แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วางแผนชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วางแผนชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2561

เพียงเสี้ยวนาทีคุณก็สามารถกำหนดชีวิตและอนาคตตัวเองได้

           
               เวลาของคนเราทุกคนมีเท่ากันคือ 24 ชั่วโมง ซึ่งในระยะเวลาเท่าๆกันนี้ บางคนมองว่ามันช่างยาวนาน บางคนมองว่าเดี๋ยวๆก็หมดวัน แต่เชื่อว่ามีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ในชั่วโมงที่เรากำลังนั่งปั่นงาน ในชั่วโมงที่เรากำลังนอนตื่นสาย ในชั่วโมงที่เรากำลังหัวเราะ ใช่แล้ว เมื่อสักไม่กี่นาทีก่อน คนๆนั้น เขาก็หัวเราะเหมือนพวกเรา แต่หลังจากผลตรวจสุขภาพประจำปีออกมา รอยยิ้มของเขาได้หายไป

             ทำไมรอยยิ้มของเขาหายไปเพียงเสี้ยวนาทีที่เปิดอ่าน ผลตรวจสุขภาพที่ บอกว่า ปอดของเขาได้หายไปครึ่งหนึ่ง ทั้งๆที่เขาไม่เคยสูบบุหรี่เลย ทั้งๆที่เขา ยังอายุน้อย เค้าไม่เคยคิด ว่าตัวเองจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเขาอธิษฐาแลกเวลาเพียงเสี้ยวนั้น จรดปากกาในการทำประกัน ในวันนั้น มันก็คงดี
การทำประกัน ไม่ได้ทำให้มะเร็งหาย แต่มันหมายถึง เงินรักษา และการเงินของครอบครัวคุณ

             การตรวจสุขภาพประจำปี ไม่ได้ทำให้พบมะเร็งแต่เนิ่นๆ แต่มักจะเป็นการพบมะเร็งในระยะสุดท้าย เพราะการตรวจสุขภาพประจำปี จะตรวจเพียง
1 ตรวจร่างกายโดยแพทย์
2 เอกซเรย์ปอด
3 ปัสสาวะ
4 ความสมบูรณ์เม็ดเลือด
5 คลื่นไฟฟ้าหัวใจ
6 การทำงานตับไต
7 ระดับน้ำตาลและไขมัน
        ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเป้าหมายการตรวจจะเป็นการตรวจทั่วไปๆ ไม่ได้มีการเน้นในโรคมะเร็งเลย แต่จะเน้นค้นหาโรคที่รักษาได้ดีเช่นเบาหวาน ความดัน ไขมัน ฯลฯ ซึ่งเจอบ่อยมากคุ้มค่าในการจะตรวจหา
ดังนั้นการตรวจสุขภาพจึงไม่ครอบคลุมโรคทุกโรค ในความเป็นจริงมันครอบคลุมน้อยมาก แต่สำคัญเพราะโรคที่ตรวจไปนั้นเหล่านั้นมันรักษาเพื่อป้องกันปัญหาต่างๆในอนาคตได้ และการตรวจต่างๆก็มีข้อจำกัดมากมายอย่างเช่นเอกซเรย์ปอดที่ยกตัวอย่างไปแล้ว

        และเช่นเดียวกับการทำประกันโรคมะเร็ง ปัจจุบันประเทศไทยรณรงค์ ให้ไปตรวจเลือดเพื่อค้นหาสารบ่งชี้ของเชื้อมะเร็งได้ตามโรงพยาบาลเอกชน สิ่งที่คนทั่วไปคิดคือ "ไม่เอาอ่ะแพง" "ยังไม่จำเป็น" "ฉันไม่มีความเสี่ยง" และอีกมากมายที่จะเป็นข้ออ้างในการไม่จ่ายเงินส่วนนี้ นี่ก็เป็นอีกส่วนของการตัดสินใจเพียงเสี้ยวที่ส่งผลกระทบให้คุณทั้งชีวิต 
       หากคุณ กำลังอ่านบทความนี้ และคุณไม่มีประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษามะเร็ง เสี้ยวนาทีที่ความคิดตกตะกอน มิวอยากแนะนำคุณว่า คุณควรเรียกตัวแทนของคุณมาทำประกันสุขภาพที่ครอบคลุมการรักษามะเร็งที่ดี จากนั้นเมื่อประกันมีความคุ้มครองตามเงื่อนไขระยะเวลา คุณควรไปตรวจหาสารบ่งชี้ความเสี่ยงมะเร็ง ยอมเสียเงินส่วนนี้ทุกปี มันคงไม่แพงเท่าไรเมื่อเทียบกับชีวิตทั้งชีวิตของคุณ ถ้าเป็นประกันรักษาทันที ถ้าไม่ก็ควรไปตรวจทุกปี ย้ำว่าทุกปี

