แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปัญหาประกันชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปัญหาประกันชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

7 ความเชื่อแบบผิดๆเกี่ยวกับประกันชีวิต

           

   ถึงแม้ประกันชีวิตจะเข้ามาในสังคมไทยเป็นระยะเวลาหลายปีมาแล้ว แต่การเป็นที่ยอมรับ และความเข้าใจเกี่ยวกับการทำประกันชีวิตในสังคมไทย ถือว่ายังไม่กว้างเท่าที่ควร หลายคนยังไม่เข้าใจแก่นกลางที่แท้ของการทำประกันชีวิต เลยมักมีข้อโต้แย้งขึ้นมาเสมอๆ 


               วันนี้มิวจะนำเสนอ ความเชื่อแบบผิดๆ ที่มิวเคยพบเจอตลอดระยะเวลาที่เข้ามาทำอาชีพนี้ และมิวเชื่อว่ายังมีอีกมากความเชื่อที่ผิดแล้วมิวยังไม่ค้นพบ มาลองดูว่ามีอะไรบ้าง

                1. เชื่อว่าประกันชีวิตจ่ายแล้วจ่ายเลยไม่คืนเงิน จริงๆการทำประกันชีวิตมีการคืนเงินทุกรูปแบบค่ะ แต่จะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับ เงื่อนไขที่เราเลือก ไม่สิตัวแทนเลือกให้ เงินที่คืนจะมาจากสัญญาหลัก ซึ่งคนส่วนใหญ่มักยกเลิกการส่งโดยไม่ขอเงินที่ควรได้บางส่วนคืน  มีเพียงอย่างเดียวที่เสียแล้วเสียเลย ถือว่าซื้อความคุ้มครองความเสี่ยงคือ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ซึ่งจะจ่ายคืนมาเป็นความคุ้มครองค่ารักษาอุบัติเหตุ มีดบาด หกล้ม คือใครจ่ายประกันอุบัติเหตุอยู่มิวแนะนำว่า ถึงบาดเจ็บเล็กๆน้อยก็ไปใช้สิทธิ์เถอะค่ะ คุ้ม

                 2. ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล VS ประกันรถยนต์เหมือนกัน  ยืนยันอีกครั้งว่าไม่เหมือน จัดเป็นญาติๆกันดีกว่า จุดประสงค์ของการทำก็เน้นความคุ้มครองคนละแบบแล้ว รถยนต์จะเน้นไปที่เรื่องของรถยนต์ในการเกิดอุบัติเหตุ การชดใช้ค่าเสียหายต่างๆ ถามว่ามีค่ารักษาให้ไหม มีค่ะแต่ก็ไม่พอครอบคลุมทั้งหมด ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จะเน้นไปที่ตัวบุคคล สามารถใช้ควบคู่กับประกันรถยนต์ได้ แต่จะครอบคลุมไปถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในระหว่างการดำรงค์ชีวิตประจำวันด้วย เช่นมีดบาด หรือตกบันใด หมากัด ประกันรถยนต์จะไม่จ่ายเรื่องนี้ให้นะคะ

                3. ประกันชีวิตมีไว้เพื่อลดภาษีเท่านั้น ฮัลโหลคุณขา นั่นคือแค่ผลพลอยได้ ไม่ใช่หัวใจหลักใหญ่ จริงๆแล้วการทำประกันชีวิต นั่นมีไว้เพื่อลดความเสี่ยงด้านต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา ไม่ใช่แค่การลดภาษี แต่เป็นการวางแผนการเงินเพื่อลดช่องโหว่ต่างๆให้ชีวิตคุณ ส่วนเรื่องภาษีเป็นเพียงฟังก์ชั่นเสริม ที่ดันดูมีค่ากว่าฟังก์ชั่นหลัก เอาเข้าจริงๆ มันก็ดีตรงที่คนเก็บเงินมากขึ้นโดยการเปลี่ยนรายจ่ายเป็นเงินออมที่ยั่งยืน

