แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การออมเงิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การออมเงิน แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เชื่อหรือไม่...คนไทยทั้งประเทศ 88% มีเงินในบัญชีไม่ถึง 5 หมื่นบาท

               เงินไม่ใช่ทุกสิ่งนะ แต่ทุกสิ่งมันซื้อได้ด้วยเงินนี่นา บางทีเราอาจจะจัดลำดับความสำคัญในการวางแผนการใช้เงินที่ผิดเพี้ยนไป นิดหน่อย เราทุ่มให้กับความต้องการต่างๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า ก็ทำงานมาเหนื่อยให้กำไรชีวิตตัวเองหน่อย จะเป็นอะไรไป รู้ตัวอีกที ของสะสม ก็เต็มห้อง เกินความจำเป็นต้องใช้ แต่ไม่เกินมูลค่าทางใจ แต่อย่าลืมว่าของทุกอย่าง ย่อมมีความเสื่อมและหมดอายุ หมดความนิยม แล้วยามที่เราลำบาก จะขายของสิ่งนั้น ถ้าไม่เฉพาะกลุ่มเฉพาะทาง คงพูดยากเรื่องกำไร
             

              ตอนนี้คนไทยเรา มีบัญชีรวมทุกธนาคาร ประมาณ 83 ล้านบัญชี (ดูรวย) แต่เงินฝากในบัญชี 88% ดันมีไม่ถึง 5 หมื่นบาท ที่กล่าวว่า 83 ล้านบัญชีนั้น เป็นเพียงแค่ บัญชีประเภทฝากออมทรัพย์ ยังไม่ได้รวม ประเภท ฝากประจำ และประเภทจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ก็ถ้ารวมกันทั้งหมด จะอยู่ที่ 94.5  ล้านบัญชี

            เราจะกล่าวถึงแค่ในส่วนเงินฝาก จำนวนบัญชีเงินฝากที่ยอดไม่ถึง 5 หมื่น มีสัดส่วนสูงถึง 73 ล้านบัญชี บางคนอาจจะเถียงว่า หรอ แต่ของฉันนะมีหลักแสนนะ ค่ะ เช่นกัน เมื่อรวมเข้ากับคนที่มียอดเงินไม่ถึง 1 ล้าน ทั้งหมด (ยอดเงินในบัญชี 0 บาท - 9 แสน) ก็จะคิดเป็น 99% ในขณะที่จำนวนบัญชีออมทรัพย์ ที่มีเงิน มากกว่า 1 ล้านบาทขึ้นไป มีสัดส่วนจำนวนบัญชีแค่ร้อยละ 1 เท่านั้น แต่กลับมีเงินในบัญชีกลุ่มนี้รวมมากถึง 4.9 ล้านล้าน บาท
         
           นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังจำแนก ออกว่าเงินแต่ละช่วงมีกี่บัญชีให้ดู เรามาดูกันหน่อยว่าเราอยู่กลุ่มไหน แล้วมีเพื่อนร่วมชะตากรรมกันเท่าไร (ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2561 )

ข้อมูลเดิม ณ ปี 2559

  • ไม่เกิน 5 หมื่นบาท      :    73 ล้านกว่าบัญชี
  • 5 หมื่นบาท - 1แสนบาท :  3 ล้านกว่าบัญชี
  • 1แสยบาท - 5 แสนบาท  :  4ล้านกว่าบัญชี
  • 5แสนบาท - 1 ล้านบาท  :  9แสนกว่าบัญชี 
  • 1 ล้านบาท - 500 ล้านบาท++ : 9 แสนบัญชี
           อยากเป็นหนึ่งในจำนวนคนที่อยู่ 2 ยอดสุดท้ายไหม รู้ไหมว่าการฝากเงินในบัญชีธนาคาร มันมีเงินจำนวนหนึ่ง หายไป เราอาจจะไม่รู้ตัว เช่น ค่าภาษี และค่าบริการทางธนาคาร ต่างๆ อยากมีเงินเก็บที่ไม่ต้องถอนออก แล้วการันตียอดแน่นอน ไม่มีอะไรมาตัดส่วนแบ่งออกไหม ถามมิวได้นะ ว่าทำไม เรื่องทำให้เงินลูกค้างอกเงยเป็นงานถนัดของมิว ไว้วันหบังมิวจะอธิบายความลับที่ธนาคารไม่เคยบอกเราให้ฟังค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย วันที่ 1 เมษายน 2561 

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844


วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2561

การอาศัยเงินคนอื่นในการรักษาตัวมันคือความอึดอัดอย่างสุดขีด!!!



                   คลิ๊กฟังเรื่องราวบนชื่อคลิป แล้วจะรู้วาในยามที่เราเจ็บป่วย เราไม่มีเงินเป็นของตัวเอง มันต้องแบกรับความรู้สึกอะไรบ้าง จากใจมิว มิวฟังมิวคิดว่า ผู้ชายคงรักแหละ ถึงยอมทุ่มเงินเพื่อรักษาให้
ในชีวิตจริง คนทั่วไปจริงๆ ใครบ้างที่จะยืนมือมาช่วยถ้าคุณไม่ได้ทำประกันชีวิตเอาไว้ ทุกคนล้วนทำเพื่อตัวเอง และความอยู่รอดของตัวเอง 
                 
                  และถึงแม้เขาคุณ ถ้าให้โดยกู้ยืมแน่นอนว่าต้องเป็นดอกเบี้ยที่เราต้องแบก ถ้าให้โดยเสน่หา แบบเคสนี้ เมื่อใดก็ตามที่เขายังพอมีเงิน ที่จะหมุนในบริษัท ในชีวิต การทวงท้วงถามคงไม่เกิด ถามว่าเจตนาไหม ไม่เชิงเจตนา แต่ลึกๆก็คงแอบเสียดาย หรือบางทีอาจจะรู้สึกว่านี่คือไพ่ตายของคุณ เมื่อเผลอ หรือโกรธ เลยมักจะโพร่งออกมา
         
                แน่นอนว่า คนที่ต้องทนฟังย้ำๆ ซ้ำๆ มันเจ็บใจ แค่ไหน ไม่มีหนี้ ก็เหมือนมี อยากหนีอยากจะไปก็ใจไม่ด้านพอ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ปลงไม่ตก หาความสุขไม่เจอ นี่ล่ะ คือสาเหตุที่ มิวบอกทุกคนให้ทำปะกันชีวิต เมื่อมีเหตุการณ์ แบบนี้เกิด โยนความลำบากนี้ให้ บริษัทประกันไปซะ บุญคุณดอกเบี้ย ไม่ต้องมีให้ลำบากใจ ทำอย่างเดียวคือนอน รับการรักษา ทำใจให้สบาย แล้วฟื้นร่างกายไวๆ

               แต่ก็อีกนั่นแหละ นี่คือเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเอง เมื่อไรที่มิวพยายามบอกเหตุผลกับลูกค้า ลูกค้ามักจะบอกปัดออกไป เพราะเหตุผลที่ว่าฉันแข็งแรง ฉันมีประกันสังคม ฉันโอเค ลูกเป็นข้าราชการ มิวไม่เหนื่อยหรอกค่ะ ที่จะอธิบายเหตุผลข้อโต้แย้งซ้ำๆ มิวแค่อยากขอให้ฟังมิวบ้าง ไม่ใช่ว่ามิวเอาแต่จะขายๆ  ไม่ซื้อมิว ไม่เป็นไรค่ะลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะเลือก แต่ได้โปรดฟังเคสที่อธิบายสักนิด 

