แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประกันชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประกันชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

สำหรับน้องที่จากไป บทเรียนส่งต่อที่แสนแพง RIP

                       "ผมไม่สนหรอกครับประกันสุขภาพ ผมสนใจเงินออมครับพี่ เพียงแต่ตอนนี้ผมยังไม่มีเงินครับ" บทปฏิเสธ ที่น้องคนขายกล้วยไม้ที่สนิทกันกับครอบครัวมิว เมื่อยามที่มิวไปเสนอขายประกันชีวิตให้น้อง ทำไมมิวถึงไปเสนอน้องเหรอ น้องเป็นคนที่ขยันมาก สู้ชีวิต แต่น้องไม่มีความคุ้มครองใดๆเลย ไม่มีการวางแผนการเงินใดๆ เรียกว่าหาเช้ากินค่ำโดยแท้ ทั้งๆที่กล้วยไม้ที่น้องขายต้นละไม่ใช่ถูกๆ น้องอาจจะคิดว่าไม่สำคัญสำหรับคนที่แข็งแรงดีอย่างน้อง เหมือนอย่างเช่นหลายๆคนคิด ประกันคือเรื่องที่เสียเงินเปล่าๆโดยใช่เหตุ

                         หลังจากนั้น เป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปี ที่น้องขาดการติดต่อมา ทั้งๆที่ปกติน้องออกบูธเมื่อไหร่จะโทรมาให้ไปดูกล้วยไม้อุดหนุนน้องทุกครั้ง แรกเลยมิวคิดว่าน้องเลี่ยงตัวแทน แน่นอน แต่อีกใจนึกได้ว่าน้องเป็นคนขยันนะ หลังจากนั้นจริงๆน้องติดต่อมาอีก 1 ครั้งเราไม่ได้พูดถึงเรื่องประกันอย่างจริงจัง มีแต่หยอกๆ คุยเล่นไปมา เมื่อวานไปเดินงานพฤกษาฯที่ตามปกติจะมีร้านของน้องมาร่วมขาย มิวกลับไม่เจอน้องเลย ใจเริ่มสงสัย หายเงียบเกินไป เป็นอะไรหรือเปล่า

                         วันนี้ความสงสัยมิวถูกเฉลย จัดเป็นข่าวร้าย ที่เร็วไปจริงๆ "เค้าหลับไป แล้วไม่ตื่นค่ะ " คำบอกเล่าที่ทำให้บรรยากาศในรถเงียบสนิท กับคนอายุ 29-30 เป็นชายหนุ่มที่การันตีว่า "ผมแข็งแรง ไม่ค่อยเป็นอะไรกับเขาหรอก" ได้จากโลกอันแสนวุ่นวายไปด้วยอาการ "ไหลตาย" น้องไปออกร้านงานที่มิวไปเดิน สาเหตุที่มิวไม่เจอเพราะ น้องยังไม่ทันจะจัดร้านเสร็จ น้องก็จากไปเสียก่อน แน่นอนว่า ค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่ออกร้านครั้งนี้ น้องยังไม่ชำระ ต้นไม้ที่ไปรับมา ยังไม่ทันขาย ก็เริ่มเหี่ยวเฉา เพราะร้านไม่มีใครดูแล ไม่มีใครไปทำแทน คงเหลือไว้แต่หนี้สินและต้นไม้ที่รอการขนย้ายและชำระ

                         มันจะเรียกว่าช็อคก็ไม่ใช่ เพราะตั้งแต่ที่มิวทำอาชีพนี้ ว่าที่ลูกค้ามิว มีเหตุการณ์คล้ายๆแบบนี้ หรือจะน้อยกว่านี้ อยู่ 3-4 ราย ทุกรายล้วนไม่คิดว่าตัวเองจะมีเหตุให้เกิดขึ้น ในวันที่ปฏิเสธ คิดเพียงไว้ก่อนนะ ทำเยอะแล้ว ไว้ค่อยคุย บางคนมีเยอะจริง บางคนไม่มีแต่ไม่อยากทำตอนนี้ อาจจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่จากวันนั้นมาจนถึงวันที่เกิดเรื่อง ถ้าพวกเขาตกลงทำประกันชีวิตกับมิว เขาจะสามารถยุติทุกปัญหา ทุกค่าใช้จ่ายที่ตามมาได้ เพราะเขาไม่รู้ หรือถ้าเขาอยากย้อนเวลาได้ เขาคงบอกว่า "รู้อย่างนี้" 
                          บางทีชีวิตมันก็สั้นเกินกว่าท่ีจะตั้งรับทัน บทจะจากลาย่อมมีเหตุที่จะจากได้เสมอ เหตุผลที่เราตั้งรับไม่ทัน ลองทบทวนดูสิคะ เอาแบบไม่เข้าข้างตัวเอง สมมุติว่าถ้าวันหนึ่งคุณจากไป คุณห่วงใคร และคุณทิ้งอะไรให้เขาบ้าง อะไรที่ไม่ใช่หนี้สิน อะไรที่ไม่ใช่ภาระหน้าที่เกินกำลังของผู้อยู่ข้างหลัง ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีอยู่จริง คุณยังจะตอบว่าเอาไว้ก่อนอีกไหม คุณจะรักษารอยยิ้มของพวกเขาไว้ไหม แม้ในวันที่คุณไม่อยู่แล้ว

                          ทุกๆการจากไปมิวเสียใจเสมอ ครั้งนี้ก็เสียใจ สงสารน้องเขา แต่เราช่วยอะไรเขาไม่ได้ ในวันที่มิวยื่นมือไปเขาปัดมือมิวออก แล้วคุณล่ะ ตอนนี้มิวยื่นมือหาคุณอยู่ เห็นเคสแบบนี้แล้วยังจะปัดมือ หรือคว้าเอาไว้ อย่าประมาทนะคะ สิทธิ์ที่มีอยู่ใช่ว่าจะพอ ปรึกษามิวได้ตั้งแต่วันนี้ แล้วกระดาษหนึ่งแผ่นกับผู้หญิงคนนี้ จะร่วมเปลี่ยนแปลงชีวิตและเดินไปบนเส้นทางที่ดีร่วมกับคุณเอง ในวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝันคุณยังมีกระดาษแผ่นนั้นที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินมูลค่ามหาศาล และมีมิวที่คอยช่วยเหลืออยู่ข้างๆ ขอให้คุณวางใจ

💐💐💐💐💐ติดต่อปรึกษามิว 📲 0619546396 LINE chonchanit💐💐💐💐💐

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

7 ความเชื่อแบบผิดๆเกี่ยวกับประกันชีวิต

           

