ห่างจากการเขียน Blog มานานจะฝุ่นเกาะคีย์บอร์ด วันนี้มิวมีความประทับใจ จนอยากจะบอกประสบการณ์ดีๆ ให้ฟัง การทำงานที่เป็นตัวตนของมิว ความสม่ำเสมอที่มิวเพียรทำมาตลอด ความเข้าใจในการใช้ชีวิตของลูกค้า เกือบจะ 1 ปีได้แสดงผลของมันแล้ว
ในการทำงานตัวแทน มิวไม่เคยแบ่งแยกเสนอขายให้เฉพาะคนรวย มิวเชื่อในความเท่าเทียม สิ่งที่แตกต่างของคนมีเพียง นิสัย และวัยวุฒิ มิวให้ความเคารพ คนทุกคนเท่ากัน วันนี้มิวได้เข้ามานั่งทำงานในบ้านลูกค้าที่เป็นเพียงห้องแถว ครั้งนึงลูกค้าเคยปฏิเสธมิวเนื่องด้วยสาเหตุต่างๆ แต่วันนี้เค้าคือคนที่เรียกชื่อมิวอย่างสนิทสนม
และสนใจการทำประกันเพื่อชีวิตของเขาเองอย่างจริงจัง มิวมีความสุข และสามารถสัมผัสความสุขที่จริงใจง่ายๆแบบนี้ ได้อย่างเต็มที่ มิวทำงานไม่เหนื่อยเลยจริงๆเถอะ ไม่ว่าจะไกลแค่ไหน
มีอาชีพอะไร รวยเงินหรือใช้ หรือแค่พอถูไถไปวันๆ คนทุกคนมีสิทธิ์ได้รับการดูแล และได้รับความคุ้มครองเทียบเท่ากัน ไม่ว่าจะจ่ายเบี้ยเท่าไร
เค้าสบายใจที่มีมิวดูแล มิวสบายใจที่ทำงานในแบบนี้ โล่ รางวัล มันคือส่วนหนึ่งที่ได้มาแล้วอาจจะทำให้ใครสนใจในตัวมิว เชื่อในมิวมากขึ้น แต่มันไม่สำคัญเท่า แววตายามพูดคุย และมิตรภาพที่จริงใจต่อกัน มิวเชื่อในความจริงใจของมิวเสมอ มิวหว่านล้อมไม่เก่ง ตื้อก็ไม่เก่งเหมือนกัน มิวอย่างให้ทุกคนเห็นคุณค่าประกันด้วยตัวเองจริงๆ และซื้อกับมิวเพราะไว้ใจมิว
ประกันชีวิตให้ความคุ้มครอง ตัวคุณและครอบครัว ส่วนมิวให้ความสบายใจ ในบริการ และตัดความกังวลเรื่องเงินในการรักษาตัว ลูกค้ามักถามเสมอว่า ถ้าเข้ารักษาต้องทำไง มิวตอบอย่างเต็มเสียงเลยว่า ลูกค้าแค่เข้าไปรักษา จะนอนกี่คืนก็ตาม ไม่ต้องสนใจ ขอแค่ลูกค้าหายไวๆ เรื่องเงินเรื่องการบริการอื่นๆนั้น ไว้เป็นหน้าที่ของมิวเอง
ขอบคุณนะคะสำหรับไส้กรอกอีสาน ขอบคุณที่เชื่อในมิว ขอบคุณที่เห็นคุณค่าในการทำประกัน ขอบคุณรอยยิ้ม และมิตรภาพในวันนี้ มิวสัญญาจะดูแลคณให้ดีที่สุด มิวสัญญา
ปรึกษามิว เริ่มต้นทำประกันชีวิตเพื่อตัวเอง 0619546396 Line chonchanit
บทความที่ได้รับความนิยม
- ที่ปรึกษาด้านการเงินคือใคร? เกี่ยวข้องอะไรกับบริษัทประกัน ทำหน้าที่อะไรสรุปจะขายประกันหรือยังไง
- ถูกคนขายประกันหลอก ถูกโกง ได้เงินแล้วไม่ดูแล หายหัวไปเลย
- (ทำงาน) มองหาตัวแทนประกันชีวิตดีๆ
- สิทธิ์ประกันสังคม การบริการและการรักษาโรค ดีกว่าประกันชีวิต จริงหรือ?
- เชื่อหรือไม่...คนไทยทั้งประเทศ 88% มีเงินในบัญชีไม่ถึง 5 หมื่นบาท
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประกันค่ารักษาพยาบาล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประกันค่ารักษาพยาบาล แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2562
วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
ความไม่คุ้มค่าของการทำประกันชีวิต มันไม่คุ้ม จริงหรือ
เชื่อว่า กลุ่มคนที่มีอายุช่วง 25 - 35 หลายคน หรือคนที่ทำประกันชีวิตแล้วบางคน ยังคงมองว่าการทำประกันชีวิตมัน ช่างไม่มีความคุ้มค่าเอาเสียเลย ทำไปก็เสียเปล่า ฉันยังแข็งแรง และสุขภาพดี เลิกไม่ทำดีกว่า เอาเงินจำนวนนี้ที่เสียไปเปล่าๆ ไปซื้อความสะดวกสบายทางใจดีกว่า
ถามว่าความสะดวกสบายใจ บางอย่างมันไม่สามารถ ตีค่าเป็นเงินกลับมาได้อีก คุณมีความสุขในการได้ไปเที่ยวชมคนเสิร์ต ศิลปินคนโปรด อยากเห็นนักร้อง ดาราในฝันตัวเป็นๆ อยากใช้อากาศหายใจร่วมเค้า(อันนี้ดูจิตๆ) แต่ สมมุติว่า ระหว่างเดินทางไปหรือเดินทางกลับ มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับตัวคุณ บัตรคอนเสิร์ตนั้น มันไม่สามารถเปิดทางโรงพยาบาลเอกชนราคารแพงๆ ได้ ดารานักร้องของคุณ เค้าทำดีที่สุดคือ แค่มาเยี่ยม หรือมอบเงินจำนวนหนึ่งให้ และถ้าไม่ใช่แบบนั้นดาราคนนั้นไม่มา เงินช่วยเหลือไม่มีคุณจะรู้สึกแบบไหน
หลายครั้ง หลายเคสที่บางคน โชคดีที่ได้ทำประกันไว้ทั้งๆที่ตอนทำไม่เห็นความสำคัญเท่าไร เอาแค่ว่าช่วยเซลล์ ช่วยตัวแทน หรือรำคาญตัวแทนก็ตามแต่ เพียงไม่นาน สิ่งร้ายได้เกิดขึ้น แล้วประกันไร้คุณค่าฉบับนั้น ดันช่วยได้ เค้าถึงตระหนักถึงคุณค่าการทำประกัน ต่อมา ก็เป็นคนจำนวนนึงที่โชคไม่ดีเท่าไร เพียงแค่เห็นว่าประกันมันสิ้นเปลืองไป ทำก็ไม่ได้ใช้ จึงยกเลิก และไม่นานเช่นกัน ก็เกิดเรื่องแล้วทีนี้ ได้แต่รำพึงว่ารู้อย่างนี้
มันเป็นสิทธิ์ของลูกค้าที่จะเลือกทำ หรือไม่ทำ แต่ถ้าถามความคิดเห็นมิว ครั้งนึงมิวเคยไปเยี่ยมลูกค้า ระหว่างรอเพราะลูกค้าคนมาเยี่ยมเต็มห้อง เลยปลีกตัวมาก่อน ได้คุยกับคนๆนึง ที่มานั่งอยู่ที่นั่งใกล้ๆกัน ด้วยสีหน้าเขามิวเลยถามไปว่า มาทำอะไรหรือคะ สิ่งที่มิวได้รับคำตอบกลับมา มันคือ เรื่องที่คนๆนึงกำลังแบกรับไว้บนบ่า เขาไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้จะมีเรื่องนี้เกิดขึ้น เขาเลยต้องไปกู้ยืมเงินมาเพื่อรักษาน้องสาว ที่ป่วยหนัก รอใช้สิทธิ์ โรงพยาบาลรัฐไม่ไหว แต่เมื่อเข้าโรงพยาบาลยอดเงินที่แจ้งมาจะไม่รักษาก็ไม่ได้ หนี้สินเกิดขึ้นทันที
เรื่องแบบนี้ใครบ้างอยากให้เกิด ไม่มีหรอกค่ะ ทุกครั้งที่นำเสนอ ทุกครั้งที่มิวพูด มิวห่วงจริงๆ มิวเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น มิวเห็นถึงความจริง เพราะมิวเคยยืนตรงนั้น ตรงที่ไม่มีประกันแต่ต้องผ่าสมองหลักแสน คืนนั้น เวลานั้น ไม่รู้เลยว่าจะเสกเงินแสนมาจากไหน มัันไม่มีความสุขอยู่แล้วกับการเจ็บป่วยของคนที่เรารัก แต่มันไม่มีความสุขมากกว่าเมื่อเราไม่มีเงินช่วยรักษาเขา นาทีนั้น ประกันชีวิต คือสิ่งเดียวที่มิวคิด แต่ทุกอย่าง มันสายไป คุณอยากเป็นแบบมิว หรือคุณอยากเลือกทางเดินที่ตรงกันข้ามจากมิว
มันอยู่ที่คุณจรดปากกาเซ็นชื่อ ซื้อประกันชีวิตแล้วล่ะค่ะ
ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844
วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