              มิวไม่ได้แช่งนะคะ มิวแค่ต้องการให้ลูกค้า วางแผนตรงส่วนนี้ไว้ มันไม่ใช่เรื่องดี กับการไม่ยอมเสียส่วยน้อย แต่พอเกิดเหตุขึ้นจริง มาเรียกมิวไป มิวแก้ไขอะไรไม่ได้ค่ะ คนที่เป็นแล้ว มีการวินิจฉัยเกิดขึ้นแล้วก่อนทำประกัน โรคๆนั้นจะไม่อยู่ในความคุ้มครองทันที ถ้าคุณคิดว่ารับความกดดัน ความเครียดที่จะเกิดจากการกู้ยืมเงิน จากคนอื่นมาไหว มิวก็จนเหตุผลที่จะพูด

             ได้โปรดอย่าลืมว่า ทุกครั้งที่มีการเจ็บป่วยเกิดขึ้น เราจะเปราะบางเป็นพิเศษ ความอดทนที่มีจะลงหลายเท่า ในวันนั้นคุณจะนึกถึงมิว แต่มิวก็ทำได้แค่ไปเยี่ยม พูดคุย มิวไม่สามารถสร้างประกันฉบับที่คุณต้องการได้อีกต่อไปแล้วค่ะ เชื่อมิวเถอะค่ะ  ทำประกันคุ้มครองค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้ จะจ่ายกี่ปีให้หลัง หรือไม่จ่าย ยังไงก็ไม่ขาดทุน 

ขอขอบคุณรายการ พุทธทอร์ค พุธโทร
ใครฟังไม่ได้ คลิ๊กตรงนี้เลย คลิ๊กเลย

#AIA #เข้าใจชีวิต #เข้าใจคุณ

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561

อีกสักครั้ง ทุจริตสหกรณ์ บทเรียนเดิมๆ...แต่หลายคนก็มองผ่าน

       


       14 สหกรณ์ออมทรัพย์ และ 2 สถาบันการเงินพร้อมสมาชิกหลายหมื่นคนส่อแววสูญเงินกู้และเงินรับฝากรวมกว่า 5,000 ล้านบาทเหตุผลพวงโดมิโนกรณีทุจริตเงินกู้ 2,000 ล้านบาทของสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ ดีเดย์ 14 มี.ค.กลุ่มธรรมาภิบาลยื่นกรมส่งเสริมสหกรณ์สอบเอกสารปลอมวาระการประชุม

       สหกรณ์ จัดเป็นอีกทางเลือกการออมนึงที่คนให้ความสนใจ เพราะดอกเบี้ยสูงล่อใจ มากกว่าธนาคาร เหมือนการผสมผสาน ระหว่าง ธนาคารกับออมเงินของบริษัทประกัน ช่างตอบโจทย์ตรงใจ  แต่แน่นอนว่าดาบย่อมมีสองคม ความเสี่ยงการากเงินตรงนี้ค่อนข้างสูง ซึ่งหลายคนมองข้ามไปเพราะ มันไม่เคยเกิด ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ในสหกรณ์ที่ตนลงทุน

        แต่ตราบใดที่มีคนโลภในหน่วยงานบริหาร ภายใน การออกข่างทุจริต ก็เหมือนการส่องกระจกเห็นลางร้ายในอนาคต ซึ่งอาจจะเกิดหรือไม่ ใครจะรู้ เอาที่แน่ๆ ประเด็นร้อนสหกรณ์ ที่ผ่านมาไม่ถึงเดือน คือเรื่อง การทุจริต ของสหกรณ์รถไฟ โดยผลพวงที่จะส่งผลกระทบถึงสหกรณ์ออมทรัพย์อื่นๆมีจำนวน 14 สหกรณ์และอีก 2 สถาบันการเงินที่ให้เงินกู้และรับฝากเงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟจำกัด พบว่าปัจจุบันสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟจำกัด มีสมาชิกประมาณ 6,000 คน มีทุนเรือนหุ้นประมาณ 760 ล้านบาท มีเงินรับฝากจากสมาชิกประมาณ 300 ล้านบาท โดยยังได้รับฝากเงิน และกู้เงินจากสหกรณ์อีกจำนวน 14 แห่ง นอกจากนี้ยังมีเงินกู้ยืมจากธนาคารกรุงไทยอีกจำนวน 100 ล้านบาท และธนาคารกรุงเทพอีก 60 ล้านบาท หากคิดรวมความเสียหายคาดว่าจะมีกว่า 5,000 ล้านบาท


         คนหลายคนมองว่าบริษัทประกันโกง ถ้าพูดให้ถูกต้อง คือสารที่ บริษัทสื่อ อาจจะไปไม่ถึงลูกค้าเท่าที่ควร เพราะผ่านคนกลางที่เรียกว่าตัวแทน บางคนอธิบายบ้างนิดหน่อย บางคนมองข้ามจะอธิบาย เมื่อถึงกำหนดจึงเกิดปัญหา และรวมทั้งการฝากที่มีระยะเวลานาน คนส่วนใหญ่มักมองความจำเป็นใรการใช้เงินแบบฝากได้ ถอนดี มากกว่าจะเอามาแช่นิ่งๆ เลยหันไปพึ่งสหกรณ์ ซึ่งถามว่าจริงๆ การที่ลูกค้าตัดสินใจแบบนั้นมามันผิดไหม ก็ไม่ผิดนะคะ แต่เราควรกระจายความเสี่ยง วางฐานการเงินให้ทั่วทุกจุดจะดีกว่า

                อย่างที่เกริ่นๆไป ว่ามีหลายเคส และหลายครั้งที่สหกรณ์ เป็นผู้ทำให้ระบบการเงินของเราสั่นคลอน การฟ้องร้องที่ยืดเยื้อยาวนาน อาจจะทำให้คนที่ประสบปัญหานั้นๆโดยตรงเข็ด แต่ไม่ใช่กับคนที่ยืนมองเหตุการณ์ มันก็คล้ายๆ หลายๆกรณี ตราบใดถ้าเรื่องนี้ไม่เกิดขึ้นกับตัวเอง ก็สบายใจกันไปก่อน
พอเกินขึ้นที ก็ล้อมคอกกันใหญ่ เราประมาทเรื่องเล็กๆน้อยๆ กันจนชิน ยังไม่เกิดตอนนี้ ยังไม่ใช่ตอนนี้ คงไม่ใช่เรา เราคงไม่โชคร้าย ไว้ก่อนนะ ไว้ค่อยคิด ไว้ค่อยแก้ไข เราถนัดแก้ไขมากกว่าป้องกันเสียแล้ว
ว่าอย่างนั้นไหมคะ

สาธุ
#AIA #เข้าใจชีวิต #เข้าใจคุณ

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844


วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561

ทำทุกวันให้เหมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิตแล้วจะไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ

       ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต คุณอยากจะทำอะไร จากกรณีข่าวอุบัติเหตทารถยนต์ ของอดีตดาราวัยเด็กคนหนึ่งในช่วงเช้าของวันนี้ เป็นเรื่องที่สร้างความรู้สึกตกใจให้ใครหลยๆคน แม้กระทั่งแม่ของน้องเองยังไม่เชื่อข่าวนี้ หรือแม้กระทั่งตัวน้องผู้เสียชีวิตเองก็คงไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ใครจะรู้จะคาดเดาอะไรล่วงหน้าได้ล่ะคะ เราอาจจะคิดว่าเราระวังตัวที่สุด แต่ด้วยทัศนวิสัย บวกทางที่เป็นเนินโค้ง ฝนตก ถนนลื่น ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความควบคุม ทุกอย่างจะรวดเร็วมากจนเราไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ

         คำถามที่วิ่งวนๆในหัวหลังจากอ่านข่าวนี้ คือ ถ้าทุกคนบนโลกรู้ว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย พวกเขาจะทำอย่างไรกันบ้าง จะพยายามหลีกหนีสถานการณ์นั้นๆ หรือทำใจยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างคนจนแต้ม
ที่แน่ๆ ประกันชวิตคงขายดีเป็นเท้ำเทท่าเลยล่ะ แต่ในเมื่อทุกคนไม่รู้วันั้น ผลที่ตามมาคือความชะล่าใจ 