   ถึงแม้ประกันชีวิตจะเข้ามาในสังคมไทยเป็นระยะเวลาหลายปีมาแล้ว แต่การเป็นที่ยอมรับ และความเข้าใจเกี่ยวกับการทำประกันชีวิตในสังคมไทย ถือว่ายังไม่กว้างเท่าที่ควร หลายคนยังไม่เข้าใจแก่นกลางที่แท้ของการทำประกันชีวิต เลยมักมีข้อโต้แย้งขึ้นมาเสมอๆ 


               วันนี้มิวจะนำเสนอ ความเชื่อแบบผิดๆ ที่มิวเคยพบเจอตลอดระยะเวลาที่เข้ามาทำอาชีพนี้ และมิวเชื่อว่ายังมีอีกมากความเชื่อที่ผิดแล้วมิวยังไม่ค้นพบ มาลองดูว่ามีอะไรบ้าง

                1. เชื่อว่าประกันชีวิตจ่ายแล้วจ่ายเลยไม่คืนเงิน จริงๆการทำประกันชีวิตมีการคืนเงินทุกรูปแบบค่ะ แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับ เงื่อนไขที่เราเลือก ไม่สิตัวแทนเลือกให้ เงินที่คืนจะมาจากสัญญาหลัก ซึ่งคนส่วนใหญ่มักยกเลิกการส่งโดยไม่ขอเงินที่ควรได้บางส่วนคืน  มีเพียงอย่างเดียวที่เสียแล้วเสียเลย ถือว่าซื้อความคุ้มครองความเสี่ยงคือ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ซึ่งจะจ่ายคืนมาเป็นความคุ้มครองค่ารักษาอุบัติเหตุ มีดบาด หกล้ม คือใครจ่ายประกันอุบัติเหตุอยู่มิวแนะนำว่า ถึงบาดเจ็บเล็กๆน้อยก็ไปใช้สิทธิ์เถอะค่ะ คุ้ม

                 2. ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล VS ประกันรถยนต์เหมือนกัน  ยืนยันอีกครั้งว่าไม่เหมือน จัดเป็นญาติๆกันดีกว่า จุดประสงค์ของการทำก็เน้นความคุ้มครองคนละแบบแล้ว รถยนต์จะเน้นไปที่เรื่องของรถยนต์ในการเกิดอุบัติเหตุ การชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ ถามว่ามีค่ารักษาให้ไหม มีค่ะแต่ก็ไม่พอครอบคลุมทั้งหมด ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จะเน้นไปที่ตัวบุคคล สามารถใช้ควบคู่กับประกันรถยนต์ได้ แต่จะครอบคลุมไปถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำรงค์ชีวิตประจำวันด้วย เช่นมีดบาด หรือตกบันใด หมากัด ประกันรถยนต์จะไม่จ่ายเรื่องนี้ให้นะคะ

                3. ประกันชีวิตมีไว้เพื่อลดภาษีเท่านั้น ฮัลโหลคุณขา นั่นคือแค่ผลพลอยได้ ไม่ใช่หัวใจหลักใหญ่ จริงๆแล้วการทำประกันชีวิต นั่นมีไว้เพื่อลดความเสี่ยงด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา ไม่ใช่แค่การลดภาษี แต่เป็นการวางแผนการเงินเพื่อลดช่องโหว่ต่างๆให้ชีวิตคุณ ส่วนเรื่องภาษีเป็นเพียงฟังก์ชั่นเสริม ที่ดันดูมีค่ากว่าฟังก์ชั่นหลัก เอาเข้าจริงๆ มันก็ดีตรงที่คนเก็บเงินมากขึ้นโดยการเปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินออมที่ยั่งยืน

               4. เด็กๆไม่ควรทำประกัน อันที่จริงประกันจำพวกสุขภาพเบี้ยเด็กน้อยจะแพงเพราะความเสี่ยงสูง แต่จะมีช่วงวัยนึง หรือแบบประกันที่ไม่ใช่สุขภาพ เป็นเน้นในเรื่องเงินออม หรือโรคร้าย เด็กๆควรทำ เพราะยิ่งอายุน้อยเท่าไรเบี้ยยิ่งถูก เพราะความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตน้อย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่ยังรังเร ควรตัดสินใจทำตั้งแต่ลูกอายุยังน้อย เทียบง่ายๆ แบบประกันโรคร้ายของบริษัทมิว ทุนประกัน 1 ล้านเท่ากัน ระยะเวลาจ่ายเท่ากัน แต่เด็กน้อยจ่าย 2X,xxx ผู้ใหญ่จะ จ่าย 3X,XXX ทั้งๆที่ความคุ้มครองเท่าๆกัน 

              5.สุขภาพยังดีไม่ป่วยจะทำประกันทำไม มิวฟังแล้วได้แต่ถอนใจ อธิบายตรงๆค่ะ คนที่ทำประกันคือคนที่สุขภาพดีค่ะ ประกันจะผ่านง่ายความคุ้มครองก็ได้เต็มที่  ลองง่ายๆค่ะ แค่มีประวัตินอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลจะนอนกี่วันก็ตามแต่ เมื่อออกจากโรงพยาบาลคุณได้รู้ซึ้งแล้วว่าควรทำประกันเพื่อตัวเอง คุณจะเจอกับการตรวจสุขภาพที่ยาวเป็นหางว่าวและการรอผลอนุมัติที่ทั้งคุณและตัวแทนใจตุ้มๆต่อมๆ บางทีอาจจะเจอว่าไม่คุ้มครองโรคที่เคยมีประวัติรักษา หรือก็เพิ่มเบี้ยในฐานะที่คุณมีความเสี่ยง และแย่ไปกว่านั้นคือไม่อนุมัติ นี่ยังไม่รวมระยะเวลารอคอยโรคต่างๆ กว่าประกันจะเครมให้ ไม่ใช่ว่าทำแล้วได้ทันที ถ้ายังไม่มีประกันชีวิต แถมสุขภาพยังแข็งแรง อย่ารอช้าเลยค่ะ ทำเถอะ


              6. มีประกันกลุ่มที่บริษัททำให้แล้ว  ที่ทำงานมิวมีประกันให้ค่ะ แต่มิวทำส่วนตัวเองไว้ด้วยเพราะ ที่ทำงานคือประกันที่ติดอยู่กับงาน ถ้าเราเกิดเหตุที่ต้องออกจากงานขึ้นมาเราจะทำอย่างไรเมื่อไม่มีประกันรักษาตัวเป็นของตัวเอง แล้วถ้ารอตอนนั้นค่อยทำ คำถามคือ เราจ่ายไหวหรอ เบี้ยประกันจะขึ้นตามอายุ อีกอย่างประกันกลุ่มไม่ได้ครอบคลุมค่ารักษาทั้งหมด ส่วนต่างก็ต้องควักเงินออก หรือโรคบางโรคก็ไม่รวมอยู่ในประกันกลุ่ม