        คุณเสียเงินให้กับเรื่องรอบตัวๆ ความสุขฉาบฉวยมาเยอะ ลองตัดสิ่งไม่จำเป็นพวกนั้นออกไป แล้วหันมาเสียเงินให้สุขภาพตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ เสี้ยวนาทีหลังจากอ่านบทความนี้ แล้วทำตามที่มิวบอก ชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปทันที ไม่มีใครบนโลกนี้ช่วยคุณได้ ถ้าคุณไม่ทำมันด้วยตัวเองตอนนี้เลย 

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม

LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

สมองตาย ทำไมถึงตัดสินว่า"ตาย" ทั้งที่หัวใจยังคงเต้นอยู่

          สมองกับหัวใจ อะไรสำคัญกว่ากัน คงจะเป็นคำถามที่ถกเถียงกันไม่จบ หากขาดหัวใจก็ไม่มีปั๊มส่งเลือดขึ้นสอง อย่าลืมว่า เรามีการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจได้ แต่เรายังไม่เคยมีเคสไหน ผ่าตัดเปลี่ยนสมอง สมองเป็นอวัยวะที่ ซับซ้อน มากด้วยเส้นประสาท การรับรู้ของเรา รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ล้วนแล้วแต่เป็นการประมวลผลโดยสมองทั้งสิ้น

        เพราะว่าสมองนั้นบอบบางและอ่อนนุ่มมาก ร่างกาจึงปกป้องสมองด้วย กระโหลกศรีษะ หน้าที่และความสามารถของสมองอีกมากมายยังคงเป็นความลับสำหรับวงการแพทย์ในยุคปัจจุบัน สมองแต่ละส่วนจะควบคุมการทำงานของร่างกายต่าง ๆ กัน สมองใหญ่ทั้ง 2 ข้าง สมองน้อย และก้านสมองรวมกัน คิดเป็นเนื้อเยื่อของสมองเกือบร้อยละ 90 ทำหน้าที่ควบคุมความคิด การเคลื่อนไหว รวมทั้งความรู้สึกสัมผัสและการตอบสนองต่อสิ่งเร้า  สมองน้อยเป็นศูนย์ควบคุมความสมดุลในการเคลื่อนไหวของร่างกาย  ก้านสมองเป็นส่วนเชื่อมระหว่างสมองกับไขสันหลัง  มีหน้าที่ควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติ  เช่น  การเต้นของหัวใจ  การหายใจ  เป็นต้น

        สมองตาย ทำไมถึง สรุปว่า คนๆนั้นเสียชีวิต ทั้งๆที่หัวใจ ร่างกายบางอย่าง ยังทำงานปกติ นายแพทย์สุกิจ ทัศนสุนทรวงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า "ต้องทดสอบการทำงานของก้านหรือแกนสมอง เพราะเป็นจุดศูนย์กลางของสมอง ถ้ามันสูญเสียโดยถาวรแล้ว สมองส่วนอื่นๆ ก็ไม่สามารถทำงานต่อได้ แต่ความเป็นจริงแล้ว สมองส่วนที่จะสูญเสียเป็นอันดับสุดท้ายก็คือแกนสมองนั่นแหละ ฉะนั้น เราจึงใช้เกณฑ์การตรวจแกนสมองเป็นหลัก
       
       “แกนสมองตัวที่เราตรวจหลักๆ คือการตรวจการไม่หายใจ เพราะว่าศูนย์การหายใจเป็นตัวสำคัญของชีวิต ถ้าไม่ทำงานโดยถาวรแล้ว ก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ซึ่งถ้าตรวจแล้วพบว่าศูนย์การหายใจสูญเสียถาวร ทั่วโลกก็ยอมรับว่าสมองตายและเสียชีวิตแล้ว โดยจะมีการตรวจ 2 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 6 ชั่วโมง ถ้าอายุต่ำกว่า 18 ถึง 1 ขวบ ก็ 12 ชั่วโมง ต่ำกว่า 1 ขวบก็ 24 ชั่วโมง เพราะพวกที่อายุน้อย สมองอาจจะมีความทนทานมากกว่า”