        ส่วนตัวมิวก่อนเข้ามาทำอาชีพนี้ มิวผ่านหตุการณ์ไม่คาดฝันมาก่อน คนที่ก่อนนอนยังคุยกันอยู่ดีๆ อีกไม่กี่ชั่วโมงถัดจากนั้น ก็มีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตมิวไปตลอดกาล เพียงแค่คนที่เราารักล้มลง มันลุกลามจนทำให้เกิดการสูญเสียในเช้าวันถัดมา แน่นอนไม่มีใครได้เตรียมตัวเตรียมใจ
ทุกคนช๊อคจนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำอะไรก่อน เพราะแผนที่วางไว้ในวันถัดไปต้องล้มเลิกหมด เช่นเดียวกับใครอีกหลายๆคน ที่ไม่ทันตั้งรับ ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้าย ของคนที่เรารัก หรือแม้กระทั่งตัวเราเอง เรายังมีความสุข บางคนยังผลัดวันประกันพรุ่งเรื่องต่างๆไปเรื่อยๆ เอาน่าพรุ่งนี้ค่อยทำละกัน ยังมีเวลาอีกตั้งเยอะแยะ

          แล้วถ้ามันไม่มีวันพรุ่งนี้อีกต่อไปแล้วล่ะ เราไม่สามารถควบคุม ปัจจัยต่างๆที่รายล้อมตัวเราได้ เราไม่ได้เป็นผู้กำหนดทุกสิ่งอย่าง เราไม่สามารถห้ามธรรมชาติ เราไม่สามารถหยุดเวลาที่หมุนไป ในแต่ละวัน เราไม่สามารถย้อนเวลามาในอดีต แม้แต่เสี้ยววินาที 
         บางทีการวางแผนของวันพรุ่งนี้ อาจจะเป็นแผนการสุดท้ายที่ได้วางในชีวิต เพื่อเขาคนที่เรารัก หรือเพื่อตัวของเราเอง ไม่มีใครรู้ว่าการเดินทางกลับไปหาครอบครัว มันจะเป็นจุดจบของชีวิต ไม่มีใครู้ว่าเค้กที่เตรียมให้วันกิดของแม่ ต้องกลายเป็นเค้กหน้าศพแม่ในวันเดียวกัน 
          ขึ้นชื่อว่าการสูญเสีย ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุ ต่อให้คุณออกกำลังกายรักษาสุขภาพขนาดไหน ระแวดระวังตัวขนาดไหน ก็ใช่ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น ขี่มอเตอร์ไซด์ใส่หมวกกันน็อคดูเหมือนปลอดภัย อยู่ดีๆแท่งเหล็กลอยตามลมมาจากไหนไม่รู้พุ่งเสียบกลางอก พาลูกไปเล่นบ้านบอลในห้าง แต่จู่ๆก็ถูกลูกบอลเหล่านั้นกลืนเข้าไป จนหายใจไม่ออก หรือเดินอยู่ดีๆ ก็มีโรคจิตที่เป็นใครก็ไม่รู้มาทำร้าย ทั้งๆที่ไม่เคยไปทำร้ายเขาเลย
            แย่ไปกว่านั้น หลายครั้งข่าวได้นำเสนอเรื่องราวของคนที่เป็นญาติ เป็นพ่อ แม่ เป็นเพื่อนสนิทใกล้ชิด ที่ไว้ใจกันมาเนิ่นนาน กระทำการอุกอาจเหมือนว่าเหยื่อ ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งในหัวใจ ไม่เคยเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ไม่เคยเป็นลูก หลาน หรือคนรัก ทำร้ายและฆ่ากันอย่างง่ายดาย แน่ใจใช่ไหมว่าสายสัมพันธ์ในวันนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รู้จักคนๆนี้ดีพอแล้วใช่ไหม 

       หลายครั้งที่การสูญเสีย จะเหลือเพียงหนึ่งหรือสองผู้รอดชีวิตที่อ่อนแอ เช่นเด็ก หรือภรรยาผู้เป็นแค่แม่บ้านไม่มีรายได้อะไร กับลูกๆ ฟังแล้วเหมือนนิยาย แต่หลายคนได้ประสบพบเจอ ถ้าคนที่จากไปได้วางแผนประกันชีวิต หรือออมเงินไว้บ้าง ก็ถือว่ายังมีเงินอีกก้อนสำหรับการเลี้้ยงดูลูก และครอบครัวที่รัก แน่นอนว่า บางคนมองข้ามสิ่งนี้ไป เพียงแค่คิดว่า โหยไม่มีเงิน มันยังไมถึงเวลานะ เดือนหน้า ปีหน้าละกัน แล้วอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ร้ายๆ มันถูกระบุว่าเกิดปีหน้าแน่นอนด้วยหรือเปล่า ถ้าวันนี้พรุ่งนี้เกิดอะไรขึ้นมา คนที่คุณรักจะเดือดร้อนแค่ไหน คิดไว้บ้างหรือยัง
         หากการจากไปคือไม่รู้อะไรแล้ว ที่เหลือก็แล้วแต่เวรกรรมของคนๆนั้น งั้นสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าการจากไป คือการที่่เรา หรือคนในครอบครัว ต้องกลายเป็นคนพิการ ไม่ว่าจากสาเหตุอะไรก็ตาม ลองนึกภาพความลำบากของคนที่ต้องดูแล แต่ไม่มีเงินดูสิ การรักษาพยาบาลผู้พิการต้องใช้เงินจำนวนมาก กับเวลาที่ยาวนาน จัดเป็นความทรมานทั้งกาย ใจของผู้พิการเอง และคนดูแล บางคนท้อแท้สิ้นหวัง บางคนยืนหยัดสู้ต่อไปไม่ท้อถอย ผู้พิการบางคนทำงานได้ บางคนได้แค่นอนติดเตียง 

           เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแน่นอน เพราะการเกิดเหตุแต่ละครั้งต้องตามด้วยความเสี่ยงมากมายไหนจะเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล ไหนจะเป็นการไม่ช่วยเหลือของคู่กรณี ไหนจะค่ารักษาพยาบาล ไปจนถึงค่าจัดงานศพ ทุกอย่างมันคือเงินทั้งนั้น ในเมื่อเราไม่สามารถรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง ทำไมเราไม่เริ่มต้นด้วยการลดความเสี่ยงด้านการเงินในทุกๆเรื่อง ด้วยการทำประกันชีวิต ให้ตัวเอง และคนที่คุณรัก เริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้ คิดเสมอว่าเราทำทุกวันทุกอย่างให้เหมือนว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต แล้วเมื่อวันั้นมาถึง ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกังวลหรือเสียใจ 

#สำหรับบางสิ่งบางอย่างคำว่าพรุ่งนี้ก็สายเกินไป

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844





วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561

วางแผนเลี้ยงจนถึงปริญญาโท ต้องใช้เงินเท่าไหร่กันนะ

สมัยนี้ เรียนแค่ปริญญาตรีไม่พอสำหรับลูกๆแล้วนะ













หมายเหตุ
-ค่าใช้จ่ายคือ ค่าเทอมของภาครัฐและเอกชนต่อปี รวมไปถึงค่าใช้จ่ายทั่วไปอื่นๆ
-ไม่ได้รวมถึงค่าเทอมต่อปีกรณีศึกษาที่ต่างประเทศ
-อัตรานี้เป็นอัตราค่าเฉลี่ย รวมอัตราเงินเฟ้อในอนาคต 3% ตามแนวโน้มค่าครองชีพที่สูงขึ้น