             7. ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน เขาให้ทำประกันไว้แล้ว ค่ะมันคนละตัวอีกเช่นกัน ประกันตัวนี้จะให้ความคุ้มครองบริษัทบ้าน และรถยนต์ว่าเมื่อคุณเสียชีวิต ไม่มีคนส่งผ่อนต่อ บริษัทรถ บริษัทบ้านยังมีเงินประกันตรงนี้จ่ายให้แทนคุณโดยที่บ้าน และรถยนต์นั้นยังเป็นกรมสิทธิ์ของคุณ ก็จัดว่า  WIN WIN ทั้งคนซื้อและผู้ขายโดยมีบริษัทประกันอยู่ตรงกลาง

               มิวเข้าใจนะคะ สำหรับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของการทำประกันชีวิต มิวเคยเป็นคนๆนั้นค่ะ แต่เชื่อไหมคะตั้งแต่มิวมาทำอาชีพนี้ มิวไม่ได้มีเงินมากที่จะทำเหมือนพวกคุณทุกคนแหละค่ะ แต่มิวก็ยังทำเอาที่พอส่งไหว และเมื่อเกิดเหตุมา มิวไม่ต้องห่วงว่าจะเป็นภาระใคร รู้ตัวอีกที มิวมีประกัน 5 ฉบับแล้วค่ะ ขาดแค่เรื่องโรคร้ายที่มิวกำลังเก็บหอมรอมริบไม่เกินเดือนหน้าจะมีไว้ในครอบครอง

             ประกันไม่ใช่ภาระของคุณนะคะ ถ้าไม่ได้ทำเกินความจำเป็นหรือทำจนไม่มีเงินจ่าย คุณสามารถจะทำประกันตามที่จ่ายไหวได้ แต่อย่าลืมหลักความจริงที่ว่าค่ารักษาปัจจุบันมันแพงแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องมีฉบับเดียวที่จ่ายแพงๆ เริ่มจากเท่าที่ไหวแล้วขยับขึ้นไป จนถึงยอดที่เข้าโรงพยาบาล หรือเกิดเหตุ แล้วเราสามารถใช้ประกันจ่ายไม่ต้องพึ่งเงินเก็บ หรือเงินพ่อแม่ ถ้าคุณไม่มีประกันชีวิตรองรังนั้นแหละที่เรียกว่าภาระ 

           มิวหวังว่าจะอ่านกันครบทั้งหน้า แล้วก็เข้าใจประกันชีวิตกันเสียใหม่นะคะ เพื่อประโยชน์ของคุณเองหากไม่เข้าใจ มิวยินดีให้คำปรึกษาในการทำประกัน และการวางแผนการเงินเพื่ออนาคตค่ะ


 ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม

LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396



มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ระยะเวลารอคอยคืออะไร แล้วระยะเวลาเท่าไรเครมได้แน่นอน


              การทำประกันต้องมาคู่กับระยะเวลารอคอย และเจ้าตัวนี้แหละที่บ่อยครั้งมักเป็นชนวน เหตุแห่งความเข้าใจผิดของบริษัทประกันกับลูกค้า วันนี้มิวจะมาอธิบายแบบเคลียร์ใสๆ ให้ง่ายอ่านแล้วอ๋อเข้าใจทันทีเลย


               เราสามารถแบ่งระยะเวลาการเครมออกเป็น 7 ช่วงระยะเวลาด้วยกัน ใช่ค่ะ ย้ำอีกครั้ง 7 ช่วงระยะเวลา เริ่มแรกเลยคือ

    1. เริ่มคุ้มครองทันที คือ ให้ความคุ้มครองในวันที่ทำสัญญาประกัน วันนั้นเลย มีประกันเพียงประเภทเดียวที่สามารถทำได้คือ  “ประกันอุบัติเหตุ”           
    2. เริ่มคุ้มครองในวันที่อนุมัติผลการทำสัญญาประกันคือ “ประกันชีวิต” “ประกันที่เป็นเงินออม”  ซึ่งแบ่งสัญญาย่อยๆที่ทำการคุ้มครองในวันนั้นออกมาอีก 

  • สัญญาพิ่มเติมคุ้มครองชั่วระยะเวลา 

  • ชำระเบี้ยแทนทุนหลัก 

  • อุบัติเหตุชดเชยรายได้ และสูญเสียอวัยวะ 

  • อุบัติเหตุที่มีทุนชีวิตเท่านั้น 

  • คุ้มครองการก่อจราจล/ ก่อการร้าย

  •               3. เริ่มคุ้มครอง 30 วันหลังจากวันที่อนุมัติทำสัญญา คือ “ประกันสุขภาพในหมวดค่ารักษา                             พยาบาล.โรคทั่วไป การผ่าตัด ค่ายา ค่าหมอ”
                  4. เริ่มคุ้มครอง 60 วันหลังจากวันที่อนุมัติทำสัญญา คือ โรคร้าย 38 โรค รวมไปถึงควา                              คุ้มครอง โรคมะเร็งในสตรี และการตั้งครรภ์
    44 โรคร้าย
                  5. เริ่มคุ้มครอง 120 วันหลังจากวันที่อนุมัติทำสัญญา คือ 4 โรคดังนี้
                                 5.1 ต้อเนื้อ,ต้อกระจก
                                 5.2 การตัดทอนซิล
                                 5.3 ไส้เลื่อนทุกชนิด
                                 5.4 เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
                  6. เริ่มคุ้มครอง 1ปี หลังจากวันที่อนุมัติทำสัญญา คือ "การฆ่าตัวตาย(ต้องชำระเบี้ยปีที่2ไป                    แล้ว)" และ "ความผิดปกติของการตั้งครรภ์" "ความผิดปกติของบุตร" รวมถึง "มะเร็งในรก"
                  7. เริ่มคุ้มครอง 2ปี หลังจากวันที่อนุมัติทำสัญญา คือการเสียชีวิตทุกกรณี(เฉพาะทุน                              คุ้มครอง ชีวิตหลัก) บริษัทไม่มีสิทธิ์บอกล้างสัญญา

             แล้วทำไมถึงต้องมีระยะเวลารอคอย  ก็เพราะว่าบริษัทประกันต้องการป้องกันความเสี่ยงที่จะมีคนที่รู้ว่าตัวเองป่วย แต่ยังไม่ยอมไปรักษา แต่ขอมาซื้อประกันก่อน แล้วค่อยไปรักษาเพื่อจะได้เบิกเงินจากประกันได้ บริษัทจะทำการสืบประวัติการรักษาของลูกค้าโดยเช็คดูประวัติการรักษาจากโรงพยาบาล ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราต้องบอกความจริงทุกอย่างกับตัวแทน

             หากแม้ว่าเลย 2 ปีแล้ว บริษัทประกันสืบทราบทีหลังว่าเรามีการปกปิด ให้ข้อมูลเท็จ บริษัทประกันมีสิทธิบอกเลิกสัญญาประกันสุขภาพได้ตามกฎหมายอยู่ดี

     ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม

    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396



    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

    วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

    ความไม่คุ้มค่าของการทำประกันชีวิต มันไม่คุ้ม จริงหรือ

         


            เชื่อว่า กลุ่มคนที่มีอายุช่วง 25 - 35 หลายคน หรือคนที่ทำประกันชีวิตแล้วบางคน ยังคงมองว่าการทำประกันชีวิตมัน ช่างไม่มีความคุ้มค่าเอาเสียเลย ทำไปก็เสียเปล่า ฉันยังแข็งแรง และสุขภาพดี  เลิกไม่ทำดีกว่า เอาเงินจำนวนนี้ที่เสียไปเปล่าๆ ไปซื้อความสะดวกสบายทางใจดีกว่า

             ถามว่าความสะดวกสบายใจ บางอย่างมันไม่สามารถ ตีค่าเป็นเงินกลับมาได้อีก คุณมีความสุขในการได้ไปเที่ยวชมคนเสิร์ต ศิลปินคนโปรด อยากเห็นนักร้อง ดาราในฝันตัวเป็นๆ อยากใช้อากาศหายใจร่วมเค้า(อันนี้ดูจิตๆ) แต่ สมมุติว่า ระหว่างเดินทางไปหรือเดินทางกลับ มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับตัวคุณ บัตรคอนเสิร์ตนั้น มันไม่สามารถเปิดทางโรงพยาบาลเอกชนราคารแพงๆ ได้ ดารานักร้องของคุณ เค้าทำดีที่สุดคือ แค่มาเยี่ยม หรือมอบเงินจำนวนหนึ่งให้  และถ้าไม่ใช่แบบนั้นดาราคนนั้นไม่มา เงินช่วยเหลือไม่มีคุณจะรู้สึกแบบไหน

             หลายครั้ง หลายเคสที่บางคน โชคดีที่ได้ทำประกันไว้ทั้งๆที่ตอนทำไม่เห็นความสำคัญเท่าไร เอาแค่ว่าช่วยเซลล์ ช่วยตัวแทน หรือรำคาญตัวแทนก็ตามแต่ เพียงไม่นาน สิ่งร้ายได้เกิดขึ้น แล้วประกันไร้คุณค่าฉบับนั้น ดันช่วยได้ เค้าถึงตระหนักถึงคุณค่าการทำประกัน ต่อมา ก็เป็นคนจำนวนนึงที่โชคไม่ดีเท่าไร เพียงแค่เห็นว่าประกันมันสิ้นเปลืองไป ทำก็ไม่ได้ใช้ จึงยกเลิก และไม่นานเช่นกัน ก็เกิดเรื่องแล้วทีนี้ ได้แต่รำพึงว่ารู้อย่างนี้
             มันเป็นสิทธิ์ของลูกค้าที่จะเลือกทำ หรือไม่ทำ แต่ถ้าถามความคิดเห็นมิว ครั้งนึงมิวเคยไปเยี่ยมลูกค้า ระหว่างรอเพราะลูกค้าคนมาเยี่ยมเต็มห้อง เลยปลีกตัวมาก่อน ได้คุยกับคนๆนึง ที่มานั่งอยู่ที่นั่งใกล้ๆกัน ด้วยสีหน้าเขามิวเลยถามไปว่า มาทำอะไรหรือคะ สิ่งที่มิวได้รับคำตอบกลับมา มันคือ เรื่องที่คนๆนึงกำลังแบกรับไว้บนบ่า เขาไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้จะมีเรื่องนี้เกิดขึ้น เขาเลยต้องไปกู้ยืมเงินมาเพื่อรักษาน้องสาว ที่ป่วยหนัก รอใช้สิทธิ์ โรงพยาบาลรัฐไม่ไหว แต่เมื่อเข้าโรงพยาบาลยอดเงินที่แจ้งมาจะไม่รักษาก็ไม่ได้ หนี้สินเกิดขึ้นทันที


              เรื่องแบบนี้ใครบ้างอยากให้เกิด ไม่มีหรอกค่ะ ทุกครั้งที่นำเสนอ ทุกครั้งที่มิวพูด มิวห่วงจริงๆ มิวเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น มิวเห็นถึงความจริง เพราะมิวเคยยืนตรงนั้น ตรงที่ไม่มีประกันแต่ต้องผ่าสมองหลักแสน คืนนั้น เวลานั้น ไม่รู้เลยว่าจะเสกเงินแสนมาจากไหน มัันไม่มีความสุขอยู่แล้วกับการเจ็บป่วยของคนที่เรารัก แต่มันไม่มีความสุขมากกว่าเมื่อเราไม่มีเงินช่วยรักษาเขา นาทีนั้น ประกันชีวิต คือสิ่งเดียวที่มิวคิด แต่ทุกอย่าง มันสายไป คุณอยากเป็นแบบมิว หรือคุณอยากเลือกทางเดินที่ตรงกันข้ามจากมิว
    มันอยู่ที่คุณจรดปากกาเซ็นชื่อ ซื้อประกันชีวิตแล้วล่ะค่ะ



    ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396

    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

    วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

    ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา สำนวนอมตะที่ใช้ได้กับทุกเรื่อง

                      ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา, วัวหายล้อมคอก จะอะไรก็แล้วแต่ ทั้งสองล้วนมีความหมายในเชิงเดียวกัน คือ เกิดปัญหาก่อน ถึงระลึกได้ว่าควรทำอะไร ซึ่งมันอาจจะช้าเกินไป เกินกว่าจะกลับมาแก้ไขอะไรแล้ว มันเป็นสิ่งที่แปลกแต่จริง ไม่ว่าคุณหรือใคร ก็มักจะมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อกับสำนวนแบบนี้ ทั้งสิ้น ตังแต่เรื่องเล็ก ไปจนถึงเรื่องใหญ่

                       แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถอุดรอยรั่วของชีวิตได้ทุกเรื่อง แต่เรื่องใหญ่ๆที่เราจงใจมองข้ามมันไป เพื่อยอมจ่ายเงินให้กับความสุขเล็กๆ แต่ราคาใหญ่ๆ ที่เป็นเพียงของนอกกาย ตั๋วคอนเสิร์ตนักร้องดัง ของที่ระลึกงานคอนเสิร์ต โทรศัพท์เครื่องใหม่รุ่นล่าสุด แพงแค่ไหน ต้องหิ้วมาจากประเทศอะไร เรายอมจ่ายหมดเพื่อสิ่งๆนั้น แต่เราเลือกที่จะมองข้ามผลประโยชน์ เรื่องสุขภาพตัวเอง