               4. เด็กๆไม่ควรทำประกัน อันที่จริงประกันจำพวกสุขภาพเบี้ยเด็กน้อยจะแพงเพราะความเสี่ยงสูง แต่จะมีช่วงวัยนึง หรือแบบประกันที่ไม่ใช่สุขภาพ เป็นเน้นในเรื่องเงินออม หรือโรคร้าย เด็กๆควรทำ เพราะยิ่งอายุน้อยเท่าไรเบี้ยยิ่งถูก เพราะความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตน้อย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่ยังรังเร ควรตัดสินใจทำตั้งแต่ลูกอายุยังน้อย เทียบง่ายๆ แบบประกันโรคร้ายของบริษัทมิว ทุนประกัน 1 ล้านเท่ากัน ระยะเวลาจ่ายเท่ากัน แต่เด็กน้อยจ่าย 2X,xxx ผู้ใหญ่จะ จ่าย 3X,XXX ทั้งๆที่ความคุ้มครองเท่าๆกัน 

              5.สุขภาพยังดีไม่ป่วยจะทำประกันทำไม มิวฟังแล้วได้แต่ถอนใจ อธิบายตรงๆค่ะ นที่ทำประกันคือคนที่สุขภาพดีค่ะ ประกันจะผ่านง่ายความคุ้มครองก็ได้เต็มที่  ลองง่ายๆค่ะ แค่มีประวัตินอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลจะนอนกี่วันก็ตามแต่ เมื่อออกจากโรงพยาบาลคุณได้รู้ซึ้งแล้วว่าควรทำประกันเพื่อตัวเอง คุณจะเจอกับการตรวจสุขภาพที่ยาวเป็นหางว่าวและการรอผลอนุมัติที่ทั้งคุณและตัวแทนใจตุ้มๆต่อมๆ บางทีอาจจะเจอว่าไม่คุ้มครองโรคที่เคยมีประวัติรักษา หรือก็เพิ่มเบี้ยในฐานะที่คุณมีความเสี่ยง และแย่ไปกว่านั้นคือไม่อนุมัติ นี่ยังไม่รวมระยะเวลารอคอยโรคต่างๆ กว่าประกันจะเครมให้ ไม่ใช่ว่าทำแล้วได้ทันที ถ้ายังไม่มีประกันชีวิต แถมสุขภาพยังแข็งแรง อย่ารอช้าเลยค่ะ ทำเถอะ


              6. มีประกันกลุ่มที่บริษัททำให้แล้ว  ที่ทำงานมิวมีประกันให้ค่ะ แต่มิวทำส่วนตัวเองไว้ด้วยเพราะ ที่ทำงานคือประกันที่ติดอยู่กับงาน ถ้าเราเกิดเหตุที่ต้องออกจากงานขึ้นมาเราจะทำอย่างไรเมื่อไม่มีประกันรักษาตัวเป็นของตัวเอง แล้วถ้ารอตอนนั้นค่อยทำ คำถามคือ เราจ่ายไหวหรอ เบี้ยประกันจะขึ้นตามอายุ อีกอย่างประกันกลุ่มไม่ได้ครอบคลุมค่ารักษาทั้งหมด ส่วนต่างก็ต้องควักเงินออก หรือโรคบางโรคก็ไม่รวมอยู่ในประกันกลุ่ม

             7. ผ่อนรถ ผ่อนบ้าน เขาให้ทำประกันไว้แล้ว ค่ะมันคนละตัวอีกเช่นกัน ประกันตัวนี้จะให้ความคุ้มครองบริษัทบ้าน และรถยนต์ว่าเมื่อคุณเสียชีวิต ไม่มีคนส่งผ่อนต่อ บริษัทรถ บริษัทบ้านยังมีเงินประกันตรงนี้จ่ายให้แทนคุณโดยที่บ้าน และรถยนต์นั้นยังเป็นกรมสิทธิ์ของคุณ ก็จัดว่า  WIN WIN ทั้งคนซื้อและผู้ขายโดยมีบริษัทประกันอยู่ตรงกลาง

               มิวเข้าใจนะคะ สำหรับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของการทำประกันชีวิต มิวเคยเป็นคนๆนั้นค่ะ แต่เชื่อไหมคะตั้งแต่มิวมาทำอาชีพนี้ มิวไม่ได้มีเงินมากที่จะทำเหมือนพวกคุณทุกคนแหละค่ะ แต่มิวก็ยังทำเอาที่พอส่งไหว และเมื่อเกิดเหตุมา มิวไม่ต้องห่วงว่าจะเป็นภาระใคร รู้ตัวอีกที มิวมีประกัน 5 ฉบับแล้วค่ะ ขาดแค่เรื่องโรคร้ายที่มิวกำลังเก็บหอมรอมริบไม่เกินเดือนหน้าจะมีไว้ในครอบครอง