           การเตรียมความพร้อม และวางแผนอนาคตให้ลูก เป็นเรื่องที่พ่อแม่ทุกคน เต็มใจที่จะปูเส้นทางเดินให้ลูกเป็นอย่างดี ราคาที่กล่าวมาข้างต้น อาจจะทำให้หลายคนคิดไปหลายรูปแบบ บางคนเชื่อเริ่มลงมือเตรียมความพร้อม บางคนไม่เชื่อแต่ก็เตรียมความพร้อมในระดับหนึ่งๆ ไว้แล้ว  ในภายภาคหน้าเราไม่รู้แน่ชัดว่าจะเกิดอะไรขึ้น การวางแผนการเงิน มากบ้างน้อยบ้าง      ก็ยังดีกว่าไม่วางแผนใดๆไว้เลย 

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844


วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2561

ความสำเร็จในชีวิต เริ่มจาก 7ข้อการวางแผนการเงินที่ถูกต้อง

               ไม่มีความสำเร็จไหนที่ได้มาโดยง่ายดาย และหากไม่รู้จักรักษาความสำเร็จนั้นไว้ มันก็จะเหมือนปราสาททรายที่สร้าง รอเวลาที่คลื่นซัดเข้ามากลบทุกสิ่ง เอาเหตุการณ์ต้นเดือนเปรียบเทียบคือ เหมือนการซื้อหวย เราลงทุนเท่าไร เพื่อแลกกับโอกาสถูกหวยตั้งแต่ หลักพัน ถึงหลักล้าน แต่การรักษายอดเงินนั้นไว้กลับยากยิ่งกว่า เมื่อถูกหวยเงินที่คิดว่าจะเก็บไว้ จะน้อยกว่าเงินที่จ่ายออกไป เอ้าทำไมล่ะก็คนมันรอโอกาสนี้มานานนิ หลายครั้งหลายคน ก็เตลิดจนผลาญเงินจำนวนนั้นๆหมดลง ใน 1 ปี

               เงินไม่ใช่พระเจ้า เพียงแค่เงินบันดาลทุกข์ และสุขได้ คนจนมีทุกข์เพราะไม่มีเงิน คนรวยมีทุกข์เพราะเงินไม่สร้างมิตรที่จริงใจ เงินเปรียบเหมือนกระบอกเสียงขนาดใหญ่ เสียงดังฟังชัด พูดไปใครก็ได้ยิน แล้ววันนึงคุณไม่มีกระบอกเสียงนั้นๆ ใครบ้างที่จะฟังคุณมองคุณ จริงๆคนเราไม่จำเป็นต้องรวยร้อยล้านพันล้าน ขอแค่ยามฉุกเฉิน เรายังเดินได้อย่างสง่างาม และใช้ชีวิตได้ปกติในบ้านหลังเดิม 

             หลายครั้งที่ พิษเศรษฐกิจ ทำลายรากฐานการเงินของครอบครัว และอีกหลายครั้งเช่นกันที่พิษของโรคภัยก็จู่โจม แย่ที่สุดคือสองสิ่งดันมาพร้อมกัน คล้ายๆล่นเกมส์เศรษฐี แล้วเดินตกไปในแดนที่มีแลนด์มาร์คเว่อร์วังราคาหลายล้าน แล้วเงินที่สะสมมาก็ปลิวว่อนไปสู่ผู้ชนะ ไม่ใช่คราวซวย ไม่ใช่ดวงไม่ดี แค่ไม่ได้วางแผนเรื่องนี้มากแต่ต้น
 

           เพราะชีวิตไม่ใช่เกมส์ เราจะทอยๆลูกเต๋าลงสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ปัจจุบัน การออมเงิน มีมาให้เห็นหลากหลายรูปแบบ ทั้งออมเงินแบบความเสี่ยงน้อยๆ ในธนาคาร และออมความเสี่ยงมากๆในตลาดหุ้น
(ยกเว้นการพนันไม่ใช่การออมเงินนะยูว์) อย่างที่บอก ความเสี่ยงจะน้อยลง หากเราขยายไข่ในตระกร้าไปใส่ตระกร้าใบอื่นๆบ้าง วันนี้มิวจะนำเสนอ 7 ข้อ ที่จะทำให้การวางแผนการเงินนั้นมั่นคง จากบทความของ Kevin's Daddy คุณพ่อนักวางแผนการเงิน

1 รู้สถานะการเงินของตัวเอง

      การที่เรารู้สถานะการเงินของเราเอง เราสามารถตรวจสุขภาพการเงินผ่าน  Link>>สำรวจความเสี่ยงทางการเงิน อย่าเพิ่งคิดว่าเหยแกร ฉันว่าตอนนี้ฉันยังโอเคนะ ลองทำดูแล้วจะรู้ถึงรายจ่ายที่เราลืมไปอีกมากมาย ดังนั้นการตรวจสุขภาพทางการเงินก็คือการตรวจสอบว่าเรามีรายรับรายจ่ายเป็นอย่างไร มีรายจ่ายรายการไหนที่ต้องจ่ายประจำมั้ย หรือมีรายจ่ายรายการใดเป็นรายจ่ายแบบทั่วไป ซึ่งถ้าเทียบกับรายรับแล้ว เรามีรายเหลือเท่าไหร่ แล้วเรามีการไปลงทุนอะไรบ้าง ซึ่งเราก็ควรตรวจสอบถึงสินทรัพย์และหนี้สินของเราด้วยว่า ตอนนี้เรามีแหล่งเงินของเราในส่วนไหนบ้าง เช่น มีในเงินฝากเท่าไหร่ หรืออยู่ในกองทุนบ้างมั้ย หรือ มีสินทรัพย์ประเภทส่วนตัวของเรามั้ย ซึ่งจะได้รู้ว่าจริง ๆ แล้ว ตอนนี้เรามีสินทรัพย์ทั้งหมดเลย มูลค่าเท่าไหร่แล้ว รวมถึงมีหนี้สินบ้างหรือไม่ อย่างน้อยก็ควรมีมูลค่าของสินทรัพย์มากกว่าหนี้สิน เพราะ ไม่เช่นนั้นเราก็จะต้องมีภาระเรื่องการจัดการหนี้สินที่ถือว่าเป็นความเสี่ยงทางการเงินที่อันตรายมากทีเดียว



2 การตั้งเป้าหมายทางการเงินของตัวเราเองในอนาคต

คนส่วนใหญ่มักจะผิดพลาดในเรื่องนี้ เช่น ไม่เคยรู้เลยว่าตอนเกษียณเราควรต้องมีเงินเท่าไหร่ถึงจะพอ หรือ ถ้าจะส่งลูกเรียนเราควรต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ เป็นต้น ซึ่งข้อนี้ ก็ยากให้ทุก ๆ ท่านจัดลำดับเป้าหมายตามความสำคัญ และ ตามระยะเวลาด้วย เช่น ถ้าเป้าหมายระยะยาวเกินกว่า 10 ปีนี้ เรามีเรื่องอะไรที่กังวล อาจจะเป็นเรื่องการเกษียณอายุ หรือการเก็บเงินให้ลูก เป็นต้น หรือถ้าเป้าหมายระยะกลาง ๆ ได้แก่ ต้องการแต่งงานในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือ อยากซื้อบ้านใหม่ใน 3 ปี ควรต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ดี เป็นต้น

นอกจากนั้นการมองอนาคตอาจจะไม่ได้มองแค่เรื่องเป้าหมายการเงินเรื่องสำคัญเท่านั้น ควรจะมีเป้าหมายในเรื่องที่สำคัญน้อย ๆ บ้าง แต่ก็ถือว่าจำเป็นในชีวิต เช่น เป้าหมายว่าอยากไปเที่ยวกับครอบครัวในที่ ๆ เราอยากไป หรือ อยากได้มีโอกาสพาคุณพ่อคุณแม่ไปแสวงบุญที่อินเดีย เป็นต้น ซึ่งแม้ว่าอาจจะไม่สำคัญ แต่ก็ต้องมีเงินเช่นกัน