                       และเมื่อวันที่เกิดภาวะเร่งด่วนมาถึง ไม่มีใครสามารถเสกกรมธรรม์ขึ้นมาให้คุณใช้ได้เลยในวันเดียว ถึงทำได้ก็ไม่ครอบคลุมโรคที่คุณเป็น หลายครั้งที่ผู้ป่วยแจ้งข้อมูลเท็จกับตัวแทนเพื่อหวังการทำประกันเครมโรคนั้นๆของตน เมื่อบริษัทสืบทราบความจริงไม่จ่ายให้ ดราม่ามากมายจึงเกิดขึ้นมาในเชิงลบกับทั้งตัวแทน และบริษัททั้งสิ้น

                       มันจะไม่มีปัญหาเลยถ้าคุณเริ่มทำตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง เก็บเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับตัวเองยามป่วย อย่างที่บอก เมื่อคุณแข็งแรง คุณจะคิดว่านี่มันเรื่องไกลตัวนะ ไม่ต้องรีบไม่ต้องทำ ฉันมีเงินน้อย ฉันมีประกันสังคม ฉันมีสิทธิ์เบิก  โน่น นั่นนี่  ในภาวะฉุกเฉินจริงๆ ถ้ามันเกิดขึ้น คำว่่าประกันสังคมอยู่ในหัวคุณไหม สิทธิ์ราชการล่ะ ไม่หรอก คุณรู้แค่ต้องส่งตัวให้เร็วรักษาให้เร็ว เมื่อมีการผ่าตัดหลักแสน คุณก็ต้องถอนเงินจากบัญชีมา ทั้งๆที่คุณอยากเก็บเงินนี้ไว้สำหรับอนาคต แย่ไปกว่านั้นบางคนไม่มีจ่าย
                       เคยคิดไหมว่า แพงไป ไม่ป่วย ไม่จำเป็นของคุณจะส่งผลอะไรกับคุณบ้าง หากเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้น เราจะเป็นคนแรกที่ต้องก้าวเข้าไปช่วยคุณในด้านค่าใช้จ่าย  แค่ลำพังอาการเจ็บป่วยก็ทำให้เครียดมากพอยู่แล้ว แต่ต้องมาเครียดเรื่องไม่มีเงินรักษาอีก เงินหลักหมื่นที่คุณปฏิเสธจะจ่ายในตอนนั้น เมื่อเทียบกับค่รักษาหลักแสนเมื่อคุณเผชิญจริงๆ มันไม่คุ้มเลยใช่ไหมคะ

                       จะดีกว่าไหมถ้าเกิดเรื่องขึ้นเงินเก็บคุณจะกระทบน้อยถึงไม่กระทบเลย แถมไม่ต้องห่วงคนด้านหลังว่าเขาจะเป็นอยู่อย่างไร กระดาษใบหนึ่งที่แทนคำมั่นสัญญาว่า ไม่ว่่าจะเกิดอะไร คุณยังมีเงินตรงนี้คุณยังมีเรา อยูเคียงข้างดูแลคุณเสมอ ตัวแทนประกันที่ดี สังเกตุง่ายๆ ยามเขาอธิบายคุณ เขาอธิบายละเอียดไหม การตอบข้อสงสัยเป็นอย่างไร ถามมากๆชักสีหน้าใส่ไหม และนอกเหนือจากแบบประกัน เข้าสามารถช่วยเราด้านไหน ในเรื่องโรงพยาบาล ได้อีก

    #ตัวแทนที่ปฏิเสธลูกค้าเขาคือตัวแทนที่กำลังจะตาย

    ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396

    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

    วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

    โรคฮิตของผู้ใช้แรงงาน ความฮิตที่ใครก็ไม่อยากเป็น

                       

                 สุขสันต์และ ส่งท้ายวันหยุดแรงงานแห่งชาติ ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพ และโรคฮิต ติดชาร์ท ของผู้ใช้แรงงาน โรคฮิตที่ไม่มีใครโหวตด้วยควาดีใจส่งขึ้นชาร์ท แต่เป็นภาวะแทรกซ้อน แอบแผงที่มาจาก ลักษณะงาน สิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็นต้น

                 นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรงงานแห่งชาติ กรมการแพทย์ จึงใช้โอกาสนี้ขอให้ผู้ใช้แรงงานดูแลสุขภาพตนเองและระวังโรคซึ่งเกิดจากการสัมผัสสิ่งคุกคามในที่ทำงาน เช่น โรคปอดอักเสบในคนที่แข็งแรงดี โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เมื่อไปพบแพทย์อาจนึกไม่ถึงว่าจะเป็นโรคจากการทำงานทำให้การวินิจฉัยพลาดไป รักษาโรคแต่ไม่ได้รักษาที่สาเหตุทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ โรคจากการทำงานสามารถป้องกันได้ ผู้ใช้แรงงานรักษาสุขภาพให้แข็งแรง งดเหล้า บุหรี่ ลดความเครียด ใช้อุปกรณ์ในการป้องกันตนเองจากสารเคมี และเสียงดัง ยกของอย่างถูกวิธี และไม่ทำงานหนักจนเกินไป เป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคจากการทำงาน

                   นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โดยงานอาชีวเวชศาสตร์ ได้สรุปจำนวนโรคจากการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อผู้ใช้แรงงาน ดังนี้ โรคที่เกิดจากยากำจัดศัตรูพืช 8,689 คน โรคกระดูกและกล้ามเนื้อที่เกิดจากการทำงาน 81,226 คน ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด โรคที่เกิดจากพิษโลหะหนัก 39 คน โรคปอดฝุ่นหิน 236 คน โรคปอดจากแร่ใยหิน 166 คน โรคจากสารทำละลายอินทรีย์ 673 คน โรคหูตึงจากเสียงดัง 60,946 คน สำหรับหลักการป้องกันตนเองอย่างถูกวิธี คือ

                  การรู้สาเหตุของการเกิดโรค ได้แก่ คนงานและผู้อาศัยใกล้เคียงโรงงานโม่หินที่มีฝุ่นหินทรายฟุ้งกระจาย เป็นโรคปอดอักเสบจากฝุ่นซิลิกา ซึ่งวิธีการป้องกันมีดังต่อไปนี้
    1. กำจัดฝุ่นหิน ไม่ให้คนไปสัมผัส และปรับปรุงสิ่งแวดล้อม
    2. การรู้การกระจายของโรค เพื่อให้ทราบกลุ่มบุคคล พื้นที่ และเวลาในการเกิดโรค ทำให้กำหนดกลุ่มที่เป็นปัญหาสาธารณสุข
    3. การรู้ธรรมชาติของการเกิดโรค เนื่องจากโรคแต่ละโรค จะมีการดำเนินของโรคที่ต่างกันออกไป ซึ่งมีผลต่อการกำหนดวิธีการป้องกันที่เหมาะสม
                     ที่สำคัญสถานประกอบการควรให้ความสำคัญในการตรวจสุขภาพประจำปีของผู้ใช้แรงงาน และหากมีปัญหาควรพบแพทย์ เป็นระยะๆ โดยตรวจสุขภาพทั่วไป ตรวจสุขภาพที่เกี่ยวเนื่องกับปัจจัยที่สัมผัส เพื่อจะสามารถสืบค้นปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่ระยะแรกของโรค และตรวจทางอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม หากสงสัยว่าเป็นโรคจากการทำงาน สามารถติดต่อได้ที่คลินิกอาชีวเวชศาสตร์ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี หรือสอบถามได้ที่สายด่วน 0 2517 4333 ได้ทุกวันในเวลาราชการ

    วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2561

    การอาศัยเงินคนอื่นในการรักษาตัวมันคือความอึดอัดอย่างสุดขีด!!!