         นายแพทย์สุกิจ อธิบายต่อว่า เมื่อสมองตายแล้ว หัวใจอาจจะยังเต้นอยู่หากได้รับการกระตุ้น แต่ 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ หัวใจจะหยุดเต้นภายใน 3 วัน เพราะแกนสมองคือส่วนที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ จริงอยู่ที่ปฏิกิริยาสนองตอบของคนไข้อาจจะมีอยู่ เพราะมันเป็นการสั่งการจากไขสันหลัง แต่เรื่องของการรับรู้ที่มาจากสมองนั้นไม่มีแล้ว ซึ่งประเด็นก็คือต้องมีการตรวจและพิสูจน์ว่าคนไข้มีอาการสมองตายจริงๆ ไม่ใช่เกิดจากสิ่งที่มีอาการคล้ายๆ กัน
     
       ประโยชน์ที่ได้จากการกำหนดเกณฑ์สมองตายคือ ผู้ที่ถูกวินิจฉัยว่าสมองตายนั้น ในระยะแรก อวัยวะต่างๆ จะยังทำงานได้ดี หากพูดคุยกับทางญาติผู้ตายและยินยอมให้บริจาคอวัยวะ อวัยวะจากผู้ป่วยสมองตายซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 1,000 รายต่อปี ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยคนอื่นๆ ทุกวันนี้ มีคนไข้ที่รอบริจาคอวัยวะในประเทศไทยอยู่ประมาณ 2,500 คน แต่อวัยวะที่ได้จากการบริจาคของคนไข้ที่มีอาการสมองตายนั้นมีไม่เกินปีละ 100 ราย ซึ่งคนไข้ที่รออวัยวะเหล่านั้น จำเป็นที่จะต้องได้การบริจาคจากคนไข้ที่เสียชีวิตด้วยอาการสมองตายเท่านั้น

    สมองตายในมุมมองกฎหมาย ไม่จัดเป็นการตาย เพราะในการพิสูจน์ความตายของบุคคลก็คือต้องตายตามธรรมชาติ โดยหมดลมหายใจและหัวใจหยุดเต้นอย่างสิ้นเชิง จึงทำให้เกิดข้อโต้แย้งกันในทางหลักวิชาการแพทย์ซึ่งถือว่าผู้ป่วยสมองตายคือผู้ที่ตายแล้วในทางการแพทย์ กับหลักวิชานิติศาสตร์ที่ยังไม่ยอมรับกันว่าการตายโดยอาการสมองตายนั้นเป็นการตายแล้วอย่างแท้จริง รวมถึงญาติผู้ป่วย ที่ไม่อาจรับคำตัดสินนี้ได้ แม้การยุติการช่วยต่อชีวิตผู้ป่วยโดยการถอดเครื่องมือต่างๆ ออกจะมิใช่เป็นการลงมือฆ่าโดยตรง แต่แพทย์ก็ยังเสี่ยงต่อการถูกกล่าวหาว่าฆ่าผู้อื่น เพราะบุคคลทั่วไปยังมีความคิดกันว่าแพทย์มีหน้าที่ต้องช่วยชีวิตผู้ป่วย หากแพทย์ยุติการช่วยชีวิตเพื่อป้องกันการตายก็อาจถือว่าเป็นการกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยการละเว้นการกระทำได้เช่นกัน

    จากประสบการณ์โดยตรงของมิวที่ผ่านมา กับการสูญเสียญาติ และบุคคลที่รัก แม้จะไม่ใช่สมองตายโดยตรง แต่การที่สมองส่วนใหญ่หยุดการทำงานไป สาเหตุคือ การล้มของผู้สูงวัย ทำให้เลือดคั่งในสมอง และพื้นที่สมองบางส่วนถูกทำลาย ผู้ป่วยจะไม่ลืมตา แต่ยังมีบ้างที่ขยับร่างกาย ริมฝีปาก ซึ่งแน่นอนว่าญาติคนไข้ทุกคน คิดว่านั่นคือสัญญาณที่ดี แต่อันที่จริงคือกลไกร่างกายเท่านั้น ผู้ป่วยไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไปแล้ว แค่รอวันที่กลไกทุกอย่าง ค่อยๆหยุดทำงานลงด้วยตัวเอง ซึ่งก็คือ 3 วันจริงๆ
 
   มันเร็วมากสำหรับคนที่ยังคุยกันก่อนนอน ว่าเราจะมีกิจกรรมอะไรด้วยกันในวันพรุ่งนี้ แต่สามชั่วโมงถัดมาก็ทำให้ได้รู้ว่า พรุ่งนี้สำหรับพวกเรา มันไม่มีอีกต่อไปแล้ว ทำวันนี้ให้ดีที่สุด อย่าผลัดเป็นวันพรุ่งนี้เลยค่ะ บางทีพรุ่งนี้ ทุกอย่างก็สายเกินไป

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.manager.co.th

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844