3 ถามตัวเองว่าวันนี้เรามีวิธีการที่จะไปสู่เป้าหมายที่ต้องการแล้วหรือยัง

ข้อนี้เป็นการตรวจสอบตัวเองว่าที่เราใช้ชีวิตแบบที่เป็นอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหรือการออมที่ทำอยู่นั้น มันสามารถ นำเราไปสู่เป้าหมายที่เราต้องการหรือไม่ ซึ่งถ้ามั่นใจว่าได้ ก็ขอแสดงความยินดีว่าคุณเริ่มเข้าใจคำว่าวางแผนการเงินดีขึ้น แต่ถ้าใครยังตอบไม่ได้หรือไม่มั่นใจ ก็ควรต้องรีบกลับไปตรวจสอบแผนการเงินของตัวเองแล้วว่าเราต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง เราต้องไปลงทุนตรงไหนเพิ่ม หรือ เราต้องลดค่าใช้จ่ายในส่วนไหนหรือไม่



4 ถ้าวันนี้ใครมีรายได้มากกว่ารายจ่ายแล้ว ก็ควรต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินที่มากพอด้วย

ข้อนี้คือพื้นฐานลำดับแรกของการวางแผนการเงิน เราต้อง มีเงินสำรองฉุกเฉิน (Emergency Cash) เป็นบัญชีแรกซึ่งควรต้องมีตามหลักการสากลอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน ( ซึ่งคิดเฉพาะค่าใช้จ่าย ประจำและค่าใช้จ่ายผันแปร ) และควรต้องมีสภาพคล่องสูงพร้อมถอนได้ทันที รวมถึงต้องมีความเสี่ยงต่ำ เช่น ในธนาคาร หรือกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) หมายความว่าถ้าจะต้องถอนวันนี้ ก็จะสามารถได้เงินออกมาได้ทันที และจะต้องไม่ขึ้นกับภาวะเศรษฐกิจ มูลค่าเงินก็ควรต้องไม่ลดลงเสมอ

ข้อนี้บางคนอาจจะคิดว่าไม่สำคัญ แต่อยากให้ทุกท่านลองมองในมุมของการเจอวิกฤติบ้าง เช่น เกิดวิกฤติเศรษฐกิจจนทำให้บริษัทที่เราทำงานต้องปิดตัวลงกะทันหัน หรือ ร้านขายของของเราเกิดถูกปิดกะทันหัน ไม่สามารถขายได้เนื่องด้วยอยู่ในอาคารที่ถูกไฟไหม้ ทำให้รายได้หยุดลงทันที หากไม่มีเงินสำรองอย่างน้อย 6 เดือนก็เท่ากับว่าท่านจะต้องเอาสินทรัพย์อื่นขายออกไป เพื่อให้ได้เงินมาใช้จ่าย แม้ว่าสินทรัพย์นั้นอาจจะเป็นหุ้นหรือทองคำที่ยังขาดทุนอยู่ก็ต้องขาย รวมไปถึงอาจต้องขายรถก็เป็นได้ ดังนั้นเพื่อไม่เป็นการประมาทจึงควรให้มีเงินส่วนนี้อย่างเพียงพอ อาจจะมากกว่า 6 เท่าของค่าใช้จ่ายก็ได้ และจะต้องอยู่ในเกณฑ์ที่สบายใจอีกด้วย ซึ่งถ้ามีเพียงพอแล้ว เงินส่วนที่เกินค่อยไปหาวิธีการลงทุนต่อไป



5 ถ้ามีหนี้สิน เราได้จัดการอย่างเหมาะสมมั้ย

ข้อนี้คือข้อที่มาเตือนคนที่ยังมีหนี้สินอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินบ้าน รถ หรือบัตรเครดิต รวมไปถึงหนี้สินนอกระบบเราได้จัดการมันอย่างเหมาะสมมั้ย เช่น หนี้สินบ้าน นั้นเราผ่อนมาครบ 3 ปีหรือยัง ถ้าครบแล้วเราได้ลองหาวิธี Refinance มั้ย ซึ่งก็ทำได้ไม่ยาก แค่ลองไปติดต่อกับทางธนาคารต่าง ๆ ดู แล้วก็ดูว่าเงื่อนไขที่ไหนดีที่สุด

แต่ที่น่าจะเป็นห่วงก็คือการเป็นหนี้นอกระบบกับหนี้บัตรเครดิตเพราะ หนี้ประเภทนี้ดอกเบี้ยสูงมาก ๆ เช่น หนี้บัตรเครดิตจะอยู่ที่ประมาณ 18-20% ต่อปี ดังนั้นถ้าเราชำระขั้นต่ำตลอดก็เท่ากับว่า เรากำลังจะเพิ่มยอดหนี้เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นหากใครที่มีหนี้สินประเภทนี้ สิ่งแรกที่ควรต้องทำคือปิดยอดหนี้ให้หมดเร็วที่สุด โดยอาจจะลองหาแหล่งเงินรอบ ๆ ตัวว่าพอมีบ้างมั้ย รวมไปถึงอาจจะรีบวางแผนผ่อนหนี้ในยอดที่ต่ำที่สุดก่อนก็ได้ครับ เพื่อเป็นกำลังใจในการผ่อนหนี้ของส่วนอื่น ๆ ต่อไป ดังนั้นข้อนี้ก็แค่ย้ำว่า ถ้าใครมีหนี้นอกระบบหรือหนี้บัตรเครดิตก็ควรต้องรีบจัดการด่วนที่สุด แม้ว่าอาจจะต้องขายสินทรัพย์บางอย่างที่อาจจะไม่สำคัญออกไปก็ควรต้องทำเพื่อลดอัตราการเติบโตของยอดหนี้ในอนาคต



6 จัดการความเสี่ยงเรื่องทรัพย์สิน ชีวิต และ สุขภาพ ดีพอหรือยัง

ข้อนี้คือส่วนสำคัญมาก ๆ ของแผนการเงินแบบองค์รวมเช่นกันเพราะในชีวิตของคนเราทุก ๆ คนอาจจะต้อง ประสบกับเรื่องไม่คาดฝัน ทั้งอาจจะใหญ่บ้าง รุนแรงบ้าง เช่น ไฟไหม้โรงงาน รถชน รถหาย เป็นโรคร้ายแรง หรือ กลายเป็นคนพิการทุพพลภาพ หรือ อาจจะเล็กน้อยบ้าง เช่น หกล้ม รถเฉี่ยว ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งความเสียหายดังกล่าวนั้น ถ้าหากมันเกิดขึ้นแล้วไม่มีผลกับสถานะการเงินของเรา ก็แสดงว่าเราวางแผนดีแล้ว แต่ถ้ามันเกิดกับเราแล้วมีผลทำให้การเงินของเราเสียหาย ก็แสดงว่าแผนการเงินของเราน่าจะยังจัดการเรื่องนี้ไม่ดี

ซึ่งเรื่องนี้สำคัญเพราะเป็นเรื่องที่ถ้าเกิดความเสียหายแล้ว เราไม่สามารถจะกลับไปแก้ได้ทัน เช่น ถ้าต้องเป็นมะเร็งแล้วเรากลับไม่มีประกันคุ้มครอง แถมต้องเสียเงินค่ารักษามากมาย รวมถึงอาจจะมีผลทำให้ทำงานได้ลดลง ก็อาจจะทำให้การเงินมีปัญหาได้ แถมเราจะกลับไปเริ่มทำประกันคุ้มครองใหม่ก็คงไม่สามารถทำได้แล้ว ข้อนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ที่ทำให้หลาย ๆ ครอบครัวมีปัญหาทางการเงินแบบล้มทั้งยืน

