะแจกไม่ใช่ว่าไม่ทดลอง เราทดลองตามผู้ป่วยติดเตียง ตามบ้าน ตามวัดที่ใกล้เสียชีวิต ก็พบว่ามีเสียชีวิตประมาณ 300-500 คน  แต่เราเอาผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่มีทางรอด ตายแน่ๆ ญาติยอมเราก็ให้กิน

      ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่านี่ถือเป็นการวิจัยแล้วใช่หรือไม่ นายแสงชัยกล่าวว่า อันนั้นคือคิดการใหญ่ใจต้องถึง มัวแต่ไปรอภาคส่วนรัฐที่ต้องรอทดลองในหลอดทดลองแล้ว สัตว์น้อย สัตว์ใหญ่ ตนไม่เอาหรอก ตนจะรักษาคน ไม่ได้รักษาสัตว์ ไม่ได้รักษาสัตว์ทดลอง ก็เลยเอาคนจริง และเมื่อถามต่อว่าในการทดลองในคนได้มีการขออนุญาตก่อนหรือไม่ นายแสงชัยกล่าวว่า ต้องขออนุญาตใคร ก็ขออนุญาตญาติเขาแล้ว ซึ่งเราไม่กังวลว่ามันเป็นการวิจัยในมนุษย์

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก : www.khaosod.co.th

จากใจของ Blogger ชลชนิต FA AIA
        เอาเป็นว่า ไม่รู้ว่าผลการทดลอง เป็นอย่างที่กรมการแพทย์เผย หรือ เป็นอย่างที่หมอแสงโต้ แต่ที่รับรู้กันได้คือ ยาหมอแสง ให้คุณค่าทางใจ ทำให้ผู้ป่วยมีกำลังใจ อันนี้แน่นอนและเห็นชัด แต่ ตัวผู้ป่วยเองไม่ควรเลือกการรักษาขาดเพียงทางหมอแสงทางเดียว ควรรักษาคู่ขนาดกับแผนปัจจุบันด้วย ตามที่หมอแสงบอกนะคะ



วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561

เนื้อหมูคู่ครัวไทย ภัยเงียบคู่กายคุณ


            เนื้อหมูจัดเป็นพระเอกในอาหารไทยส่วนใหญ่ รวมถึงคนไทยยังนิยมบริโภค ผลิตภัณฑ์ จากเนื้อหมูทั้งในรูปแบบ เนื้อสดเพื่อประกอบอาหาร และเนื้อหมูแปรรูปลักษณะต่างๆ จึงทำให้เราสามารถเลือกซื้อได้อย่างง่าย ในตลาด หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไป แต่เมื่อมองถึงประเด็นสุขภาพ หลายครั้งที่หมู ถูกยกขึ้นมาถกเถียงว่า เป็นประโยชน์หรือโทษกันแน่ แต่ในกลุ่มสุขภาพจริงๆ จะไม่ทานเนื้อหมูเลย 

            อาหารสุขภาพเป็นอาหารที่องค์การอนามัยโลกได้แนะนำให้รับประทาน  เพื่อลดการเกิดโรคเรื้อรังและโรคมะเร็ง ได้มีการศึกษาสองการศึกษา โดยศึกษาผลของการรับประทานเนื้อหมูเนื้อแดง และอาหารสำเร็จรูป(ได้แก่ไส้กรอก แฮม)โดยการศึกษาระยะยาวถึง 22-28 ปี โดยการศึกษาของ Dr An Pan (Harvard School of Public Health, Boston, MA) และ Dr Dean Ornish (Preventive Medicine Research Institute, Sausalito, CA)ผลสรุปว่า


         การรับประทานหมูเนื้อแดง และอาหารสำเร็จรูปจะเพิ่มอัตราการเสียชีวิต และอัตราการเกิดโรคมะเร็ง การรับประทานหมูเนื้อแดงหนึ่งมื้อต่อวันจะเพิ่มอัตราการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 เสียชีวิตจากโรคหัวใจร้อยละ 16 และอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 และจากการศึกษาพบว่าทดแทนการรับประทานหมูเนื้อแดงด้วยปลา หรือไก่ หรือ ถั่ว หรืออาหารไขมันต่ำจะลดอัตราการเสียชีวิต อัตราการเกิดโรคหัวใจ และโรคมะเร็ง