โรคฮิตของผู้ใช้แรงงาน ความฮิตที่ใครก็ไม่อยากเป็น
สุขสันต์และ ส่งท้ายวันหยุดแรงงานแห่งชาติ ด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพ และโรคฮิต ติดชาร์ท ของผู้ใช้แรงงาน โรคฮิตที่ไม่มีใครโหวตด้วยควาดีใจส่งขึ้นชาร์ท แต่เป็นภาวะแทรกซ้อน แอบแผงที่มาจาก ลักษณะงาน สิ่งแวดล้อมรอบตัว เป็นต้น
นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เนื่องในวันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรงงานแห่งชาติ กรมการแพทย์ จึงใช้โอกาสนี้ขอให้ผู้ใช้แรงงานดูแลสุขภาพตนเองและระวังโรคซึ่งเกิดจากการสัมผัสสิ่งคุกคามในที่ทำงาน เช่น โรคปอดอักเสบในคนที่แข็งแรงดี โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เมื่อไปพบแพทย์อาจนึกไม่ถึงว่าจะเป็นโรคจากการทำงานทำให้การวินิจฉัยพลาดไป รักษาโรคแต่ไม่ได้รักษาที่สาเหตุทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ โรคจากการทำงานสามารถป้องกันได้ ผู้ใช้แรงงานรักษาสุขภาพให้แข็งแรง งดเหล้า บุหรี่ ลดความเครียด ใช้อุปกรณ์ในการป้องกันตนเองจากสารเคมี และเสียงดัง ยกของอย่างถูกวิธี และไม่ทำงานหนักจนเกินไป เป็นการลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคจากการทำงาน
นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี โดยงานอาชีวเวชศาสตร์ ได้สรุปจำนวนโรคจากการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อผู้ใช้แรงงาน ดังนี้ โรคที่เกิดจากยากำจัดศัตรูพืช 8,689 คน โรคกระดูกและกล้ามเนื้อที่เกิดจากการทำงาน 81,226 คน ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด โรคที่เกิดจากพิษโลหะหนัก 39 คน โรคปอดฝุ่นหิน 236 คน โรคปอดจากแร่ใยหิน 166 คน โรคจากสารทำละลายอินทรีย์ 673 คน โรคหูตึงจากเสียงดัง 60,946 คน สำหรับหลักการป้องกันตนเองอย่างถูกวิธี คือ
การรู้สาเหตุของการเกิดโรค ได้แก่ คนงานและผู้อาศัยใกล้เคียงโรงงานโม่หินที่มีฝุ่นหินทรายฟุ้งกระจาย เป็นโรคปอดอักเสบจากฝุ่นซิลิกา ซึ่งวิธีการป้องกันมีดังต่อไปนี้
- กำจัดฝุ่นหิน ไม่ให้คนไปสัมผัส และปรับปรุงสิ่งแวดล้อม
- การรู้การกระจายของโรค เพื่อให้ทราบกลุ่มบุคคล พื้นที่ และเวลาในการเกิดโรค ทำให้กำหนดกลุ่มที่เป็นปัญหาสาธารณสุข
- การรู้ธรรมชาติของการเกิดโรค เนื่องจากโรคแต่ละโรค จะมีการดำเนินของโรคที่ต่างกันออกไป ซึ่งมีผลต่อการกำหนดวิธีการป้องกันที่เหมาะสม
วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2561
อาการแพนิค กับ โรคแพนิค ความเหมือนที่แตกต่าง
แต่บทความนี้จะไม่น่าสนใจถ้าเป็นเพียงแค่อาการแพนิคทั่วไป ในบทความนี้เราจะกล่าวถึงโรคแพนิคที่ไม่ใช่อาการ ซึ่งในความเป็นจริงของโรคนี้ผู้ป่วย จะมีอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรงทั้งที่ตัวเองไม่ได้เผชิญหน้าหรือตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายอีกด้วย จึงทำให้มีอาการแพนิคเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ส่งผลให้ผู้ป่วยโรคแพนิครู้สึกกลัวและละอาย เนื่องจากไม่สามารถควบคุมตัวเองหรือดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
โรคแพนิคมักพบได้บ่อยในวัยรุ่นตอนปลายหรือผู้ที่ย่างเข้าวัยผู้ใหญ่ตอนต้น โดยผู้หญิงจะป่วยมากกว่าผู้ชาย อย่างไรก็ตาม อาการแพนิคไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผู้ป่วยเป็นโรคแพนิคทุกราย เนื่องจากอาการดังกล่าวเกิดขึ้นและหายไปเมื่อเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดอาการแพนิคจบลงหรือผ่านพ้นไปแล้ว ต่างจากผู้ป่วยโรคแพนิคที่มักเกิดอาการแพนิคหรือตื่นตระหนกอยู่เสมอเป็นเวลายาวนาน รวมทั้งมักมีปัญหาสุขภาพจิตอย่างอื่นร่วมด้วย เช่น โรคซึมเศร้า หรือใช้สารเสพติดอื่น ๆทั้งนี้ ผู้ที่เกิดอาการแพนิคควรพบแพทย์ทันที เนื่องจากอาการแพนิคถือว่าเป็นปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง
ผู้ที่เกิดอาการดังกล่าวจะจัดการตัวเองได้ยาก ทั้งนี้ หากไม่ได้รับการรักษาให้หาย อาการแพนิคจะแย่ลงเรื่อย ๆ
อาการของโรคแพนิค ผู้ป่วยโรคแพนิคจะรู้สึกหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกอย่างไม่มีสาเหตุ ซึ่งเรียกว่าอาการแพนิค โดยอาการนี้จะเกิดขึ้นกะทันหัน รวมทั้งเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แพนิคเป็นอาการที่รุนแรงกว่าความรู้สึกเครียดทั่วไป มักเกิดขึ้นเป็นเวลา 10-20 นาที บางรายอาจเกิดอาการแพนิคนานเป็นชั่วโมง โดยผู้ป่วยโรคแพนิคจะเกิดอาการ ดังนี้
- หัวใจเต้นเร็ว
- หายใจไม่ออก รู้สึกเหมือนขาดอากาศ
- หวาดกลัวอย่างรุนแรงจนร่างกายขยับไม่ได้
- เวียนศีรษะหรือรู้สึกคลื่นไส้
- เหงื่อออกและมือเท้าสั่น
- รู้สึกหอบและเจ็บหน้าอก
- รู้สึกร้อนวูบวาบ หรือหนาวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
- เกิดอาการเหน็บคล้ายเข็มทิ่มที่นิ้วมือหรือเท้า
- วิตกกังวลหรือหวาดกลัวว่าจะตาย รวมทั้งรู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตได้
- กังวลว่าจะมีเหตุการณ์อันตรายเกิดขึ้นในอนาคต
- หวาดกลัวและพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่หรือสถานการณ์อันตรายที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัวในอดีต
สาเหตุของโรคแพนิคยากจะระบุได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกับปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคแพนิคอาจเกิดจากปัจจัยทางกายภาพและปัจจัยทางสุขภาพจิต ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้
- ปัจจัยทางกายภาพ ผู้ป่วยโรคแพนิคอาจได้รับผลกระทบ ซึ่งประกอบด้วยการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ความผิดปกติของสมอง และการได้รับสารเคมีต่าง ๆ ดังนี้
- การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ที่บุคคลในครอบครัวมีประวัติป่วยเป็นโรคแพนิคหรือปัญหาสุขภาพจิตอื่น ๆ โดยบุคคลนั้นมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่ใกล้ชิดกันมาก ก็เสี่ยงป่วยเป็นโรคแพนิคได้ โดยผู้ป่วยอาจได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อหรือแม่ หรือได้รับจากทั้งพ่อและแม่
- ความผิดปกติของสมอง โดยทั่วไปแล้ว สมองจะมีสารเคมีที่เรียกว่าสารสื่อประสาท หากสารสื่อประสาทภายในสมองไม่สมดุล อาจทำให้เกิดอาการแพนิคได้ ทั้งนี้ โรคแพนิคอาจเกิดจากการทำงานของสมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมการตอบสนองแบบสู้หรือหนีของร่างกาย (Fight or Flight) เนื่องจากหัวใจจะเต้นเร็วขึ้นเมื่อเผชิญหน้ากับเหตุการณ์อันตราย
- การได้รับสารเคมีต่าง ๆ ผู้ที่ใช้สารเสพติด ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน รวมทั้งผู้ที่สูบบุหรี่ อาจป่วยเป็นโรคแพนิคได้ ทั้งนี้ นักวิจัยบางรายยังสันนิษฐานว่าโรคแพนิคอาจเกี่ยวข้องกับความไวของระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กล่าวคือ เมื่อสูดอากาศที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปมาก ก็จะกระตุ้นให้เกิดอาการแพนิคได้ อย่างไรก็ตาม การหายใจให้ถูกวิธีจะช่วยบรรเทาอาการแพนิคให้หายหรือทุเลาลงได้
- ปัจจัยทางสุขภาพจิต เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นในชีวิตส่งผลให้เกิดโรคแพนิคได้ โดยเฉพาะการสูญเสียหรือพลัดพรากจากบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกี่ยวเนื่องกับอาการแพนิค ผู้ป่วยจะรู้สึกหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น หรืออาจเกิดอาการดังกล่าวต่อไปเรื่อย ๆ ยาวนานเป็นปี จนนำไปสู่การป่วยเป็นโรคแพนิค นอกจากนี้ ผู้ที่เกิดอาการแพนิคมีแนวโน้มที่จะคิดว่าอาการป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ บางอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์อันตรายต่าง ๆ เช่น ผู้ที่เกิดอาการใจสั่นจากการดื่มกาแฟ จะคิดว่าอาการใจสั่นนั้นเกิดจากอาการหวาดกลัว

การป้องกันโรคแพนิคโรคแพนิคเป็นปัญหาสุขภาพทางจิตที่ป้องกันให้เกิดขึ้นได้ยาก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เกิดอาการแพนิคหรือป่วยเป็นโรคนี้สามารถดูแลตัวเองเพื่อไม่ให้เกิดความเครียดมากขึ้น และเกิดอาการแพนิคน้อยลงได้ ดังนี้
- งดหรือลดดื่มเครืองดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา โคล่า หรือช็อกโกแลต
- ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทานยาหรือสมุนไพรรักษาอาการป่วยต่าง ๆ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอาจมีส่วนประกอบที่กระตุ้นให้เกิดอาการแพนิคได้
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบถ้วน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดอาการง่วงเซื่องซึมระหว่างวัน
- เข้ารับการรักษาจากแพทย์อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งฝึกรับมือกับความเครียด เช่น ฝึกหายใจลึก ๆ หรือเล่นโยคะ เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้น
- ฝึกคิดหรือมองโลกในแง่บวก ลองนึกถึงสถานที่หรือเหตุการณ์ที่ทำให้จิตใจสงบหรือผ่อนคลาย และเพ่งความสนใจไปที่ความคิดดังกล่าว วิธีนี้จะช่วยลดความฟุ้งซ่านและอาการวิตกกังวลต่าง ๆ ของผู้ป่วย รวมทั้งช่วยปรับความคิดของผู้ป่วยที่มีต่อตนเองและสิ่งรอบข้างให้ดีขึ้น
- ควรยอมรับว่าตัวเองรับมือกับอาการแพนิคได้ยาก เนื่องจากการกดดันตัวเองและพยายามระงับอาการแพนิคนั้นจะทำให้รู้สึกแย่กว่าเดิม ทั้งนี้ ควรทำความเข้าใจว่าอาการแพนิคไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิต แต่เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นและหายไปได้
- เผชิญหน้ากับความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น โดยลองหาสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว
- เมื่อเกิดอาการแพนิคขึ้นมา ควรพยายามตั้งสติ พุ่งความสนใจไปยังสิ่งที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย รวมทั้งหายใจให้ช้าลง โดยนับหนึ่งถึงสามเมื่อหายใจเข้าหรือออกแต่ละครั้ง เนื่องจากการหายใจเร็วจะทำให้อาการแพนิคกำเริบมากขึ้น
โรคแพนิคเป็นโรคที่รักษาได้ โดยผู้ป่วยต้องไปพบแพทย์และเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ป่วยโรคแพนิคจะหายได้หากได้รับการรักษาตั้งแต่เริ่มป่วยเป็นโรคดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษา อาจได้รับผลกระทบในการดำเนินชีวิตประจำวัน รวมทั้งเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพทางจิตอื่น ๆ ตามมา ดังนี้
- โรคกลัวที่ชุมชน (Agoraphobia) ผู้ป่วยโรคแพนิคสามารถป่วยเป็นโรคกลัวที่ชุมชนได้ โดยโรคนี้เป็นปัญหาสุขภาพทางจิตเกี่ยวกับอาการกลัวชุมชนหรือที่สาธารณะที่อาจเกิดเหตุการณ์อันตราย และหนีออกออกมาได้ยาก ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกกังวล และไม่กล้าเดินทางไปข้างนอกเพียงลำพังได้ เนื่องจากผู้ป่วยจะกังวลว่าอาจเกิดอาการแพนิคเมื่อออกไปข้างนอก แล้วทำให้รู้สึกขายหน้าที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองให้เป็นปกติได้ หรืออาจหวาดกลัวว่าจะได้รับความช่วยเหลือไม่ทันการณ์หากอาการแพนิคกำเริบขึ้นมา ทั้งนี้ ผู้ป่วยอาจเกิดอาการโฟเบียอื่น ๆ ได้ เช่น ผู้ป่วยอาจกลัวที่แคบ เนื่องจากเคยเกิดอาการแพนิคเมื่ออยู่ที่แคบ
- พฤติกรรมหลีกเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ ผู้ป่วยอาจเลี่ยงหรือไม่ทำสิ่งต่าง ๆ หากสิ่งนั้นจะทำให้เกิดอาการแพนิค พฤติกรรมหลีกเลี่ยงนี้ส่งผลต่อการใช้ชีวิต ทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตตามปกติได้