ดังนั้นการจัดการที่เหมาะสมกับเรื่องนี้ก็คือการโอนความเสี่ยงให้บริษัทประกันรับผิดชอบไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นประกันรถ ประกันไฟไหม้บ้าน ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และ ประกันโรคร้ายแรง ซึ่งก็ควรจัดให้เหมาะสมกับสถานะทางการเงินของเราด้วย ไม่ทำมากเกินไปจนจ่ายเบี้ยไม่ไหว หรือ ทำน้อยเกินไปจนไม่สามารถช่วยอะไรได้หากต้องเจอเหตุการณ์ร้ายแรงจริง ๆ



7 ต้องมีการออมและการลงทุนอย่างเหมาะสมกับทุกเป้าหมายของเรา


ข้อนี้เป็นข้อสำคัญที่หลาย ๆ คน อาจจะคิดเป็นเรื่องแรก ๆ เกี่ยวกับเรื่องการเงิน เช่น เงินเหลือจะเอาไปทำไรดีที่ผลตอบแทนมากกว่าธนาคาร เป็นต้น ซึ่งจริง ๆ แล้วอยากให้ทุก ๆ คนควรต้องจัดการใน 6 ข้อแรกอย่างดีพอก่อน ซึ่งข้อนี้ก็อยากให้ตรวจสอบการออมการลงทุนของตัวเองว่า มีอัตราส่วนการออมการลงทุนคิดเป็นกี่ % ของรายได้ น้อยไปหรือไม่ รวมถึงการลงทุนของเรานั้นมันไปตอบโจทย์เป้าหมายอะไรของเราบ้าง เช่น บางคนอาจจะมีรายได้ปีละ 1,000,000 บาท ก็อาจจะลงทุนในกองทุน RMF หรือ LTF หรือ ประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งอาจจะได้ทั้งการลงทุนเพื่อเป้าหมายเกษียณ และยังสามารถเอาไปใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย ดังนั้นการออมและการลงทุนกับอะไรจึงต้องมีความรู้จริงในสิ่งนั้นด้วย อย่าลงทุนตามข่าวลือหรือตามกระแสเพราะอาจมีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวก็ได้ สรุปข้อนี้ก็คือ ถ้ามีเงินเหลือจากทุกข้อข้างต้นแล้ว ควรนำไปลงทุน แต่ต้องเป็นการลงทุนเพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเงินของเราก่อน เท่านั้น

         ถ้าเราสามารถทำได้ครบทั้ง 7 ขั้นตอนโดย ไม่ได้แอบคิดเข้าข้างตัวเอง เพราะกลัวรายจ่ายจะบานปลาย เราจะอยู่ในกลุ่มที่ปลอดภัย อย่างแท้จริง น่าแปลกที่คนเราอยากมั่นคงในการเงิน แต่กลับหลีกเลี่ยงการทำประกันทุกรูปแบบ เรามักน้อยกันเกินไป หรือเรามีชีวิตแค่ปัจจุบัน อย่ามองกว่าการทำประกันคือภาระ เพราะภาระจริงๆ มูลค่ามันมากกว่าเงินประกัน ปีละไม่กี่หมื่น

#รักตัวเองให้ครบทุกด้าน
#ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท 

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2561

อดีตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน

     "อดีตคือความฝัน ปัจจุบันคือความจริง อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน" มีพี่สายธรรมะคนหนึ่งได้กล่าวประโยคเตือนใจในวันแรก ที่ย่างเท้าเข้าสู่การทำงาน จริงๆคำสอนอันนี้ พี่เขากล่าวว่าเป็นคำสอนที่หลวงพ่อจรัญ ท่านเทศน์สอนศิษย์ ฟังตอนแรก อะไรอ่ะไม่เห็นจะอินเลย แท้จริงแล้วคำสอนนี้สามารถ เข้าได้กับทุก ทุกอาชีพ

      คนเราไม่สามารถเดินไปข้างหน้า พร้อมๆกับมองกระจกหลัง และอีกใน 1 นาทีข้างหน้า ก็ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรกับตัวเองบ้าง คนทุกคนล้วนวางแผนให้ตัวเอง ได้แค่วงกว้างๆ(ทั้งที่คิดว่าแคบแล้ว) ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมักจะมาในรูปแบบของอนาคต เทียบกับการขับรถ ถ้าเราขับช้าๆระวังๆ โอกาสเกิดอุบัติเหตุ ก็จะต่ำ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้น


      หลายครั้งที่เรา ยังไม่สามาถควบคุมตัวเองได้ เรามักจะเรียกอาการเหล่านั้นว่า “หน้ามืด” หน้ามืด คือ เป็นได้ทั้งอาการทางแพทย์ และเป็นได้ทั้งอาการทางจิต (ไม่ใช่โรคจิต) มันเรียกว่า การตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่ถูกใจแบบฉับพลัน หลายครั้งที่คนเราซื้อของมามากมายตอนต้นเดือน พอปลายเดือนก็เกิดอาการ รู้งี้ตรูไม่น่า........

      นั่นเพราะเราไม่เคยคิดถึงอนาคต อาจจะคิดนะแต่เป็นวงกว้าง ถ้าไม่มีแพลนมาก่อน การเก็บเงินก็ไม่มี เป็นอย่างนี้ ทุกคนเลยมักจะมีคำพูดติดปากว่า "โหยย เงินเดือนน้อยนิด แค่ใช้ชีวิตยังยากแล้ว " เลย เมื่อเรามานั่งพิจารณา เขียนลงกระดาษ เราถึงนึกได้ว่าเราเสียค่าใช้จ่ายกับสิ่งรอบกายมากที่สุด แล้วตัวเองล่ะ เคยคิดไหมว่า เราจะเอาเงินก้อนนึงมาทำประโยชน์ให้ตัวเอง จากสิบ เป็นร้อย จากร้อย เป็นพัน

    วันหนึ่งฉันจะเป็นเศรษฐี แต่การเป็นเศรษฐีก็ไม่ได้มาในรูปแบบการเล่นหวย แต่ทำไมคนชอบเล่น คนทุกคนมักชอบทางลัดที่จะทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น แต่ความสำเร็จของเศรษฐีจริงๆ ไม่มีทางลัด ทุกคนล้วนเคยลำบากจนรู้ว่าต้องทำอะไร แบบไหน ที่จะยั่งยืน มั่นคง ถาวร มันเกิดจากการลองผิด ลองถูกซ้ำซาก แต่ลองด้วยสองมือ สองแรง ผิดกับหวยนะ อันนั้นลองด้วยเงิน (เดี๋ยวจะมีคนบอกว่าหวยก็ลองผิดลองถูกซ้ำซากเหมือนกัน) แต่โอกาสสำเร็จ และความยั่งยืนมันต่างกันนะ


   มาถึงจุดนี้บางคนก็บอก นี่ไงฉันก็ทำงานหนักเพื่อครอบครัวอยู่นี่ไง แล้วครอบครัวต้องการให้คุณทำแบบนั้นไหม อะไรจะเป็นหลักประกันให้ ว่าสิ่งที่คุณทำ มันได้ผล ตอบโจทย์  คุณอาจจะเถียงว่าฉันมีประกันชีวิตแล้วนะ สิ่งที่คุณลืมโฟกัสอีกอย่างในการทำประกัน คือทุนประกัน คุณมักจะเลือกทุนประกันขั้นต่ำ เพราะจ่ายถูกดี คิดว่าเงินแสน มันพอกับครอบครัวคุณจริงๆหรอ