สาเหตุมาจาก
  • เชื่อว่าในหมูเนื้อแดงจะมีไขมันอิ่มตัวซึ่งเป็นผลเสียต่อสุขภาพ
  • ในหมูเนื้อแดงมี hemeซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญเนื้อแดงเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโรค
  • การปรุงอาหารต้องใช้อุณหภูมิสูงซึ่งจะทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง
  • และที่สำคัญคือสารเร่งเนื้อแดง

         โดยนายแพทย์นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า หากได้รับสารเร่งเนื้อแดงในระยะยาว และมีสารเร่งเนื้อแดงตกค้างอยู่ในร่างกาย ผู้บริโภคอาจมีผลข้างเคียงทำให้มีอาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระวนกระวาย วิงเวียน ซึ่งเป็นอันตรายมากกับผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคต่อมไทรอยด์ และโรคลมชัก 

          วิธีแก้ก็แสนจะเบสิคง่ายๆ รับประทานเนื้อหมู ที่ได้มาตรฐานรับรอง หรือเป็นไปได้พยายามลดการบริโภคเนื้อหมูลง แล้วบริโภคปลาแทน ออกกำลังกายบ่อยๆ ทานน้ำ ทานผักเยอะๆ เพื่อสุขภาพที่ดีห่างไกลจากโรคภัย และมะเร็งตัวร้าย YOU ARE WHAT YOU EAT เราจะไม่เป็นหมูที่แข็งแรง 


ขอบคุณภาพประกอบจาก Google และ Sticker Line หมูจอมป่วนของคุณฐิติพร

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม

LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2561

ทำงานบริษัทน้ำมัน เงินเดือนดีจริง แต่ชีวิตของคุณล่ะ!!!



          นักศึกษาจบใหม่หลายๆคน หลายคน มุ่งเป้าไปที่ บริษัทยักษ์ใหญ่ และเงินเดือสูงๆ หนึ่งในนั้น แน่นอนว่าต้องมีบริษัทผลิตน้ำมันชื่อดังต่างๆ ซึ่งบางสาขาต้องทำงานใกล้โรงกลั่นน้ำมัน ด้วยความภาคภูมิใจของตัวเอง และพ่อแม่ บางคนก้าวเข้าไปทั้งที่รู้ บางคนก้าวเข้าไปเพราะไม่รู้ โดยเฉพาะสาขาที่ทำงานอยู่ใกล้โรงกลั่น
         ทุกๆอย่างบนโลก มันเหมือนเหรียญ คือมีสองด้าน โรงกลั่นน้ำมันมีมลสารที่ก่อให้เกิดมลพิษสูง 14 ประเภท  ซึ่งมลสารที่เป็นอันตรายมากคือสารเร่งปฏิกิริยา ที่ใช้ในหน่วยผลิตต่างๆ เป็นสารจำพวกโลหะหนัก เมื่อใช้ไประยะหนึ่งจะเสื่อมสภาพลง ฝุ่นของสารเร่งปฏิกิริยาก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อนัยน์ตาและระบบทางเดินหายใจ เมื่อหายใจเข้าไปเป็นเวลาต่อเนื่องนานๆ นอกจากนี้สารเร่งปฏิกิริยาบางตัวนั้นจัดเป็นสารที่ก่อ "มะเร็ง"  