- ปัญหาอื่น ๆ ผู้ป่วยโรคแพนิคเสี่ยงใช้สารเสพติดหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้สูง ทั้งนี้ การสูบบุหรี่หรือบริโภคเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีนก็ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความเครียดหรือรู้สึกกังวลมากขึ้น ส่วนผู้ที่กำลังหยุดใช้ยารักษาโรคบางอย่างหรือถอนยาเสพติด อาจเกิดความวิตกกังวลสิ่งต่าง ๆ มากขึ้นอันเป็นผลข้างเคียงจากการถอนยา
ผู้ป่วยโรคแพนิคที่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง จะมีอาการแพนิคน้อยลงและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ การรักษาโรคแพนิคประกอบด้วยจิตบำบัดและการรักษาด้วยยา โดยการรักษาแต่ละวิธีขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ป่วย ประวัติการรักษา ความรุนแรงของโรค และความพร้อมในการเข้ารับการรักษากับนักจิตบำบัดหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
แต่โรคทางจิตเวช ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นข้อยกเว้นในการเคลมประกัน ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับแผนประกันแต่ละแผนด้วย เมื่อรู้ว่าตัวเองป่วยเป็นโรคทางจิตเวชแล้วทำประกันสุขภาพไว้แนะนำให้หยิบกรมธรรม์ขึ้นมาอ่านความคุ้มครอง และข้อยกเว้นต่างๆ หรือโทรถามบริษัทประกันเพื่อความแน่ใจ ซึ่งแผนประกันที่คุ้มครองผู้ที่ป่วยเป็นโรคทางจิตเวชนั้นก็มีอยู่ด้วยเช่นกันแต่จะมีราคาที่สูงอยู่มาก เนื่องจากภาวะโรคทางจิตเวชต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาที่ยาวนาน ต้องพบหมอเรื่อยๆจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาเป็นปีๆ บางคนที่มีอาการโรคทางจิตเวชที่รุ่นแรง เมื่อเข้ารับการรักษาแต่ละครั้งจะต้องจ่ายค่ารักษาครั้งละประมาณ 3,000 - 7,000 บาท เลยทีเดียว เนื่องจากค่าหมอ และยาที่ใช้ในการรักษาโรคทางจิตเวชนี้ก็มีราคาที่สูงเช่นกัน
หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือ ประกันสังคม ที่คลอบคลุมโรคทางจิตเวชด้วย ให้คุณสามารถเบิกค่ารักษาภาวะโรคซึมเศร้าได้ เพียงนำบัตรประกันสังคมไปยื่นให้กับโรงพยาบาลเพื่อเบิกค่ารักษา ทั้งนี้อาจมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่คุณต้องควักเงินจ่ายเอง เช่น ค่ายาเฉพาะทาง ที่มีราคาสูงตามชนิดและความแรงของยา
#AIA #เข้าใจชีวิต #เข้าใจคุณ
ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844
วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
เคสที่กระจ่างว่าเหตุใดข้าราชการ ถึงควรทำประกันชีวิต
ถ้าคุณคิดว่าแค่สิทธิ์ข้าราชการก็พอ ถ้าคุณคิดว่าโรงพยาบาลรัฐตอบโจทย์คุณได้ ก่อนเข้าเนื้อหา
ลองสมมุติเหตุการว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวคุณ หรือคนที่คุณรักดู
1. ถ้ามีเคสเร่งด่วน และหมอเฉพาะทางที่ฝีมือดีมากๆ อยู่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพคุณจะไปไหม?
2. ถ้าการรักษาโรคบางอย่างต้องใช้เครื่องมือทันสมัย แต่โรงพยาบาลเอกชนเท่านั้นที่มีเครื่องนี้คุณจะไปรักษาไหม?
3.ถ้ายาที่ต้องใช้เป็นยานอกไม่ได้ระบุอยู่ในรายการเบิกได้ แต่เป็นยาที่ดีมากๆจะซื้อไหม?
4.ถ้าสิทธิ์ข้าราชการจ่ายให้คุณได้เพียงบางส่วน เงินหลักหมื่นหลักแสน หลักล้านที่เหลือคุณจ่ายเองได้ใช่ไหม?
เชื่อไหมว่า 4 คำถามนี้ไม่เกินความจริงเลย เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น มันเป็นคำถามเบสิค ที่ข้าราชการบางคนรู้ และบางคนไม่รู้ คนที่รู้ถ้าเขาไม่เคยได้เข้ารักษาเอง คงจะเป็นคนใกล้ตัวที่บอกมา และแน่นอนว่าคนที่ไม่รู้ คือกลุ่มคนที่ยังไม่เคยเข้ารับการรักษากรณีเคสเร่งด่วน หรือเคสที่ต้องการฝีมือหมอดีๆสักครั้ง
หลายวันก่อน ไปหาลูกค้ามา สามีลูกค้าเป็นข้าราชการ รวมทั้งตัวลูกค้าเองด้วย สามีต้องเข้ารักษาผ่าตัดบอลลูนหัวใจ ครั้นจะรอโรงพยาบาลรัฐในจังหวัด คิวผ่าก็นานเกินไป เพื่อนของลูกค้าแนะนำหมอฝีมือดีเชียวชาญด้านนี้มา แต่หมอก็ดันอยู่โรงพยาบาลชื่อดังในเขตกรุงเทพฯ นาทีที่ต้องเลือก ระหว่างสิทธิ์รักษารัฐที่รอนาน กับหมอฝีมือดีในเอกชน เพื่อรักษาคนที่รัก รักษาเสาหลักครอบครัว จึงตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพ
การเข้าพบแพทย์วินิจฉัยรักษา ช่างสมกับเป็นอาจารย์หมอที่เชี่ยวชาญด้านนี้จริงๆ แต่เมื่อแจ้งราคามาเข่าแทบทรุด บอลลูนหัวใจ เลขสวยๆเหมาเป็นแพคเกจ 178,400 บาท ยังมีส่วนต่างบวกลบนิดๆหน่อยๆ สักสองสามหมื่น สิทธิ์ข้าราชการไม่ใจร้ายขนาดนั้น เขาให้คุณเบิกได้ แต่ก็ยังเหลือหลังแสนที่เป็นส่วนต่างต้องชำระเองอยู่ดี ไหนจะต้องลางานมาทั้งสองคน คนนึงลาเฝ้า อีกคนลารักษาตัว ค่าจิปาถะต่างๆ
คิดมากก็เครียด ในเมื่อรอไม่ได้ ในเมื่อคนที่เรารักสำคัญ เราก็ต้องรับมันไหว นี่คือสาเหตุที่เพียรบอก ลูกค้าข้าราชการทุกคน แต่น้อยคนที่จะเชื่อและรับฟัง จะบอกข้อดีการทำประกันชีิวิตไว้เลย เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น โรงพยาบาลเอกชนจะใช้สิทธิ์ประกันชีวิตก่อน ถ้าประกันทำวงเงินไม่สูงพอ ก็อาจมีบ้างที่ต้องใช้เบิกในส่วนราชการ บางทีจะเหลือค่าใช้จ่ายหลักพันถึงหมื่นนิดๆหน่อย แต่ถ้าทำทุนเยอะพอไม่ต้องรบกวนสิทธิ์ราชการ และไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ประกันชีวิตจ่ายให้หมด และที่สำคัญ คนป่วยขณะเข้าการรักษา ยังมีเงินจากประกันที่เรียกว่าเงินชดเชยรายได้ เข้ากระเป๋าทุกวัน ขั้นต้น 1 พันบาทขึ้นไปแล้วแต่งเงินที่เราทำ ดีไปอีกขั้นบางแบบประกันคนเฝ้าก็ได้ด้วย นี่ยังไม่รวมสิธิ์รักษาอื่นๆที่จะมาแจกแจงให้ฟังภายหลังนะนี่
แล้วข้อมูลทั้งหมดของเคสนี้ พอจะทำให้ได้คำตอบบ้างไหมคะ
ว่าเหตุใดข้าราชการ ถึงควรทำประกันชีวิต
ปอลิง ประกันชีวิตเขารับทำเฉพาะคนที่ยังแข็งแรง ถ้าวันนี้คนๆนั้นยังเป็นคุณก็ทำเลยเถอะค่ะ
อย่าให้ทุกอย่างสายไปแล้วจึงเริ่ม....