    บางทีคุณทำให้แค่กับตัวเอง คุณก็ลืมนึกถึงใครไปหรือเปล่า ถ้าวันนึงคุณต้องกลายเป็นผู้พิการ ถ้าวันนึงคุณเสียชีวิต คุณเคยนึกถึงรายจ่ายพวกนี้ไหม ตามที่บอกอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน สิ่งที่คุณควรทำ คือทำปัจุบันให้ดีตอบโจทย์ตัวคุณทุกเรื่องได้  ประกันชีวิต นอกจากจะช่วยคุณในเรื่องค่าใช้จ่ายการรักษา คุณจ่ายหลักหมื่น ความคุ้มครองหลักแสน - ล้าน ประกันชีวิต ยังมีเงินทุนประกัน ที่เป็นส่วนหนึ่งในการตอบโจทย์การออมแบบเศรษฐีที่แท้จริง ไร้ความเสี่ยงใดๆ แถมมีสัญญาเป็นหลักประกันให้คุณ และครอบครัว

     คุณจะทำงานน้อยลง มีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น เพราะมีประกันชีวิต ที่ตอบโจทย์ความกังวลคุณในหลายๆ จุด อย่างน้อยๆ คุณก็ทำให้อนาคตของคุณมีความแน่นอนในระดับหนึ่งเลยล่ะ หลายครั้งคนมักมีอดีตเป็นเครื่องเตือนใจ แต่น้อยคนที่จะเข้าใจคำเตือนของอดีต บางครั้งอดีตมักมาในรูปแบบ อดีตของคนอื่นที่คุณได้แต่พูดว่า "เขาเหล่านั้นน่าสงสารจัง" แต่ลืมคิดไปว่ามันอาจจะเป็นคุณก็ได้ในวันหนึ่ง 

#ประกันชีวิต
#เรื่องในอนาคตที่คุ้มครองได้


ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396


มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844
 

วันศุกร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2561

โรคเอดส์ กับการประกันชีวิต

    #โรคเอดส์ #HIV #ประกันชีวิต

    โรคเอดส์ หลายๆคน คงรู้จักแล้วรู้สึกสยดสยองกับคำๆ น่าแปลกที่คนส่วนมากกลัว แต่ก็ไม่นิยมการป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์  ซึ่งทำให้ปัญหาโรคเอดส์ ไม่เคยหมดลงจนกินระยะเวลายาวนานถึงปัจจุบัน
แม้ภาครัฐ จะให้ข้อมูล สาเหตุการเกิด วิธีป้องกันจนเกลื่อนกูเกิ้ล ก็อาจจะได้รับความสนใจนะ เพียงแค่คนที่อ่านมักคิดว่า เรื่องแบบนี้ คงไม่เกิดขึ้นกับเราหรอก


   ซึ่งอย่างที่ทราบ (หรือว่าไม่ทราบ) ว่าโรคเอดส์ จริงๆ เป็นเพียงการทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายบกพร่อง
เหตุมาจากการที่เม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายถูกทำลาย ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิต ไม่ใช่โรคนี้ แต่เป็นที่โรคอื่นที่แฝงเข้ามา เพระาไม่มีเม็ดเลือดขาวมาต้านมากพอ เชื้อโรคเหล่านั้นจึงออกฤทธิ์ ได้อย่งเต็มที่และมี ประสิทธิภาพ นั่นคือเหตุผลว่าทำไม คนที่เป็นเอดส์บางคน รักษาตัวเองทางยาดีๆ ถึงยังมีชีวิตรอดได้หลายสิบปี เอดส์ไม่ได้ตายทันที แค่เมื่อรู้ว่าเป็นต้องมีวินัยดูแลตัวเอง กินยา หาหมอตรงตามนัด 

   หลายครั้งที่ผู้ป่วยเอดส์ ถูกกระทำ และเป็นที่รังเกียจของสังคม เพราะคิดว่าการสัมผัสคนที่เป็นจะทำให้ติดโรคไปด้วย ซึ่งเป็นแนวคิดที่แย่ และไม่ถูกต้องค่ะ โดยเฉพาะถ้าผู้ป่วยคนนั้นคือ "เด็ก" เอดส์ไม่สามารถแพร่. ผ่านอากาศ หายใจ ยุงกัด การกอด วิ่งเล่นด้วยกัน สัมผัสภายนอกกัน กินข้าวด้วยกัน มันไม่ใช่หวัด หรือ อีสุกอีใส ผู้ป่วยหลายคน ต้องการความรัก และสัมผัสใกล้ชิดจากคนในครอบครัวเหมือนเดิมกอดเขาเถอะค่ะ ไม่มีใครอยากเป็นที่รังเกียจ ของคนในครอบครัว 


     มาเข้าประเด็น เรื่องเกี่ยวกับเอดส์ และการประกันชีวิต เราจะพูดถึงเคส สองเคสที่ประสบคือ เคสที่พ่อแม่เป็นผู้ป่วย แต่ลูกไม่เป็น ซึ่งต้องมีเอกสารทางการแพทย์ตรวจยืนยันแน่นอนว่า ลูกไม่ติดเชื้อจากพ่อแม่จริงๆ สิ่งที่พ่อแม่ผู้ป่วยจะทำธุรกรรมเกี่ยวกับการประกันชีวิตได้คือ การทำเงินออมเพื่อการศึกษา หรือทุนชีวิตให้ลูก บางบริษัทน่าจะทำได้ ลองปรึกษาตัวแทนของท่านดู หรือบางบริษัท อาจจะมีความคุ้มครองในกรณีการป่วยเป็นโรคนี้ แต่คุณคะ 100% เขาไม่รับคนที่เป็นแล้วหรอกค่ะ ไม่ใช่รังเกียจนะคะ แต่ความเสี่ยงผู้ป่วยสูง พอๆกันกับคนที่ตรวจพบ ก้อนเนื้อ ผ่าแล้วตรวจแล้วไม่ใช่มะเร็ง แต่ก็ทำประกันไม่ได้นั่นแหละค่ะ

   เคสที่สอง ไม่เคสเป็นมาก่อนเลย ทำประกันสุขภาพ ปกติ จู่ๆ ตรวจเจอเสียอย่างนั้น ทำอย่างไรล่ะทีนี้ อันดับแรก ต้องดูว่าเราทำประกันชีวิตมาเกิน 2 ปีแล้วรึยัง ถ้ายัง บอกเลยว่า คุณอาจจะได้เงินที่คุณจ่ายไปคืน แต่คุณจะไปไม่รับสิทธิ์ความคุ้มครองหรือค่ารักษาใดๆ (ลองถามตัวแทนประกันดูค่ะ บางบริษัทอาจจะคุ้มครองนะอย่าเพิ่งหมดหวัง) ถ้าทำเกินสองปีขึ้นไปแล้ว เรามาดูต่อตรงส่วน อนุสัญญาย่อย พวกประกันสุขภาพ ว่ามีรายละเอียด พูดถึงความคุ้มครองเรื่องโรคเอดส์ไหม (ดูไม่เป็นส่งมาค่ะเดี๋ยวมิวดูให้ได้) ถ้ามีคุ้มครอง รายละเอียดว่ายังไงบ้าง ถ้าเราไม่ผิดจากรายละเอียดข้อแม้ ก็ยินดีด้วยค่ะคุณได้รับความคุ้มครองแน่นอน แต่ถ้าไม่มีพูดถึงเอดส์ หรือจั่วหัวมาเด่นชัดว่ายกเว้นโรคนี้ คุณมีทางเลือกสองทาง  ส่งเงินต่อไป เมื่อคุณเสียชีวิตลงคนข้างหลังคุณจะมีเงินก้อนนี้ไว้ทำอะไรก็ตามแต่ กับหยุดส่งเงิน(ให้ปรึกษาตัวแทนเกี่ยวกับรายละเอียดด้านนี้ดีๆ)คุณอาจจะมีเงินนิดหน่อย ที่จะพอช่วยค่ารักษาได้บ้าง แต่คนข้างหลังคุณจะไม่มีเงินอีกก้อนสำหรับดำรงชีวิต หรือทำกิจกรรมใดๆ