         มลสารที่กลายสภาพเป็นฝุ่น หรือละอองนี้ นอกจากจะฟุ้งไปในอากาศแล้ว การกระจายตัวยังไปไกลได้หลายกิโลเมตร แน่นอนว่าพวกอาคารบริหารงานที่ไม่ใช่ตัวโรงกลั่น หรือชาวบ้านระแวกนั้น สูดเข้าปอดไปเต็มๆ เมื่อนานวันเข้า (ขึ้นอยู่กับการใช้สภาพร่างกายเราด้วย) จะพบได้ว่าบุคลากรส่วนใหญ่มักจะต้องเสียเงินไปกับการรักษาโรคมะเร็ง มาถึงจุดนี้ เชื่อว่าบางคนอาจจะคิดว่า มันคุ้มนะ ที่ระยะนึง ฉันเคยมีเคยเป็นคนที่อยู่ตรงนั้น แต่บางคน กลับบอกว่า "มันไม่คุ้มเอาเสียเลย"  นี่ขนาดยังไม่รวมการตกค้างของสารภายพิษขากน้ำมันในรูปแบบอื่นๆนะ


        ส่วนตัวมิวคิดว่ามีคนเอา เงินเยอะๆ และหน้าตาทางสังคม  มาวางกองตรงหน้า แล้วบอกว่า "คุณได้ทั้งหมดนี่ แต่แลกกับชีวิตที่สั้นลง และความทรมานจากโรค" มิวคงขอเลือกเป็นคนธรรมดาที่มีความสุขกับโลกนี้ กับครอบครัวที่เรารักได้นานๆ ดีกว่า แต่ถ้าเข้าทำงานนี้แล้ว หรือกำลังจะเริ่ม อ่านบทความอยู่ คุณมีวิธีคือ หาประกันที่คุ้มครองด้านการรักษาโรคมะเร็ง ที่เป็นสัญญาระยะยาว    เอาไว้ก่อนเลย เกิดวันนึงฝันร้ายกลายเป็นจริงขึ้นมา เงินที่คุณเก็บไว้จะอยู่เหมือนเดิม ประกันที่คุณทำ จะจ่ายเงินตรงส่วนนี้ให้คุณเอง ตัดความกังวลเรื่องรายจ่ายครอบครัวที่มากขึ้นจากค่ารักษาพยาบาลไปได้  




ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844


วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2561

หมอแสง ยาเทวดาของฟรีที่ดี แต่มีค่าใช้จ่ายโสหุ้ยมากมาย

                                                                              ถ้าพูดถึงหมอแสง หลายคนรู้เลยว่าท่านคือความหวัง เป็นแสงสว่างของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ยาของหมอช่วยให้ผู้ป่วยดีขึ้น หมอท่านแจกยาฟรี เดือนละ 10 เม็ด คนต่างจังหวัดต่างมุ่งตรงมาค้างอ้างแรมเพื่อรอคิวรับยา คุณหมอท่านเปิด โอกาสให้ผู้ป่วยรับยาก่อน โดยมีช่วงเวลา ระบุเด่นชัดแน่นอน พร้อมทั้งการลงทะเบียนก่อนวันจ่ายยา

จำนวนคนที่เข้ามารอคิวรับยาของหมอแสง
             หลายครั้งที่จำนวนประชากร แออัด ผู้ป่วยหลายคนมีอาการช็อค บางคนถึงกับเสียชีวิต ซึ่งเป็นความสูญเสียที่ตัวคุณหมอ ตัวผู้ป่วย และญาติเองไม่ต้องการให้เกิดขึ้น  ในบรรยากาศ แสดงให้เห็นว่าโรคมะเร็ง จำนวนผู้ป่วยมีมากกว่าที่คิด พื้นที่ของสถานที่กว้างเท่าไรก็ดู จะไม่พอต่อคนที่มารอข้ามวันข้ามคืน

จำนวนคนที่เข้าคิวรอรับยาของหมอแสง 
               นอกจากนั้น ในบริเวณสถานที่ทุกอย่าง ล้วนแล้วแต่ต้องมีค่าใช้จ่าย และเป็นค่าใช้จ่ายที่มีมูลค่า แพงกว่าสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ แต่ที่นี่ไม่ใช่สถานที่เที่ยว ในทางกลับกันค่าใช้จ่ายยังแพงกว่าด้วย เช่น ห้องน้ำๆ เฉพาะการขับถ่าย คิด 10 บาท อาบน้ำซึ่งไม่ใช่ประปาเป็นน้ำคลองอีก 20 บาท การชาร์ทแบทต่างๆ ก็มีเรทราคาที่แตกต่างกันไป มันเป็นธรรมดาที่สถานที่ทุกสถานที่ต้องมีค่าดูแล และบำรุงรักษา นี่ยังไม่รวมค่าเต้นนอน ค่าเดินทาง ค่าโสหุ้ยต่างๆ อีก