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
ลองสมมุติเหตุการว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นกับตัวคุณ หรือคนที่คุณรักดู
1. ถ้ามีเคสเร่งด่วน และหมอเฉพาะทางที่ฝีมือดีมากๆ อยู่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพคุณจะไปไหม?
2. ถ้าการรักษาโรคบางอย่างต้องใช้เครื่องมือทันสมัย แต่โรงพยาบาลเอกชนเท่านั้นที่มีเครื่องนี้คุณจะไปรักษาไหม?
3.ถ้ายาที่ต้องใช้เป็นยานอกไม่ได้ระบุอยู่ในรายการเบิกได้ แต่เป็นยาที่ดีมากๆจะซื้อไหม?
4.ถ้าสิทธิ์ข้าราชการจ่ายให้คุณได้เพียงบางส่วน เงินหลักหมื่นหลักแสน หลักล้านที่เหลือคุณจ่ายเองได้ใช่ไหม?
เชื่อไหมว่า 4 คำถามนี้ไม่เกินความจริงเลย เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น มันเป็นคำถามเบสิค ที่ข้าราชการบางคนรู้ และบางคนไม่รู้ คนที่รู้ถ้าเขาไม่เคยได้เข้ารักษาเอง คงจะเป็นคนใกล้ตัวที่บอกมา และแน่นอนว่าคนที่ไม่รู้ คือกลุ่มคนที่ยังไม่เคยเข้ารับการรักษากรณีเคสเร่งด่วน หรือเคสที่ต้องการฝีมือหมอดีๆสักครั้ง
หลายวันก่อน ไปหาลูกค้ามา สามีลูกค้าเป็นข้าราชการ รวมทั้งตัวลูกค้าเองด้วย สามีต้องเข้ารักษาผ่าตัดบอลลูนหัวใจ ครั้นจะรอโรงพยาบาลรัฐในจังหวัด คิวผ่าก็นานเกินไป เพื่อนของลูกค้าแนะนำหมอฝีมือดีเชียวชาญด้านนี้มา แต่หมอก็ดันอยู่โรงพยาบาลชื่อดังในเขตกรุงเทพฯ นาทีที่ต้องเลือก ระหว่างสิทธิ์รักษารัฐที่รอนาน กับหมอฝีมือดีในเอกชน เพื่อรักษาคนที่รัก รักษาเสาหลักครอบครัว จึงตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพ
การเข้าพบแพทย์วินิจฉัยรักษา ช่างสมกับเป็นอาจารย์หมอที่เชี่ยวชาญด้านนี้จริงๆ แต่เมื่อแจ้งราคามาเข่าแทบทรุด บอลลูนหัวใจ เลขสวยๆเหมาเป็นแพคเกจ 178,400 บาท ยังมีส่วนต่างบวกลบนิดๆหน่อยๆ สักสองสามหมื่น สิทธิ์ข้าราชการไม่ใจร้ายขนาดนั้น เขาให้คุณเบิกได้ แต่ก็ยังเหลือหลังแสนที่เป็นส่วนต่างต้องชำระเองอยู่ดี ไหนจะต้องลางานมาทั้งสองคน คนนึงลาเฝ้า อีกคนลารักษาตัว ค่าจิปาถะต่างๆ
คิดมากก็เครียด ในเมื่อรอไม่ได้ ในเมื่อคนที่เรารักสำคัญ เราก็ต้องรับมันไหว นี่คือสาเหตุที่เพียรบอก ลูกค้าข้าราชการทุกคน แต่น้อยคนที่จะเชื่อและรับฟัง จะบอกข้อดีการทำประกันชีิวิตไว้เลย เมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น โรงพยาบาลเอกชนจะใช้สิทธิ์ประกันชีวิตก่อน ถ้าประกันทำวงเงินไม่สูงพอ ก็อาจมีบ้างที่ต้องใช้เบิกในส่วนราชการ บางทีจะเหลือค่าใช้จ่ายหลักพันถึงหมื่นนิดๆหน่อย แต่ถ้าทำทุนเยอะพอไม่ต้องรบกวนสิทธิ์ราชการ และไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ประกันชีวิตจ่ายให้หมด และที่สำคัญ คนป่วยขณะเข้าการรักษา ยังมีเงินจากประกันที่เรียกว่าเงินชดเชยรายได้ เข้ากระเป๋าทุกวัน ขั้นต้น 1 พันบาทขึ้นไปแล้วแต่งเงินที่เราทำ ดีไปอีกขั้นบางแบบประกันคนเฝ้าก็ได้ด้วย นี่ยังไม่รวมสิธิ์รักษาอื่นๆที่จะมาแจกแจงให้ฟังภายหลังนะนี่
แล้วข้อมูลทั้งหมดของเคสนี้ พอจะทำให้ได้คำตอบบ้างไหมคะ
ว่าเหตุใดข้าราชการ ถึงควรทำประกันชีวิต
ปอลิง ประกันชีวิตเขารับทำเฉพาะคนที่ยังแข็งแรง ถ้าวันนี้คนๆนั้นยังเป็นคุณก็ทำเลยเถอะค่ะ
อย่าให้ทุกอย่างสายไปแล้วจึงเริ่ม....
#AIA #เข้าใจชีวิต #เข้าใจคุณ
ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844
วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561
วันสงกรานต์เกิดอุบัติเหตุ 2,449 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 148 ราย เจ็บกว่า 2,500 คน
4วันสงกรานต์เกิดอุบัติเหตุ 2,449
ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 148 ราย เจ็บกว่า 2,500 คน
สาเหตุส่วนใหญ่ยังเป็นดื่มแล้วขับ เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นพ.โอภาส
การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์
พ.ศ. 2561 เปิดเผยว่า
ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่
14 เม.ย. 2561 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์
"ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร" เกิดอุบัติเหตุ 603 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 57 ราย ผู้บาดเจ็บ 626 คน
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่
ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 43.62 ขับรถเร็ว ร้อยละ 25.70 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.58 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง
ร้อยละ 65.17 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน
ร้อยละ 43.62 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 32.84 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด
ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 30.68 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 22.11 ขณะที่สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม
4 วัน (11 – 14 เม.ย. 61) เกิดอุบัติเหตุ 2,449 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 248 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,557 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต
(ตายเป็นศูนย์) มี 8 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง ลพบุรี สตูล สมุทรสงคราม หนองคาย หนองบัวลำภู
และอ่างทอง จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด
ได้แก่ เชียงใหม่ (99 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (17 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด
ได้แก่ เชียงใหม่ (109 คน).
จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันที่ 13 – 14 เมษายน 2561 พบว่า
ถนนสายรองและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง เนื่องจากหลายพื้นที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์
และเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด
ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง
มีสาเหตุหลักจากการขับรถเร็ว และดื่มแล้วขับ
วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561
คุณกำหนดสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดกับคุณได้หรือไม่ 18+
คำเตือน คลิปนี้ 18+ อางจมีภาพและเนื้อหารุนแรง
รู้สึกอย่างไรบ้างคะ ดีที่กลุ่มคนในคลิปบางคนรอดชีวิต
ในมุมมองกลับกัน ถ้าร้ยแรงกว่านั้นล่ะ
และสมมุติถ้าเป็นตัวคุณเอง คุณจะคิดว่าต้องทำอย่างไร
วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2561
ทำงานบริษัทน้ำมัน เงินเดือนดีจริง แต่ชีวิตของคุณล่ะ!!!