             ประกันไม่ใช่ภาระของคุณนะคะ ถ้าไม่ได้ทำเกินความจำเป็นหรือทำจนไม่มีเงินจ่าย คุณสามารถจะทำประกันตามที่จ่ายไหวได้ แต่อย่าลืมหลักความจริงที่ว่าค่ารักษาปัจจุบันมันแพงแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องมีฉบับเดียวที่จ่ายแพงๆ เริ่มจากเท่าที่ไหวแล้วขยับขึ้นไป จนถึงยอดที่เข้าโรงพยาบาล หรือเกิดเหตุ แล้วเราสามารถใช้ประกันจ่ายไม่ต้องพึ่งเงินเก็บ หรือเงินพ่อแม่ ถ้าคุณไม่มีประกันชีวิตรองรังนั้นแหละที่เรียกว่าภาระ 

           มิวหวังว่าจะอ่านกันครบทั้งหน้า แล้วก็เข้าใจประกันชีวิตกันเสียใหม่นะคะ เพื่อประโยชน์ของคุณเองหากไม่เข้าใจ มิวยินดีให้คำปรึกษาในการทำประกัน และการวางแผนการเงินเพื่ออนาคตค่ะ


 ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม

LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396



มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ระยะเวลารอคอยคืออะไร แล้วระยะเวลาเท่าไรเครมได้แน่นอน


              การทำประกันต้องมาคู่กับระยะเวลารอคอย และเจ้าตัวนี้แหละที่บ่อยครั้งมักเป็นชนวน เหตุแห่งความเข้าใจผิดของบริษัทประกันกับลูกค้า วันนี้มิวจะมาอธิบายแบบเคลียร์ใสๆ ให้ง่ายอ่านแล้วอ๋อเข้าใจทันทีเลย


               เราสามารถแบ่งระยะเวลาการเครมออกเป็น 7 ช่วงระยะเวลาด้วยกัน ใช่ค่ะ ย้ำอีกครั้ง 7 ช่วงระยะเวลา เริ่มแรกเลยคือ

    1. เริ่มคุ้มครองทันที คือ ให้ความคุ้มครองในวันที่ทำสัญญาประกัน วันนั้นเลย มีประกันเพียงประเภทเดียวที่สามารถทำได้คือ  “ประกันอุบัติเหตุ”           
    2. เริ่มคุ้มครองในวันที่อนุมัติผลการทำสัญญาประกันคือ “ประกันชีวิต” “ประกันที่เป็นเงินออม”  ซึ่งแบ่งสัญญาย่อยๆที่ทำการคุ้มครองในวันนั้นออกมาอีก 

  • สัญญาพิ่มเติมคุ้มครองชั่วระยะเวลา 

  • ชำระเบี้ยแทนทุนหลัก 

  • อุบัติเหตุชดเชยรายได้ และสูญเสียอวัยวะ 

  • อุบัติเหตุที่มีทุนชีวิตเท่านั้น 

  • คุ้มครองการก่อจราจล/ ก่อการร้าย

  •               3. เริ่มคุ้มครอง 30 วันหลังจากวันที่อนุมัติทำสัญญา คือ “ประกันสุขภาพในหมวดค่ารักษา                             พยาบาล.โรคทั่วไป การผ่าตัด ค่ายา ค่าหมอ”
                  4. เริ่มคุ้มครอง 60 วันหลังจากวันที่อนุมัติทำสัญญา คือ โรคร้าย 38 โรค รวมไปถึงควา                              คุ้มครอง โรคมะเร็งในสตรี และการตั้งครรภ์
    44 โรคร้าย
                  5. เริ่มคุ้มครอง 120 วันหลังจากวันที่อนุมัติทำสัญญา คือ 4 โรคดังนี้
                                 5.1 ต้อเนื้อ,ต้อกระจก
                                 5.2 การตัดทอนซิล
                                 5.3 ไส้เลื่อนทุกชนิด
                                 5.4 เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่
                  6. เริ่มคุ้มครอง 1ปี หลังจากวันที่อนุมัติทำสัญญา คือ "การฆ่าตัวตาย(ต้องชำระเบี้ยปีที่2ไป                    แล้ว)" และ "ความผิดปกติของการตั้งครรภ์" "ความผิดปกติของบุตร" รวมถึง "มะเร็งในรก"
                  7. เริ่มคุ้มครอง 2ปี หลังจากวันที่อนุมัติทำสัญญา คือการเสียชีวิตทุกกรณี(เฉพาะทุน                              คุ้มครอง ชีวิตหลัก) บริษัทไม่มีสิทธิ์บอกล้างสัญญา