ผู้คนต่างค้างคืนเพื่อรอยาของหมอแสง
                   บางคนก็นอนวัดใกล้ๆ อันนี้ฟรี ข้าวก็ฟรี แต่บรรยากาศมันช่างตึงเครียด ทุกคนต่างรอคอย แทบไม่มีกระจิตกระใจ จะยิ้มหัวเราะ พูดคุย ถึงมีก็น้อยเต็มที แถมอยู่กันทีไม่ใช่แค่วันสองวัน บางคนอยู่มาเป็นสัปดาห์ เพื่อรอต่อคิวแค่ช่วงเวลาหนึ่งๆตามที่หมอกำหนด ต่อแถวเรียงคิวเท่านั้นไม่มีบัตรคิวให้ ที่พูดมาไม่ใช่หมอแสงไม่ดีนะ ดี เสียงส่วนมากก็ว่าดี ไม่ว่าจะดีที่ยาจริงๆ หรือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้ป่วย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ดี


        มาถึงตรงนี้ จะบอกว่าเกี่ยวอย่างไรกับการทำประกันชีวิต หมอแสงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำประกันชีวิต ท่านไม่มีส่วนได้เสียอะไรทั้งนั้น แต่วงเงินทุนประกันต่างหากที่มีผลต่อผู้ทำประกันคุ้มครองโรคร้ายโดยตรง อย่างน้อยๆ คุณจะมีเงินก้อนนึงเป็นเงินที่ใช้ ตอนที่คุณเดินทางมาต่อคิวรับยาหมอแสง ไหนจะค่ากินอยู่ ค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง หรือแม้กระทั่ง ค่าใช้จ่ายยามฉุกเฉิน กรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ขณะรับยาหมอ และที่สำคัญไปกว่านั้น หมอแสงท่านก็เป็นมนุษย์ วันนึงที่หมอแสงไม่อยู่แล้ว ใครจะช่วยรักษาให้คุณล่ะ.......คิดกันรึยัง

          ตอนนี้ยังไม่มีโรคมะเร็งในตัวคุณ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่มันจะน่ายินดีกว่านี้ ถ้าคุณไม่มองข้ามการทำประกันโรคมะเร็ง คุณรู้ไหม ในครอบครัวคุณถ้ามีคนๆนึงเป็นมะเร็ง โอกาสเสี่ยงโรคมะเร็งของญาติสายตรงจะอยู่ที่ 80/20 แปดสิบคือโอกาสที่จะเป็น คุณคิดว่ามันน่ากลัวไหมล่ะ สำหรับคนที่ครอบครัวไม่มีใครเป็นมะเร็ง ยินดีด้วยค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าจะพ้น



          ตอนนี้ปัจจัยรอบตัวล้วนมีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดมะเร็งได้ทั้งนั้น  อัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปัจจุบันจะอยู่ที่ยอดเฉลี่ย 1 รายทุก 8 นาที โรคนี้ทำผู้ป่วยมีความทุกข์ทรมานมาก โดยเฉพาะอาการปวดจากอวัยวะภายในที่เซลล์มะเร็งลุกลามไป  ซึ่งจัดว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน่ากลัว แถมจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ก็เพิ่มแบบทวีคูณในทุกๆปี แต่หลายๆคนกลับมองข้าม คุณก็เป็นหนึ่งในนั้นหรือเปล่าคะ