นักศึกษาจบใหม่หลายๆคน หลายคน มุ่งเป้าไปที่ บริษัทยักษ์ใหญ่ และเงินเดือสูงๆ หนึ่งในนั้น แน่นอนว่าต้องมีบริษัทผลิตน้ำมันชื่อดังต่างๆ ซึ่งบางสาขาต้องทำงานใกล้โรงกลั่นน้ำมัน ด้วยความภาคภูมิใจของตัวเอง และพ่อแม่ บางคนก้าวเข้าไปทั้งที่รู้ บางคนก้าวเข้าไปเพราะไม่รู้ โดยเฉพาะสาขาที่ทำงานอยู่ใกล้โรงกลั่น
ทุกๆอย่างบนโลก มันเหมือนเหรียญ คือมีสองด้าน โรงกลั่นน้ำมันมีมลสารที่ก่อให้เกิดมลพิษสูง 14 ประเภท ซึ่งมลสารที่เป็นอันตรายมากคือสารเร่งปฏิกิริยา ที่ใช้ในหน่วยผลิตต่างๆ เป็นสารจำพวกโลหะหนัก เมื่อใช้ไประยะหนึ่งจะเสื่อมสภาพลง ฝุ่นของสารเร่งปฏิกิริยาก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อนัยน์ตาและระบบทางเดินหายใจ เมื่อหายใจเข้าไปเป็นเวลาต่อเนื่องนานๆ นอกจากนี้สารเร่งปฏิกิริยาบางตัวนั้นจัดเป็นสารที่ก่อ "มะเร็ง"
มลสารที่กลายสภาพเป็นฝุ่น หรือละอองนี้ นอกจากจะฟุ้งไปในอากาศแล้ว การกระจายตัวยังไปไกลได้หลายกิโลเมตร แน่นอนว่าพวกอาคารบริหารงานที่ไม่ใช่ตัวโรงกลั่น หรือชาวบ้านระแวกนั้น สูดเข้าปอดไปเต็มๆ เมื่อนานวันเข้า (ขึ้นอยู่กับการใช้สภาพร่างกายเราด้วย) จะพบได้ว่าบุคลากรส่วนใหญ่มักจะต้องเสียเงินไปกับการรักษาโรคมะเร็ง มาถึงจุดนี้ เชื่อว่าบางคนอาจจะคิดว่า มันคุ้มนะ ที่ระยะนึง ฉันเคยมีเคยเป็นคนที่อยู่ตรงนั้น แต่บางคน กลับบอกว่า "มันไม่คุ้มเอาเสียเลย" นี่ขนาดยังไม่รวมการตกค้างของสารภายพิษขากน้ำมันในรูปแบบอื่นๆนะ
ส่วนตัวมิวคิดว่ามีคนเอา เงินเยอะๆ และหน้าตาทางสังคม มาวางกองตรงหน้า แล้วบอกว่า "คุณได้ทั้งหมดนี่ แต่แลกกับชีวิตที่สั้นลง และความทรมานจากโรค" มิวคงขอเลือกเป็นคนธรรมดาที่มีความสุขกับโลกนี้ กับครอบครัวที่เรารักได้นานๆ ดีกว่า แต่ถ้าเข้าทำงานนี้แล้ว หรือกำลังจะเริ่ม อ่านบทความอยู่ คุณมีวิธีคือ หาประกันที่คุ้มครองด้านการรักษาโรคมะเร็ง ที่เป็นสัญญาระยะยาว เอาไว้ก่อนเลย เกิดวันนึงฝันร้ายกลายเป็นจริงขึ้นมา เงินที่คุณเก็บไว้จะอยู่เหมือนเดิม ประกันที่คุณทำ จะจ่ายเงินตรงส่วนนี้ให้คุณเอง ตัดความกังวลเรื่องรายจ่ายครอบครัวที่มากขึ้นจากค่ารักษาพยาบาลไปได้
ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844
วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2561
โรคไต มาเยือนไวเพราะความอยากสวย
คุณกำลังอยากซื้อ กลูต้า หรืออาหารเสริมที่เพิ่มความขาว และถ้าเป็นไปได้ มีสรรพคุณ หุ่นดี เห็นผลไว ยิ่งรู้สึกว่า แหม่.....เงินในกระเป๋า กำลังกรีดร้อง อ่านสรรพคุณแล้วจินตนาการภาพหุ่น ปู ไปรยา แต่เอาหน้าตัวเองแปะทับหน้าปู ยิ่งซื้อเยอะยิ่งถูก อู้หูว์ อยากได้
เมื่อทุกอย่างมันมีสูตรลัด ร่างกายก็ลยลัดวงจร เคสลูกค้ารายหนึ่ง เธอมาจากบ้านที่ค่อนข้างมีฐานะ แต่ติดตรงที่รูปลักษณ์ อาจจะไม่เพอร์เฟ็ค ในสายตาของเธอ แต่ครั้นจะให้ควบคุมอาหารออกกำลัง มันก็ไม่ได้ทำให้ขาว แถมยังใช้เวลานาน เธอตัดสินใจซื้ออาหารเสริมเพิ่มสวยดังกล่าวมา หลังจากนั้นอีก 1 เดือน ชีวิตเธอก็เปลี่ยนไป
วันที่ดูน่าสดใสวันนั้น เธอเกิดอาการน๊อค ครอบครัวรีบพาส่งโรงพยาบาล หมอวินิจฉัยว่า เธอเป็นโรคไตวาย เพราะสารเร่งขับปัสสาวะในยาลดความอ้วน เธอต้องฟอกไตอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ความสดใสที่มีในเดือนก่อนหายวูบเหลือแต่คนๆหนึ่งที่ นอนน้ำตาคลอเบ้าขณะฟอกไต
โชคยังดีที่ก่อนหน้านั้น เธอทำประกันรักษาโรคร้ายแรงซึ่งรวมโรคไตในนั้น เรื่องค่าใช้จ่ายเลยผ่อนหนักเป็นเบา มันก็เบาแค่ค่าใช้จ่ายบางส่วน คนเรามักโชคร้ายซ้ำซ้อน ธุรกิจที่บ้านก็เกิดภาวะฝืดขึ้นมาจังหวะนี้พอดี แถมครอบครัวต้องขับรถพาเธอมาโรงพยาบาล ชั้นนำที่อยู่ไกลไปอีกหลายสิบกิโล
โดยเฉลี่ยผู้
ถ้าคุณกำลังกินยาลดความอ้วน ยาเพิ่มขาวอยู่เขวี้ยงขวดยาบ้าๆนั้นทิ้งไป แล้วเอาเงินนั้นๆสะสมไว้ซื้อประกันชีวิตที่คุ้มครองโรคร้าย ออกกำลังกายมากๆ ดื่มน้ำเยอะๆ เข้าร่วมโครงการสุขภาพต่างๆ แล้วชีวิตคุณจะเปลี่ยนอย่างสมบูรณ์ แข็งแรง
#VITALITY
#โครงการดีๆที่มีมากกว่าประกันชีวิต
ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844
วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2561
ถ้าคุณกลายเป็นหนึ่งในจำนวนพนักงานที่บริษัทเลิกจ้าง?