***  หมายเหตุ ทั้งนี้รายละเอียดที่กล่าวมาทั้งหมด ต้องถามตัวแทนประกัน เพราะอาจจะเปลี่อยแปลงไปจากนี้ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละนโยบายของบริษัท ประกันนั้นๆ ใช่ว่า ทุกบริษัทจะมีกฎเดียวกันหมด จริงๆ คนที่ขายประกันชีวิตให้คุณ เขาจะมีทางออกดีๆให้ ลองถามดูนะคะ


สุดท้ายนี้ขอเป็นกำลังใจที่ดีให้ผู้ป่วยทุกท่าน ดูแลสุขภาพให้ดี ทานยาให้ครบ ป่วยให้รีบปรึกษาหมอ 
ส่วนคนที่ยังไม่เป็น จงป้องกันตัวเองให้ดี คนที่กำลังสร้างครอบครัว ก่อนสร้างจูงมือกันไปตรวจเลือด
มันไม่ใช่การไม่ไว้ใจกัน การตรวจเลือดก่อนสร้างครอบครัวนั้นทำให้เรารู้โรคแฝงเพื่อวางแผนครอบครัวรับมือกับโรคนั้นๆ หรือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่จะเกิดขึ้น

อย่าพูดว่าคนป่วยเอดส์สมควรแล้วที่ถูกสังคมรังเกียจ พวกสำส่อน คุณไม่ใช่เขา
คุณไม่มีทางรู้หรอกว่า เขาสำส่อนจริงๆ หรือเขาถูกกระทำจึงติดมา
และไม่ว่าจะกรณีใด ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เกียรติเขา เขาคือคน มีความรู้สึก
อย่าทำตัวเหนือกว่าคนอื่น ด้วยการเหยียบย่ำกันเลยค่ะ

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844



วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2561

พี่น้องต่างกันกี่ปีถึงจะดี

   สำหรับคุณแม่ ที่กำลังวางแผนมีเบบี๋ มากกว่าหนึ่ง และกำลังกังวลลังเล ว่า จะให้คนแรก กันคนที่สอง ห่างกันเท่าใดถึงจะดี วันนี้ ขอเสนอข้อมูลเป็นรูปภาพ คร่าวนะคะ

จะเห็นได้ว่า การมีลูกถึงสองคน มีข้อดีและข้อเสียที่คุณแม่ คุณพ่อต้องเบรคความคิดไว้นิดนึง
ลูกสองคนจะเป็นที่พึ่งกันและกันเมื่อเติบใหญ่ แต่รายจ่ายคุณพ่อ คุณแม่ล่ะคะ 
เตรียมพอสำหรับลูกทั้งสองแล้ว.......ใช่ไหมคะ??

#ลูกสองคนค่าใช้จ่ายเท่าไร
#วางแผนการให้เงินลูก 
#เตรียมอนาคตให้ลูก

  ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844


วันจันทร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2561

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ กับเงินฝากธนาคาร แตกต่างกันตรงไหน


             หลายครั้งที่ออกไปพบลูกค้า แล้วลูกค้าเกิดการสับสนระหว่าง ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ กับเงินฝากธนาคาร  จริงๆทั้งสองอย่างมีความแตกต่างข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน

แล้วจะเลือกอะไรดีล่ะ

            เบื้องต้นเรามาทำความรู้จัก"ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์"กันก่อน การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัย เมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา หรือจ่ายเงินเอาประกันภัย ให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาประกันภัย การประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็น ส่วนผสมของการคุ้มครองชีวิตและการออมทรัพย์ ส่วนของ การออมทรัพย์ คือส่วนที่ผู้เอาประกันภัยได้รับคืนเมื่อสัญญาครบกำหนด หรือจะมีการปันผลก็แล้วแต่รูปแบบสัญญาการออม ซึ่งเงินที่เราส่งให้ในทุกๆเดือน หรือ ทุกๆปี คือ เบี้ยประกัน  โดยการออมเงินในแบบของประกันชีวิตสะสมทรัพย์จะมีทั้งแบบระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ที่มีอายุตั้งแต่ 3-5 ปี หรือยาวไปจนถึง 25-30 ปี เลยทีเดียว 

           ในส่วนเงินฝากธนาคาร  ซึ่งเงินฝากธนาคารที่ให้ผลตอบแทนสูงก็มักเป็นเงินฝากประจำ 3 เดือน 6 เดือน 12 เดือน หรือ 24 เดือน แล้วแต่ธนาคารจะกำหนดออกมา ผลตอบแทนส่วนใหญ่ก็จะประมาณ 2-3% ต่อปี หากบัญชีเงินฝากประจำยังไม่ถึงกำหนด ถ้าเราต้องการเงินก็สามารถถอนออกมาได้ เพียงแต่ดอกเบี้ยก็จะไม่เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดเท่านั้น โดยการฝากประจำประเภทนี้มักจะกำหนดวงเงินฝากขั้นต่ำ เช่น 50,000 บาทขึ้นไป ต่อครั้ง แต่ไม่กำหนดจำนวนครั้งในการฝาก หรือเงินฝากประจำประเภทที่กำหนดให้ฝากเงินเท่ากันทุกงวดติดต่อกันเป็นช่วงระยะเวลาหนึ่ง เช่น เดือนละ 2,000 บาท ภายในเวลา 2 ปี โดยเราสามารถเลือกจำนวนเงินที่จะฝากในแต่ละเดือนได้
   

ข้อดีของการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ คือ
          ส่วนข้อเสียหลักๆเลยคือ เราไม่สามารถถอนเงินมาได้จดกว่าจะหมดอายุสัญญา หรือถ้าถอนมา
เงินที่ได้อาจจะไม่เท่าทุนประกัน หรือจำนวนเบี้ยที่จ่าย เพราะมีการหักค่าดำเนินการ ในกรณียกเลิกสัญญาภายในหนึ่งปี จะไม่ได้อะไรคืนเลยนะตัวเธอ ทั้งนี้ในแต่ละสัญญาจะมีจุดคุ้มทุน คือ เงินสะสมเกินจำนวนเบี้ยจ่าย แต่คืนได้ไม่เท่าทุนประกันอยู่ดี ดังนั้น วินัยการออมจึงสำคัญ 

            ส่วนข้อดีของการฝากธนาคารหลักๆที่เราเห็นชัดๆ คือการถอนเงินออกมาก่อนได้ จะเสียหายเพียงค่ดอกเบี้ยที่ลดลงเท่านั้น  
                   แต่ข้อเสียก็คือ ภาษี และถ้าเราขาดวินัยการออม เงินที่ถอนได้ง่ายๆ แบบน้จะหมดลงในไม่ช้า ผลตอบแทน อาจจะไม่มากเท่าการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรพย์ 

          ถ้าถามว่าแบบไหนดี ก็ขึ้นอยู่กับวินัยแต่ละคน แต่ถ้าให้เชียร์คือทำทั้งสองอย่างแหละ ถ้าเงินออมในธนาคารคุณมีเหตุต้องใช้ อย่างน้อยๆ คุณยังมีเงินอีกก้อนไว้ใช้ยามเกษียณ ไม่ใช่ว่าแบบสะสมจะเป็นได้แค่เงินมรดก คุณไม่ได้ใช้ เราสามารถเลือกอายุ ของแต่ละแบบได้ 

#ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์
#เงินฝากธนาคาร
#ความเหมือนที่แตกต่าง

เช็คความเสี่ยงทางการเงินได้ด้วยตัวคุณเองคลิ๊ก>> วัดความเสี่ยง

  ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่
https://www.facebook.com/AIAchonchanit/

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844