#รักตัวเองให้ครบทุกด้าน
#ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท 

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561

อยากให้เคสนี้เป็นอุทาหรณ์ คนแข็งแรง ใช่ว่าจะพ้นจากมะเร็ง



ทุบโต๊ะข่าว:นายแบบหุ่นล่ำป่วยมะเร็ง!แฟนเปิดใจโรคมาไม่รู้ตัวยันแข็งแรงแต่ช็อกเมื่อตรวจเลือด28/11/60
     
         หลังจากที่มิวหายหน้า หายตาไปสักพัก ไม่รู้ทำไมช่วงนี้พบลูกค้าไม่มีวันหยุด บางครั้งลูกค้าก็พาไปที่บ้านของคนที่ลูกค้ารู้จักบ้าง หาประกันให้สำหรับตัวลูกค้าเองบ้าง
         แต่สิ่งที่มิวแปลกใจทุกครั้งยามที่ มิวยืนเรื่องสิทธิ์ความคุ้มครอง ในกรณีเมื่อป่วย หรือถูกตรวจพบว่าเป็นมะเร็ง ลูกค้าส่วนใหญ่จะพูดว่า "ไม่เอาตัวนี้...อายุแค่นี้ไม่เป็นหรอกมะเร็ง" "ออกกำลังทุกวันไม่เป็นหรอกมะเร็ง" หรือ "นี่กินคลีนแถมตรวจสุขภาพทุกปี หมอบอกแข็งแรง"
          เชื่อว่าผู้ป่วยมะเร็งหลายๆคน ก็เคยมีความคิดนี้เข้าในหัว ใครหรอ ใครล่ะ ที่จะการันตีเรื่องนี้ให้คุณได้ ว่าคุณจะไม่เจอเจ้ามะเร็งนี่ ไม่มีใครการันตีได้เลย

แล้วไปเอาความมั่นใจผิดๆแบบนี้มาจากไหน

         เพราะตอนนี้รายจ่ายเยอะอ่ะ.....ยังไม่เอาดีกว่า เสียเงินเปล่าๆ ทำมาก็ไม่ได้ใช้ หลายๆคนที่มีความคิดประมาทๆ แบบนี้ พอตรวจเจอว่าเป็นมะเร็ง นอกจากตกใจว่าความตายมายืนโบกมือไหวๆ ส่งยิเมหวานๆให้  อยู่ตรงหน้า ยังหน้าซีดกับราคาค่าใช้จ่ายในการรักษา มันเร็วไปใช่ไหม เตรียมใจไม่ทันใช่ปะ

        จริงๆ มันไม่เร็วหรอกคุณ เพียงแต่คุณเลือกที่จะมองข้ามมันไปเองมากกว่า คิดว่าคุณ หรือใครก็ตามไม่ได้โชคร้ายขนาดนั้น จะเอาอย่างไรดีล่ะทีนี้ ว่าแล้วยกหูโทร คุณมิวๆพี่อยากทำประกันโรคมะเร็ง ยังรับทำอยู่ไหม....? รับค่ะ ยังรับทำ แต่เขาให้ทำเฉพาะกับคนที่มีสุขภาพแข็งแรงเท่านั้น ต่อให้ไปอีกสิบๆบริษัทประกันก็ไม่มีใครเสี่ยงจะยืนข้างๆคุณ


         ว่าแล้วสุภาษิตที่ว่า "วัวหายแล้วล้อมคอก" ก็วิ่งวนๆอยู่ในหัวตลอดเวลา อยากจะร้องไห้ อยากจะอ้อนวอนขอ เราเห็นใจคุณนะ แต่บริษัทไม่รับทำจริงๆ ไม่ใช่ว่าเล่นตัว หรือกลั่นแกล้ง เราบอกเราเตือนคุณแล้ว แต่คุณเลือกจะไม่ฟัง 
        จึงอยากให้เห็นว่ามะเร็ง เป็นโรคใกล้ตัว แต่ไกลใจ ของเรา คุณไม่มีทางรู้ว่าร่างกายส่วนไหน หรืออวัยวะส่วนไหนกำลังบ่มเชื้อมันอยู่ ต่อให้คุณรักษามันจนหาย บริษัทประกันก็ยังไม่รับทำให้คุณ เพราะถือว่าคุณคือกลุ่มเสี่ยง มีความเสี่ยงจะกลัมาเป็นอีกครั้ง ซึ่งมีหลายเคสมากๆ ที่หายแล้ว จากอวัยวะนี้ 
ตรวจเจออีกทีไปอยู่อวัยวะอื่น 