คุณกำลังคิดว่าบริษัที่ทำงานมั่นคงอยู่ไหม และถ้าคุณเป็นหนึ่งในจำนวนพนักงานที่บริษัทเลิกจ้างขึ้นมาล่ะ จะทำอย่างไรกับชีวิตต่อ อย่างเช่นสถานการณ์ช่อง 3ตอนนี้ แม้ละครจะดังถึงขนาดทุกวันพุธ พฤหัสฯ ถนนร้างรถ แม้กระทั่งหน้าฟีด สังคมโซเชียล ยังเงียบกว่าปกติ จะเคลื่อนไหวอีกทีก็โฆษณา หรือฉากสำคัญๆ อย่างละครบุพเพสันนิวาส แต่สิ่งที่สวนทางกับกระแสละคร คือรายได้โดยรวมของช่องสาม
หลายปีก่อนหน้านั้น ต้องพูดกันตรงๆเลยว่า กระแสละครช่องสามไม่ค่อยเปรี้ยงปร้างเหมือนเก่า อาจจะเพราะคู่แข่ง ไม่ได้มีเพียงช่อง 7เจ้าเดียวอีกต่อไป ในยุคทีวีดิจิตอล ช่องโทรทัศน์ที่ผลิตละคร ไม่ได้ผูกขาดแค่ช่อง 3 หรือช่อง 7 ไหนจะ workpoint, GMM25, ONE, 8 นี่เอาที่ชัดๆเป็นละครไทยนะ ยังไม่รวมตระกูล TURE หรือช่องหนังต่างประเทศ
แน่นอนว่า เรทติ้งที่ซบเซา จนน่าใจหาย และสั่งสมมานานมากๆ นั้น กระแสออเจ้าก็ช่วยไม่ได้ทำให้ในวันนี้ ช่อง3 ประกาศ ลดจำนวนพนักงาน เรียกหรูสั้นๆว่า “Early Retire” อ้าวกรรมละ ทีนี้พนักงานอย่างเราๆได้แต่มองหน้ากันเลิกลั่ก เอาไงดีวะแก ไหนจะบ้าน ไหนจะรถ ไหนจะค่าจิปาถะ
ผลตอบแทน 10 เท่า ในการออกครั้งนี้เป็นตัวเลขที่บางคนตาโต แต่บางคนเหงื่อตก ด้วยอายุที่มากแต่ยังไม่ถึงวัยที่ควรเกษียณ ออกแล้วจะทำไรต่อ เงิน 10 เท่านี้จะยืดระยะเวลาให้หายใจอย่างโล่งอกนานเท่าไร ใครที่ทำประกันชีวิตไว้ หรือออมเงินไว้บ้าง วางแผนการเงินมาก่อน ก็อาจจะพอยิ้มได้อย่างโล่งอก
นี่คือสิ่งที่มิวพูด กับเพื่อน หรือลูกค้าวัยเดียวกันบ่อยมากๆ แต่กลับไม่ได้ สร้างความกังวล หรือตระหนักใดๆ น่าแปลก ที่คนส่วนใหญ่เอาชีวิตไปผูกติดกับ ประกันที่บริษัทมีให้มา แทนที่จะมีเป็นของตัวเองเพื่อกันความเสี่ยงอื่นๆ ในวันที่เราก้าวออกมาจากบริษัท ไม่มีใครรู้ว่าตำแหน่งเรา วันหนึ่งอาจจะถูกแทนที่ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ หรือบริษัทวันดีคืนดีเกิดทุนหายกำไรหด ขึ้นมา
อย่าคิดว่าบริษัทที่อยู่นี้มีความมั่นคง และอยู่ยืนยงตลอดไป ที่ยกกรณีช่องสามขึ้นมาเพื่อให้เห็นกันชัดๆเลย ว่าความแน่นอน คือความไม่แน่นอน ช่องสามเป็นบริษัทที่มีความมั่นคง มาก่อน ใครจะคิดว่าช่องสามจะมีวันนี้ขึ้นมาได้ ถ้าให้เปรียบเทียบก็เหมือนตึก โครงสร้างดีๆ สวยๆ เวลาผ่านไป ก็ใช่ว่าจะไม่โทรม สึกกร่อน มันต้องมียุครุ่งเรือง และยุคที่ซบเซา ซัดเซไปมาจนบางทีก็ล่มสลายเสียอย่างนั้น
วันนี้ตอนนี้เราโชคดีแค่ไหนหากตอนนี้เรายังมีทั้งงานและเงิน ทำไมเราต้องจ่ายเงินหมดไปกับความสุขระยะสั้นๆ ทั้งหมดล่ะ สู้แบ่งส่วนหนึ่งในแต่ละเดือนมาซื้อเบาะรองรับกันกระแทก ที่มีชื่อว่าประกันชีวิต ไม่ดีกว่าหรอ ถ้าวันนึงคุณล้ม ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด คุณก็ยังล้มมาบนเบาะๆนี้ มันทำให้คุณรู้ว่าคุณล้ม แต่คุณจะไม่เจ็บ คุณจะสามารถก้าวยืนใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว ........
ขอให้เชื่อกันบ้างเถอะ เราไม่อยากเห็นคุณ อยู่ในสภาวะนั้นๆเลย
#วางแผนการเงินสำหรับอนาคตคุณ
ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844
วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2561
ทำทุกวันให้เหมือนเป็นวันสุดท้ายของชีวิตแล้วจะไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ
ถ้าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต คุณอยากจะทำอะไร จากกรณีข่าวอุบัติเหตทารถยนต์ ของอดีตดาราวัยเด็กคนหนึ่งในช่วงเช้าของวันนี้ เป็นเรื่องที่สร้างความรู้สึกตกใจให้ใครหลยๆคน แม้กระทั่งแม่ของน้องเองยังไม่เชื่อข่าวนี้ หรือแม้กระทั่งตัวน้องผู้เสียชีวิตเองก็คงไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวเอง แต่ใครจะรู้จะคาดเดาอะไรล่วงหน้าได้ล่ะคะ เราอาจจะคิดว่าเราระวังตัวที่สุด แต่ด้วยทัศนวิสัย บวกทางที่เป็นเนินโค้ง ฝนตก ถนนลื่น ล้วนเป็นสิ่งที่อยู่เหนือความควบคุม ทุกอย่างจะรวดเร็วมากจนเราไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ
คำถามที่วิ่งวนๆในหัวหลังจากอ่านข่าวนี้ คือ ถ้าทุกคนบนโลกรู้ว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย พวกเขาจะทำอย่างไรกันบ้าง จะพยายามหลีกหนีสถานการณ์นั้นๆ หรือทำใจยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างคนจนแต้ม
ที่แน่ๆ ประกันชวิตคงขายดีเป็นเท้ำเทท่าเลยล่ะ แต่ในเมื่อทุกคนไม่รู้วันั้น ผลที่ตามมาคือความชะล่าใจ
ส่วนตัวมิวก่อนเข้ามาทำอาชีพนี้ มิวผ่านหตุการณ์ไม่คาดฝันมาก่อน คนที่ก่อนนอนยังคุยกันอยู่ดีๆ อีกไม่กี่ชั่วโมงถัดจากนั้น ก็มีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตมิวไปตลอดกาล เพียงแค่คนที่เราารักล้มลง มันลุกลามจนทำให้เกิดการสูญเสียในเช้าวันถัดมา แน่นอนไม่มีใครได้เตรียมตัวเตรียมใจ
ทุกคนช๊อคจนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำอะไรก่อน เพราะแผนที่วางไว้ในวันถัดไปต้องล้มเลิกหมด เช่นเดียวกับใครอีกหลายๆคน ที่ไม่ทันตั้งรับ ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้าย ของคนที่เรารัก หรือแม้กระทั่งตัวเราเอง เรายังมีความสุข บางคนยังผลัดวันประกันพรุ่งเรื่องต่างๆไปเรื่อยๆ เอาน่าพรุ่งนี้ค่อยทำละกัน ยังมีเวลาอีกตั้งเยอะแยะ
แล้วถ้ามันไม่มีวันพรุ่งนี้อีกต่อไปแล้วล่ะ เราไม่สามารถควบคุม ปัจจัยต่างๆที่รายล้อมตัวเราได้ เราไม่ได้เป็นผู้กำหนดทุกสิ่งอย่าง เราไม่สามารถห้ามธรรมชาติ เราไม่สามารถหยุดเวลาที่หมุนไป ในแต่ละวัน เราไม่สามารถย้อนเวลามาในอดีต แม้แต่เสี้ยววินาที
บางทีการวางแผนของวันพรุ่งนี้ อาจจะเป็นแผนการสุดท้ายที่ได้วางในชีวิต เพื่อเขาคนที่เรารัก หรือเพื่อตัวของเราเอง ไม่มีใครรู้ว่าการเดินทางกลับไปหาครอบครัว มันจะเป็นจุดจบของชีวิต ไม่มีใครู้ว่าเค้กที่เตรียมให้วันกิดของแม่ ต้องกลายเป็นเค้กหน้าศพแม่ในวันเดียวกัน