                       คลิ๊กฟังเรื่องราวบนชื่อคลิป แล้วจะรู้วาในยามที่เราเจ็บป่วย เราไม่มีเงินเป็นของตัวเอง มันต้องแบกรับความรู้สึกอะไรบ้าง จากใจมิว มิวฟังมิวคิดว่า ผู้ชายคงรักแหละ ถึงยอมทุ่มเงินเพื่อรักษาให้
    ในชีวิตจริง คนทั่วไปจริงๆ ใครบ้างที่จะยืนมือมาช่วยถ้าคุณไม่ได้ทำประกันชีวิตเอาไว้ ทุกคนล้วนทำเพื่อตัวเอง และความอยู่รอดของตัวเอง 
                     
                      และถึงแม้เขาคุณ ถ้าให้โดยกู้ยืมแน่นอนว่าต้องเป็นดอกเบี้ยที่เราต้องแบก ถ้าให้โดยเสน่หา แบบเคสนี้ เมื่อใดก็ตามที่เขายังพอมีเงิน ที่จะหมุนในบริษัท ในชีวิต การทวงท้วงถามคงไม่เกิด ถามว่าเจตนาไหม ไม่เชิงเจตนา แต่ลึกๆก็คงแอบเสียดาย หรือบางทีอาจจะรู้สึกว่านี่คือไพ่ตายของคุณ เมื่อเผลอ หรือโกรธ เลยมักจะโพร่งออกมา
             
                    แน่นอนว่า คนที่ต้องทนฟังย้ำๆ ซ้ำๆ มันเจ็บใจ แค่ไหน ไม่มีหนี้ ก็เหมือนมี อยากหนีอยากจะไปก็ใจไม่ด้านพอ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ปลงไม่ตก หาความสุขไม่เจอ นี่ล่ะ คือสาเหตุที่ มิวบอกทุกคนให้ทำปะกันชีวิต เมื่อมีเหตุการณ์ แบบนี้เกิด โยนความลำบากนี้ให้ บริษัทประกันไปซะ บุญคุณดอกเบี้ย ไม่ต้องมีให้ลำบากใจ ทำอย่างเดียวคือนอน รับการรักษา ทำใจให้สบาย แล้วฟื้นร่างกายไวๆ

                   แต่ก็อีกนั่นแหละ นี่คือเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเอง เมื่อไรที่มิวพยายามบอกเหตุผลกับลูกค้า ลูกค้ามักจะบอกปัดออกไป เพราะเหตุผลที่ว่าฉันแข็งแรง ฉันมีประกันสังคม ฉันโอเค ลูกเป็นข้าราชการ มิวไม่เหนื่อยหรอกค่ะ ที่จะอธิบายเหตุผลข้อโต้แย้งซ้ำๆ มิวแค่อยากขอให้ฟังมิวบ้าง ไม่ใช่ว่ามิวเอาแต่จะขายๆ  ไม่ซื้อมิว ไม่เป็นไรค่ะลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะเลือก แต่ได้โปรดฟังเคสที่อธิบายสักนิด 

                  มิวไม่ได้แช่งนะคะ มิวแค่ต้องการให้ลูกค้า วางแผนตรงส่วนนี้ไว้ มันไม่ใช่เรื่องดี กับการไม่ยอมเสียส่วยน้อย แต่พอเกิดเหตุขึ้นจริง มาเรียกมิวไป มิวแก้ไขอะไรไม่ได้ค่ะ คนที่เป็นแล้ว มีการวินิจฉัยเกิดขึ้นแล้วก่อนทำประกัน โรคๆนั้นจะไม่อยู่ในความคุ้มครองทันที ถ้าคุณคิดว่ารับความกดดัน ความเครียดที่จะเกิดจากการกู้ยืมเงิน จากคนอื่นมาไหว มิวก็จนเหตุผลที่จะพูด

                 ได้โปรดอย่าลืมว่า ทุกครั้งที่มีการเจ็บป่วยเกิดขึ้น เราจะเปราะบางเป็นพิเศษ ความอดทนที่มีจะลงหลายเท่า ในวันนั้นคุณจะนึกถึงมิว แต่มิวก็ทำได้แค่ไปเยี่ยม พูดคุย มิวไม่สามารถสร้างประกันฉบับที่คุณต้องการได้อีกต่อไปแล้วค่ะ เชื่อมิวเถอะค่ะ  ทำประกันคุ้มครองค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้ จะจ่ายกี่ปีให้หลัง หรือไม่จ่าย ยังไงก็ไม่ขาดทุน 

    ขอขอบคุณรายการ พุทธทอร์ค พุธโทร
    ใครฟังไม่ได้ คลิ๊กตรงนี้เลย คลิ๊กเลย

    #AIA #เข้าใจชีวิต #เข้าใจคุณ

    ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396

    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

    วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561

    เคสที่กระจ่างว่าเหตุใดข้าราชการ ถึงควรทำประกันชีวิต

    ถ้าคุณคิดว่าแค่สิทธิ์ข้าราชการก็พอ ถ้าคุณคิดว่าโรงพยาบาลรัฐตอบโจทย์คุณได้ ก่อนเข้าเนื้อหา
    ลองสมมุติเหตุการว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวคุณ หรือคนที่คุณรักดู

    1. ถ้ามีเคสเร่งด่วน และหมอเฉพาะทางที่ฝีมือดีมากๆ อยู่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพคุณจะไปไหม?

    2. ถ้าการรักษาโรคบางอย่างต้องใช้เครื่องมือทันสมัย แต่โรงพยาบาลเอกชนเท่านั้นที่มีเครื่องนี้คุณจะไปรักษาไหม?

    3.ถ้ายาที่ต้องใช้เป็นยานอกไม่ได้ระบุอยู่ในรายการเบิกได้ แต่เป็นยาที่ดีมากๆจะซื้อไหม?

    4.ถ้าสิทธิ์ข้าราชการจ่ายให้คุณได้เพียงบางส่วน เงินหลักหมื่นหลักแสน หลักล้านที่เหลือคุณจ่ายเองได้ใช่ไหม? 