         ทำประกันการรักษาเรื่องโรคมะเร็งเถอะค่ะ มันจะช่วยคุ้มครองเรื่องค่าใช้จ่าย หลายๆส่วนให้ท้งผู้ป่วยเอง และครอบครัว อย่ามองว่าไม่จำเป็น อย่ามองว่าไม่เกิดกับตัวเอง เรื่องร้ายๆ โชคร้ายๆ มักจะมาแบบไม่ให้เรารู้ตัว บางทีก็โผล่มาในช่วงชีวิตที่เรามีความสุขที่สุด การรักตัวเองไม่ใช่แค่การดูแลสุขภาพ
บางทีมันก็อยู่ในรูปแบบกระดาษแผ่นหนึ่ง ที่มีอำนาจพอจะช่วยเหลือคุณยามคุณลำบาก

#รักตัวเองให้ครบทุกด้าน
#ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท 

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844


วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2561

มะเร็งในเด็ก ภัยร้ายทำลายหัวใจพ่อแม่

         เป็นเรื่องที่น่าตกใจ และน่าสนใจ(ในเชิงระวัง) เกี่ยวกับ "มะเร็งในเด็ก" ในยุคสมัยหนึ่ง มะเร็งถูกจำกัดความว่าจะเกิดกับ ผู้ใหญ่ วัย 40 ปลายๆไปแล้ว เพราะเป็นการสั่งสมของเสียในร่างกายมาเป็นระยะเวลานานจึงเกิดเชื้อร้าย แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ ควบคู่กับวิวัฒนาการทางโลก(โรคก็ด้วย)ิจึงทำให้ต้องตระหนักว่า มะเร็ง ไม่ได้ถูกจำกัดแค่วงผู้ใหญ่เสียแล้ว 

สำรวจสถิติมะเร็งในเด็ก
         สำหรับสถิติโรคมะเร็งในโรงพยาบาลรามาธิบดี จากการจัดทำทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาล ซึ่งได้มีการอ้างอิงการจัดกลุ่มแบบ ไอซีซีซี ( ICCC, International Classification of Childhood Cancer) พบสถิติผู้ป่วยเด็กโรคมะเร็งอายุระหว่างแรกเกิด ถึง 15 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยและรักษา ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี ระหว่างปี 2554-2558 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 472 คนพบเพศชายมากกว่าเพศหญิง เล็กน้อย โดยพบจำนวนผู้ป่วยเด็กชาย 271 คน(57.4%) และผู้ป่วยเด็กหญิง 201 คน (42.6%) 

        อัตราการเกิดโรคมะเร็งของเด็กในแต่ละช่วงอายุ
  • 8% เกิดในอายุต่ำกว่า 1 ปี
  • 36.2% อายุอยู่ระหว่าง 1-4 ปี
  • 28.2% อยู่ในช่วง 5-9 ปี
  • และ 27.6% อยู่ในช่วงอายุ 10-15 ปี