ขึ้นชื่อว่าการสูญเสีย ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุ ต่อให้คุณออกกำลังกายรักษาสุขภาพขนาดไหน ระแวดระวังตัวขนาดไหน ก็ใช่ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น ขี่มอเตอร์ไซด์ใส่หมวกกันน็อคดูเหมือนปลอดภัย อยู่ดีๆแท่งเหล็กลอยตามลมมาจากไหนไม่รู้พุ่งเสียบกลางอก พาลูกไปเล่นบ้านบอลในห้าง แต่จู่ๆก็ถูกลูกบอลเหล่านั้นกลืนเข้าไป จนหายใจไม่ออก หรือเดินอยู่ดีๆ ก็มีโรคจิตที่เป็นใครก็ไม่รู้มาทำร้าย ทั้งๆที่ไม่เคยไปทำร้ายเขาเลย
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
คำถามที่วิ่งวนๆในหัวหลังจากอ่านข่าวนี้ คือ ถ้าทุกคนบนโลกรู้ว่าวันนี้เป็นวันสุดท้าย พวกเขาจะทำอย่างไรกันบ้าง จะพยายามหลีกหนีสถานการณ์นั้นๆ หรือทำใจยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างคนจนแต้ม
ที่แน่ๆ ประกันชวิตคงขายดีเป็นเท้ำเทท่าเลยล่ะ แต่ในเมื่อทุกคนไม่รู้วันั้น ผลที่ตามมาคือความชะล่าใจ ส่วนตัวมิวก่อนเข้ามาทำอาชีพนี้ มิวผ่านหตุการณ์ไม่คาดฝันมาก่อน คนที่ก่อนนอนยังคุยกันอยู่ดีๆ อีกไม่กี่ชั่วโมงถัดจากนั้น ก็มีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตมิวไปตลอดกาล เพียงแค่คนที่เราารักล้มลง มันลุกลามจนทำให้เกิดการสูญเสียในเช้าวันถัดมา แน่นอนไม่มีใครได้เตรียมตัวเตรียมใจ
ทุกคนช๊อคจนไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทำอะไรก่อน เพราะแผนที่วางไว้ในวันถัดไปต้องล้มเลิกหมด เช่นเดียวกับใครอีกหลายๆคน ที่ไม่ทันตั้งรับ ว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้าย ของคนที่เรารัก หรือแม้กระทั่งตัวเราเอง เรายังมีความสุข บางคนยังผลัดวันประกันพรุ่งเรื่องต่างๆไปเรื่อยๆ เอาน่าพรุ่งนี้ค่อยทำละกัน ยังมีเวลาอีกตั้งเยอะแยะ
แล้วถ้ามันไม่มีวันพรุ่งนี้อีกต่อไปแล้วล่ะ เราไม่สามารถควบคุม ปัจจัยต่างๆที่รายล้อมตัวเราได้ เราไม่ได้เป็นผู้กำหนดทุกสิ่งอย่าง เราไม่สามารถห้ามธรรมชาติ เราไม่สามารถหยุดเวลาที่หมุนไป ในแต่ละวัน เราไม่สามารถย้อนเวลามาในอดีต แม้แต่เสี้ยววินาที
บางทีการวางแผนของวันพรุ่งนี้ อาจจะเป็นแผนการสุดท้ายที่ได้วางในชีวิต เพื่อเขาคนที่เรารัก หรือเพื่อตัวของเราเอง ไม่มีใครรู้ว่าการเดินทางกลับไปหาครอบครัว มันจะเป็นจุดจบของชีวิต ไม่มีใครู้ว่าเค้กที่เตรียมให้วันกิดของแม่ ต้องกลายเป็นเค้กหน้าศพแม่ในวันเดียวกัน
ขึ้นชื่อว่าการสูญเสีย ขึ้นชื่อว่าอุบัติเหตุ ต่อให้คุณออกกำลังกายรักษาสุขภาพขนาดไหน ระแวดระวังตัวขนาดไหน ก็ใช่ว่ามันจะไม่เกิดขึ้น ขี่มอเตอร์ไซด์ใส่หมวกกันน็อคดูเหมือนปลอดภัย อยู่ดีๆแท่งเหล็กลอยตามลมมาจากไหนไม่รู้พุ่งเสียบกลางอก พาลูกไปเล่นบ้านบอลในห้าง แต่จู่ๆก็ถูกลูกบอลเหล่านั้นกลืนเข้าไป จนหายใจไม่ออก หรือเดินอยู่ดีๆ ก็มีโรคจิตที่เป็นใครก็ไม่รู้มาทำร้าย ทั้งๆที่ไม่เคยไปทำร้ายเขาเลย
แย่ไปกว่านั้น หลายครั้งข่าวได้นำเสนอเรื่องราวของคนที่เป็นญาติ เป็นพ่อ แม่ เป็นเพื่อนสนิทใกล้ชิด ที่ไว้ใจกันมาเนิ่นนาน กระทำการอุกอาจเหมือนว่าเหยื่อ ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งในหัวใจ ไม่เคยเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข ไม่เคยเป็นลูก หลาน หรือคนรัก ทำร้ายและฆ่ากันอย่างง่ายดาย แน่ใจใช่ไหมว่าสายสัมพันธ์ในวันนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รู้จักคนๆนี้ดีพอแล้วใช่ไหม
หลายครั้งที่การสูญเสีย จะเหลือเพียงหนึ่งหรือสองผู้รอดชีวิตที่อ่อนแอ เช่นเด็ก หรือภรรยาผู้เป็นแค่แม่บ้านไม่มีรายได้อะไร กับลูกๆ ฟังแล้วเหมือนนิยาย แต่หลายคนได้ประสบพบเจอ ถ้าคนที่จากไปได้วางแผนประกันชีวิต หรือออมเงินไว้บ้าง ก็ถือว่ายังมีเงินอีกก้อนสำหรับการเลี้้ยงดูลูก และครอบครัวที่รัก แน่นอนว่า บางคนมองข้ามสิ่งนี้ไป เพียงแค่คิดว่า โหยไม่มีเงิน มันยังไมถึงเวลานะ เดือนหน้า ปีหน้าละกัน แล้วอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ร้ายๆ มันถูกระบุว่าเกิดปีหน้าแน่นอนด้วยหรือเปล่า ถ้าวันนี้พรุ่งนี้เกิดอะไรขึ้นมา คนที่คุณรักจะเดือดร้อนแค่ไหน คิดไว้บ้างหรือยัง
หากการจากไปคือไม่รู้อะไรแล้ว ที่เหลือก็แล้วแต่เวรกรรมของคนๆนั้น งั้นสิ่งที่แย่ยิ่งกว่าการจากไป คือการที่่เรา หรือคนในครอบครัว ต้องกลายเป็นคนพิการ ไม่ว่าจากสาเหตุอะไรก็ตาม ลองนึกภาพความลำบากของคนที่ต้องดูแล แต่ไม่มีเงินดูสิ การรักษาพยาบาลผู้พิการต้องใช้เงินจำนวนมาก กับเวลาที่ยาวนาน จัดเป็นความทรมานทั้งกาย ใจของผู้พิการเอง และคนดูแล บางคนท้อแท้สิ้นหวัง บางคนยืนหยัดสู้ต่อไปไม่ท้อถอย ผู้พิการบางคนทำงานได้ บางคนได้แค่นอนติดเตียง
เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นแน่นอน เพราะการเกิดเหตุแต่ละครั้งต้องตามด้วยความเสี่ยงมากมายไหนจะเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล ไหนจะเป็นการไม่ช่วยเหลือของคู่กรณี ไหนจะค่ารักษาพยาบาล ไปจนถึงค่าจัดงานศพ ทุกอย่างมันคือเงินทั้งนั้น ในเมื่อเราไม่สามารถรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง ทำไมเราไม่เริ่มต้นด้วยการลดความเสี่ยงด้านการเงินในทุกๆเรื่อง ด้วยการทำประกันชีวิต ให้ตัวเอง และคนที่คุณรัก เริ่มทำตั้งแต่ตอนนี้ คิดเสมอว่าเราทำทุกวันทุกอย่างให้เหมือนว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต แล้วเมื่อวันั้นมาถึง ก็ไม่มีอะไรที่ต้องกังวลหรือเสียใจ
#สำหรับบางสิ่งบางอย่างคำว่าพรุ่งนี้ก็สายเกินไป
ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่
ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







