    เชื่อไหมว่า 4 คำถามนี้ไม่เกินความจริงเลย เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น มันเป็นคำถามเบสิค ที่ข้าราชการบางคนรู้ และบางคนไม่รู้ คนที่รู้ถ้าเขาไม่เคยได้เข้ารักษาเอง คงจะเป็นคนใกล้ตัวที่บอกมา และแน่นอนว่าคนที่ไม่รู้ คือกลุ่มคนที่ยังไม่เคยเข้ารับการรักษากรณีเคสเร่งด่วน หรือเคสที่ต้องการฝีมือหมอดีๆสักครั้ง


    หลายวันก่อน ไปหาลูกค้ามา สามีลูกค้าเป็นข้าราชการ รวมทั้งตัวลูกค้าเองด้วย สามีต้องเข้ารักษาผ่าตัดบอลลูนหัวใจ ครั้นจะรอโรงพยาบาลรัฐในจังหวัด คิวผ่าก็นานเกินไป เพื่อนของลูกค้าแนะนำหมอฝีมือดีเชียวชาญด้านนี้มา แต่หมอก็ดันอยู่โรงพยาบาลชื่อดังในเขตกรุงเทพฯ นาทีที่ต้องเลือก ระหว่างสิทธิ์รักษารัฐที่รอนาน กับหมอฝีมือดีในเอกชน เพื่อรักษาคนที่รัก รักษาเสาหลักครอบครัว จึงตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพ

    การเข้าพบแพทย์วินิจฉัยรักษา ช่างสมกับเป็นอาจารย์หมอที่เชี่ยวชาญด้านนี้จริงๆ แต่เมื่อแจ้งราคามาเข่าแทบทรุด บอลลูนหัวใจ เลขสวยๆเหมาเป็นแพคเกจ  178,400  บาท ยังมีส่วนต่างบวกลบนิดๆหน่อยๆ สักสองสามหมื่น สิทธิ์ข้าราชการไม่ใจร้ายขนาดนั้น เขาให้คุณเบิกได้ แต่ก็ยังเหลือหลังแสนที่เป็นส่วนต่างต้องชำระเองอยู่ดี ไหนจะต้องลางานมาทั้งสองคน คนนึงลาเฝ้า อีกคนลารักษาตัว ค่าจิปาถะต่างๆ

    คิดมากก็เครียด ในเมื่อรอไม่ได้ ในเมื่อคนที่เรารักสำคัญ เราก็ต้องรับมันไหว นี่คือสาเหตุที่เพียรบอก ลูกค้าข้าราชการทุกคน แต่น้อยคนที่จะเชื่อและรับฟัง จะบอกข้อดีการทำประกันชีิวิตไว้เลย เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น โรงพยาบาลเอกชนจะใช้สิทธิ์ประกันชีวิตก่อน ถ้าประกันทำวงเงินไม่สูงพอ ก็อาจมีบ้างที่ต้องใช้เบิกในส่วนราชการ บางทีจะเหลือค่าใช้จ่ายหลักพันถึงหมื่นนิดๆหน่อย แต่ถ้าทำทุนเยอะพอไม่ต้องรบกวนสิทธิ์ราชการ และไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ประกันชีวิตจ่ายให้หมด และที่สำคัญ คนป่วยขณะเข้าการรักษา ยังมีเงินจากประกันที่เรียกว่าเงินชดเชยรายได้ เข้ากระเป๋าทุกวัน ขั้นต้น 1 พันบาทขึ้นไปแล้วแต่งเงินที่เราทำ ดีไปอีกขั้นบางแบบประกันคนเฝ้าก็ได้ด้วย  นี่ยังไม่รวมสิธิ์รักษาอื่นๆที่จะมาแจกแจงให้ฟังภายหลังนะนี่

    แล้วข้อมูลทั้งหมดของเคสนี้ พอจะทำให้ได้คำตอบบ้างไหมคะ 
    ว่าเหตุใดข้าราชการ ถึงควรทำประกันชีวิต 
    ปอลิง ประกันชีวิตเขารับทำเฉพาะคนที่ยังแข็งแรง ถ้าวันนี้คนๆนั้นยังเป็นคุณก็ทำเลยเถอะค่ะ 
    อย่าให้ทุกอย่างสายไปแล้วจึงเริ่ม....


    #AIA #เข้าใจชีวิต #เข้าใจคุณ

    ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396

    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

    วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561

    วันสงกรานต์เกิดอุบัติเหตุ 2,449 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 148 ราย เจ็บกว่า 2,500 คน


             4วันสงกรานต์เกิดอุบัติเหตุ 2,449 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 148 ราย เจ็บกว่า 2,500 คน 

          สาเหตุส่วนใหญ่ยังเป็นดื่มแล้วขับ เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เม.ย. 2561 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ "ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร" เกิดอุบัติเหตุ 603 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 57 ราย ผู้บาดเจ็บ 626 คน 



            สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 43.62 ขับรถเร็ว ร้อยละ 25.70 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.58 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.17 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 43.62 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 32.84 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 30.68 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 22.11 ขณะที่สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน (11 – 14 เม.ย. 61) เกิดอุบัติเหตุ 2,449 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 248 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,557 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 8 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง ลพบุรี สตูล สมุทรสงคราม หนองคาย หนองบัวลำภู และอ่างทอง  จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (99 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (17 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (109 คน).



           จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันที่ 13 – 14 เมษายน 2561 พบว่า ถนนสายรองและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง เนื่องจากหลายพื้นที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์ และเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง มีสาเหตุหลักจากการขับรถเร็ว และดื่มแล้วขับ 


    ขอขอบคุณข้อมูล จากมติชน ออนไลน์

    วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561

    คุณกำหนดสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดกับคุณได้หรือไม่ 18+




    คำเตือน คลิปนี้ 18+ อางจมีภาพและเนื้อหารุนแรง











    รู้สึกอย่างไรบ้างคะ ดีที่กลุ่มคนในคลิปบางคนรอดชีวิต 
    ในมุมมองกลับกัน ถ้าร้ยแรงกว่านั้นล่ะ
    และสมมุติถ้าเป็นตัวคุณเอง คุณจะคิดว่าต้องทำอย่างไร







    วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2561

    ทำงานบริษัทน้ำมัน เงินเดือนดีจริง แต่ชีวิตของคุณล่ะ!!!