มะเร็งในเด็กมีอะไรบ้าง
      องค์กรระหว่างประเทศในการจัดแบ่งชนิดมะเร็งในเด็กทั้งหมดเป็น ๑๒ ชนิด ซึ่งชนิดของโรคมะเร็งในเด็กทั่วโลกคล้ายคลึงกัน แต่อาจแตกต่างในลำดับของการเกิด สำหรับประเทศไทย จากทะเบียนผู้ป่วยมะเร็ง จัดทำโดย สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข รายงานในปี ค.ศ. 2007 พบการเกิดโรค เรียงตาม ๑๒ ลำดับที่พบบ่อย ดังนี้
  • โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia)
  • โรคเนื้องอก/มะเร็งสมอง (Brain tumors)
  • โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)
  • โรคมะเร็งประสาทซิมพาทีติค ชนิด นิวโรบลาสโตมา
  • โรคมะเร็งลูกตา ชนิดเรติโนบลาสโตมา (มะเร็งจอตา โรคตาวาว)
  • โรคมะเร็งไตชนิดวิมทูเมอร์ (Wilms’tumor)
  • โรคมะเร็งตับ ชนิด เฮปาโตบลาสโตมา (Hepatoblastoma)
  • โรคมะเร็งกระดูกชนิด ออสติโอซาร์โคมา(Osteosarcoma) และ ชนิด อีวิง (Ewing’s saroma)
  • โรคมะเร็งกล้ามเนื้อ ชนิด แรบโดไมโอซาร์โคมา (Rhabdomyosarcoma)
  • โรคมะเร็งของอวัยวะ/เนื้อเยื่อต่างๆ ชนิด เจิมเซลล์ (Germ cell tumors)
  • โรคมะเร็งเยื่อบุผนังอวัยวะ ชนิด คาร์ซิโนมา
  • โรคมะเร็งชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากที่ได้กล่าวแล้วทั้งหมด


     โรคมะเร็งในเด็กแบ่งตามกลุ่มอายุ 0-4 ปี, 5-9 ปี และ 10-14 ปี เรียงลำดับของชนิดโรคที่พบบ่อย 3 อันดับแรกมีดังนี้นี้กลุ่มเด็กอายุ 0-4 ปี พบผู้ป่วยเด็กชนิด มะเร็งสมอง (brain tumor) (43 คน), มะเร็งตาชนิด retinoblastoma (41 คน) และ Sympathetics nervous system (22 คน) กลุ่มเด็กอายุระหว่าง 5-9 ปี พบชนิดมะเร็งสมอง (45คน), มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (19คน) และมะเร็งกระดูก (19คน)สำหรับกลุ่มเด็กโต อายุระหว่าง 10-14 ปี พบชนิดมะเร็งสมอง (40คน), มะเร็ง Germ cell(35คน),และ Carcinoma (24คน),ตามลำดับ

สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งในเด็ก
ในปัจจุบันการหาสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งในเด็กยังไม่ทราบชัดแน่นอน แต่เชื่อกันว่าน่าจะเกิดมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยมีปัจจัยเสี่ยง ที่สำคัญคือ ความผิดปกติทางพันธุกรรมชนิดถ่ายทอดได้ หรือเรียกง่ายๆว่า ถ่ายทอดมาจากทางพันธุกรรมนั่นเอง                                  
                                                                              วิธีการรักษา
โรคมะเร็งในเด็กส่วนใหญ่มีความรุนแรงของโรคสูง แต่ก็มีโอกาสรักษาหายได้ โดยจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ระยะของโรค ชนิดของเซลล์มะเร็ง ธรรมชาติของโรคมะเร็ง ความสามารถในการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อมะเร็งออก การตอบสนองต่อเคมีบำบัด อายุ และสุขภาพของเด็ก หลักในการรักษามะเร็งในเด็กจะใช้วิธีเดียวกับโรคมะเร็งในผู้ใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันสามารถทำได้ มี 3 วิธีหลัก ๆ ได้แก่ การผ่าตัด  การใช้เคมีบำบัด และวิธีรังสีรักษา โดยในวิธีรังสีรักษา จะใช้ก็ต่อเมื่อมะเร็งที่พบมีความรุนแรงโรคสูง เมื่อโรคย้อนกลับเป็นซ้ำ โรคเกิดการแพร่กระจาย ไม่สามารถผ่าตัดได้ และโรคมีอาการดื้อต่อเคมีบำบัดนั้นเอง                                                                                   
                                                                                     แนวทางป้องกัน                                         

 การป้องกันโรคมะเร็งในเด็ก เป็นเรื่องยาก ปัจจุบันยังไม่มีวิธีไหนที่สามารถป้องกันโรคมะเร็งในเด็กได้อีกทั้งการตรวจคัดกรองโรงมะเร็งในเด็กก็ยังไม่มี ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดที่ทำได้คือ ให้เด็กหลีกเลี่ยงจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ หรือสารก่อมะเร็ง จากอาหาร น้ำดื่ม  และสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวและโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงสารก่อมะเร็งชนิดต่างๆ เช่น  อาหารสำเร็จรูป บุหรี่ และเหล้า ก็จะดีที่สุด              
  







                                                                                     อ่านแล้วอยากให้คุณพ่อคุณแม่ หลายๆคนได้คิดว่า มะเร็งในเด็ก จะเป็นอีกหนึ่งอุปสรรค ที่แย่งชิงความสดใส และโอกาสในการทำกิจกรรม หรือการเรียนรู้ของลูกๆ น่าแปลก มะเร็ง มักชอบจะมาในช่วงที่ชีวิต ไม่ได้เตรียมรับมือกับมัน เราคงทำได้แค่กันเค้าให้พ้นจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ แต่ถ้าวันหนึ่ง มันมาเยือนถึงครอบครัวเราล่ะ คุณพ่อคุณแม่เตรียมรับมือกับเรื่องแบบนี้ไว้อย่างไรบ้างคะ 




Credit ข้อมูล : 
1. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคมะเร็ง
2. http://amprohealth.com/cancer/pediatric/
3.http://haamor.com/th/%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81/


#มะเร็งในเด็ก

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2561

NCDs โรคนี้เกิดจากพฤติกรรม แต่ประกันก็คุ้มครอง

         โรคกลุ่ม NCDs เป็นโรคที่เกี่ยวกับนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนินชีวิต ซึ่งโรคกลุ่มนี้จะค่อยๆสะสมอาการ ค่อยเกิด ค่อยทวีความรุนแรง และเมื่อมีอาการของโรคแล้วจะเกิดการเรื้อรังของโรคตามมาด้วย ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและทันเวลา จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินชีวิตของผู้ป่วยและคนรอบข้าง และพบว่าผู้ป่วยจำนวนมากเสียชีวิตด้วยโรคกลุ่มนี้ โดยเฉพาะคนไทย 
โรคในกลุ่ม NCD มีอะไรบ้าง
  1. โรคเบาหวาน
  2.  โรคความดันโลหิตสูง 
  3. โรคหลอดเลือดหัวใจ 
  4. โรคหลอดเลือดสมอง 
  5. โรคไตเรื้อรัง
  6.  โรคไขมันในเลือดสูง
  7.  โรคมะเร็ง
  8.  โรคทางพันธุกรรม 
  9. โรคตับแข็ง 
  10. โรคสมองเสื่อม (อัลไซเมอร์) 
           สาเหตุของโรคมาจากพฤติกรรมแบบไหน

          โรคกลุ่ม NCDs สามารถป้องกันได้โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเสียใหม่ เช่น การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที/ครั้ง 5ครั้ง/สัปดาห์ งดดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน มัน และเค็มจัด หลีกเลี่ยงอาหารปิ้งย่าง ไม่รับประทานอาหารหรือเนื้อสัตว์แบบสุกๆดิบๆ รับประทานผักและผลไม้มากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่นอนดึกเกินไป ไม่เครียด ไม่ซื้อยากินเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เป็นต้น


 แต่ถ้าเป็นโรคในกลุ่มนี้ อัตราค่ารักษาพยาบาลโรค NCDs หลักล้านก็เอาแทบไม่อยู่นะคะ


แล้วเราจะรอให้วันนั้นมาถึงโดยที่ไม่เริ่มทำอะไรเลยหรือ
NCDs โรคนี้ประกันคุ้มครอง
#โรคNCDsประกันคุ้มครองไหม
#ประกันชีวิต 

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.thaibreastcancer.com/970/
ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่
https://www.facebook.com/AIAchonchanit/

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844
ที่มา :- สสส.