              นักศึกษาจบใหม่หลายๆคน หลายคน มุ่งเป้าไปที่ บริษัทยักษ์ใหญ่ และเงินเดือสูงๆ หนึ่งในนั้น แน่นอนว่าต้องมีบริษัทผลิตน้ำมันชื่อดังต่างๆ ซึ่งบางสาขาต้องทำงานใกล้โรงกลั่นน้ำมัน ด้วยความภาคภูมิใจของตัวเอง และพ่อแม่ บางคนก้าวเข้าไปทั้งที่รู้ บางคนก้าวเข้าไปเพราะไม่รู้ โดยเฉพาะสาขาที่ทำงานอยู่ใกล้โรงกลั่น
             ทุกๆอย่างบนโลก มันเหมือนเหรียญ คือมีสองด้าน โรงกลั่นน้ำมันมีมลสารที่ก่อให้เกิดมลพิษสูง 14 ประเภท  ซึ่งมลสารที่เป็นอันตรายมากคือสารเร่งปฏิกิริยา ที่ใช้ในหน่วยผลิตต่างๆ เป็นสารจำพวกโลหะหนัก เมื่อใช้ไประยะหนึ่งจะเสื่อมสภาพลง ฝุ่นของสารเร่งปฏิกิริยาก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อนัยน์ตาและระบบทางเดินหายใจ เมื่อหายใจเข้าไปเป็นเวลาต่อเนื่องนานๆ นอกจากนี้สารเร่งปฏิกิริยาบางตัวนั้นจัดเป็นสารที่ก่อ "มะเร็ง"  

             มลสารที่กลายสภาพเป็นฝุ่น หรือละอองนี้ นอกจากจะฟุ้งไปในอากาศแล้ว การกระจายตัวยังไปไกลได้หลายกิโลเมตร แน่นอนว่าพวกอาคารบริหารงานที่ไม่ใช่ตัวโรงกลั่น หรือชาวบ้านระแวกนั้น สูดเข้าปอดไปเต็มๆ เมื่อนานวันเข้า (ขึ้นอยู่กับการใช้สภาพร่างกายเราด้วย) จะพบได้ว่าบุคลากรส่วนใหญ่มักจะต้องเสียเงินไปกับการรักษาโรคมะเร็ง มาถึงจุดนี้ เชื่อว่าบางคนอาจจะคิดว่า มันคุ้มนะ ที่ระยะนึง ฉันเคยมีเคยเป็นคนที่อยู่ตรงนั้น แต่บางคน กลับบอกว่า "มันไม่คุ้มเอาเสียเลย"  นี่ขนาดยังไม่รวมการตกค้างของสารภายพิษขากน้ำมันในรูปแบบอื่นๆนะ


            ส่วนตัวมิวคิดว่ามีคนเอา เงินเยอะๆ และหน้าตาทางสังคม  มาวางกองตรงหน้า แล้วบอกว่า "คุณได้ทั้งหมดนี่ แต่แลกกับชีวิตที่สั้นลง และความทรมานจากโรค" มิวคงขอเลือกเป็นคนธรรมดาที่มีความสุขกับโลกนี้ กับครอบครัวที่เรารักได้นานๆ ดีกว่า แต่ถ้าเข้าทำงานนี้แล้ว หรือกำลังจะเริ่ม อ่านบทความอยู่ คุณมีวิธีคือ หาประกันที่คุ้มครองด้านการรักษาโรคมะเร็ง ที่เป็นสัญญาระยะยาว    เอาไว้ก่อนเลย เกิดวันนึงฝันร้ายกลายเป็นจริงขึ้นมา เงินที่คุณเก็บไว้จะอยู่เหมือนเดิม ประกันที่คุณทำ จะจ่ายเงินตรงส่วนนี้ให้คุณเอง ตัดความกังวลเรื่องรายจ่ายครอบครัวที่มากขึ้นจากค่ารักษาพยาบาลไปได้  




    ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396

    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844


    วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561

    โรคไต มาเยือนไวเพราะความอยากสวย

             

                คุณกำลังอยากซื้อ กลูต้า หรืออาหารเสริมที่เพิ่มความขาว และถ้าเป็นไปได้ มีสรรพคุณ หุ่นดี เห็นผลไว ยิ่งรู้สึกว่า แหม่.....เงินในกระเป๋า กำลังกรีดร้อง อ่านสรรพคุณแล้วจินตนาการภาพหุ่น ปู ไปรยา แต่เอาหน้าตัวเองแปะทับหน้าปู ยิ่งซื้อเยอะยิ่งถูก อู้หูว์ อยากได้
              เมื่อทุกอย่างมันมีสูตรลัด ร่างกายก็ลยลัดวงจร เคสลูกค้ารายหนึ่ง เธอมาจากบ้านที่ค่อนข้างมีฐานะ แต่ติดตรงที่รูปลักษณ์ อาจจะไม่เพอร์เฟ็ค ในสายตาของเธอ แต่ครั้นจะให้ควบคุมอาหารออกกำลัง มันก็ไม่ได้ทำให้ขาว แถมยังใช้เวลานาน เธอตัดสินใจซื้ออาหารเสริมเพิ่มสวยดังกล่าวมา หลังจากนั้นอีก 1 เดือน ชีวิตเธอก็เปลี่ยนไป


              วันที่ดูน่าสดใสวันนั้น เธอเกิดอาการน๊อค ครอบครัวรีบพาส่งโรงพยาบาล หมอวินิจฉัยว่า เธอเป็นโรคไตวาย เพราะสารเร่งขับปัสสาวะในยาลดความอ้วน เธอต้องฟอกไตอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ความสดใสที่มีในเดือนก่อนหายวูบเหลือแต่คนๆหนึ่งที่ นอนน้ำตาคลอเบ้าขณะฟอกไต
               โชคยังดีที่ก่อนหน้านั้น เธอทำประกันรักษาโรคร้ายแรงซึ่งรวมโรคไตในนั้น เรื่องค่าใช้จ่ายเลยผ่อนหนักเป็นเบา มันก็เบาแค่ค่าใช้จ่ายบางส่วน คนเรามักโชคร้ายซ้ำซ้อน ธุรกิจที่บ้านก็เกิดภาวะฝืดขึ้นมาจังหวะนี้พอดี แถมครอบครัวต้องขับรถพาเธอมาโรงพยาบาล ชั้นนำที่อยู่ไกลไปอีกหลายสิบกิโล

               โดยเฉลี่ยผู้ป่วยโรคไต 1 คน จะมีค่าใช้จ่ายในการรักษา 30000 บาท/เดือนเป็นเรื่องที่คนบางคนทำได้ แต่หลายๆคนจะนิ่งชะงัก ต่อให้มีประกันสัคม เราก็ต้องจ่ายส่วนต่าง หลักหมื่นอยู่ดี ทางออกที่ดีคือการเลิกเพิกเฉยต่อประกันโรคร้ายแรง อย่าคิดว่าไม่ทำเพราะไม่เป็น เรากำหนดอะไรไม่ได้
              ถ้าคุณกำลังกินยาลดความอ้วน ยาเพิ่มขาวอยู่เขวี้ยงขวดยาบ้าๆนั้นทิ้งไป แล้วเอาเงินนั้นๆสะสมไว้ซื้อประกันชีวิตที่คุ้มครองโรคร้าย ออกกำลังกายมากๆ ดื่มน้ำเยอะๆ เข้าร่วมโครงการสุขภาพต่างๆ แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนอย่างสมบูรณ์ แข็งแรง

    #VITALITY
    #โครงการดีๆที่มีมากกว่าประกันชีวิต

    ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396

    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844