             แล้วทำไมถึงต้องมีระยะเวลารอคอย  ก็เพราะว่าบริษัทประกันต้องการป้องกันความเสี่ยงที่จะมีคนที่รู้ว่าตัวเองป่วย แต่ยังไม่ยอมไปรักษา แต่ขอมาซื้อประกันก่อน แล้วค่อยไปรักษาเพื่อจะได้เบิกเงินจากประกันได้ บริษัทจะทำการสืบประวัติการรักษาของลูกค้าโดยเช็คดูประวัติการรักษาจากโรงพยาบาล ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเราต้องบอกความจริงทุกอย่างกับตัวแทน

             หากแม้ว่าเลย 2 ปีแล้ว บริษัทประกันสืบทราบทีหลังว่าเรามีการปกปิด ให้ข้อมูลเท็จ บริษัทประกันมีสิทธิบอกเลิกสัญญาประกันสุขภาพได้ตามกฎหมายอยู่ดี

     ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม

    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396



    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

    วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

    อะไรบ้างที่เป็นสาเหตุให้ประกันไม่จ่ายเงินให้คุณ

                  เรื่องเงินๆทองๆกับประกัน เป็นอะไรที่ ผิดใจกันก็เพียงข้อความเนื้อหาในกรมธรรม์ บางคนไม่ได้อ่านฟังจากเซลล์พูดพร้อมกระดาษ 1 แผ่น บางคนอ่านแล้วตีความหมายไปในทางที่ผิด วันนี้จะมาพูดถึงกรณีที่พิพาทกันบ่อยๆ เกี่ยวกับประกันสุขภาพว่าทำไม ถึงไม่จายเงินตามที่เคยคุยกันเอาไว้  บางที่เรารับสื่อก็อาจจะต้องกรองกันหน่อย
                   1. ทุพพลภาพ คนทั่วไปอาจจะนึกว่าพิการแขนขา ขาด 1 ข้าง ตาบอด แถมมีบัตรคนพิการ ก็เป็นทุพลภาพได้ ถือ ว่าเป็นการเข้าใจทีผิดนะคะ ทุพพลภาพในประกันคือ ถาวรและสิ้นเชิง กล่าวง่ายๆ ก็คือ ไม่สามารถปฎิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป ใส่เสื้อผ้า รับประทานอาหาร หรือลุกจากเตียงได้ด้วยตนเอง แต่เดี๋ยวก่อน อัมพฤกษ์ อัมพาต ไม่นับรวมเป็น ทุพพลภาพนะคะ

                  2.  ระยะเวลา 30 วัน 60 วัน และ 120 วัน ใน 30วันแรกนับตั้งแต่มีการเริ่มความคุ้มครอง บริษัท จะไม่จ่ายเงินค่ารักษาใดๆ หรือพูดให้ถูกต้องคือ สามเดือนไปแล้ว ผู้ทำประกันถึงสามารถใช้สิทธิได้ตามที่ ทำไว้ ทำไมถึงต้องมีวันกำหนด ใช้เลยไม่ได้หรือ เนื่องจากโรคทุกโรคล้วนมีระยะเวลาการก่อกำเนิดของมัน บริษัทต้องการตรวจสอบว่า โรคดังกล่าวนั้น ผู้เอาประกันไม่ได้เป็น หรือตรวจพบก่อนทำประกัยชีวิต ช่วงหลังจาก 30 วัน ผู้เอาประกันต้องชำระด้วยตัวเองก่อนแล้วเก็บเอกสาร สำคัญต่างๆมอบ ให้เจ้าหน้าที่ตัวแทนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการเบิกจ่ายให้
                 3.โรคเรื้อรัง สืบเนื่องจากข้อ 2 การตรวจรักษาภาวะที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด ปัญหาด้านพัฒนาการ หรือโรคทางพันธุกรรม
                 4. การตรวจรักษา หรือการผ่าตัดเสริมสวย หรือการแก้ปัญหา ผิวพรรณ สิว ฝ้ากระ รังแค ผมร่วง หรือควบคุมน้ำหนักตัว ยกเว้นบาดแผลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุที่ได้รับความคุ้มครอง

                 5. การตรวจสุขภาพทั่วไป การร้องขอเข้าอยู่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล การร้องขอผ่าตัดพักฟื้น หรือการเข้าพัก เพื่อตรวจหาสาเหตุใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย
                 6. การตั้งครรภ์ แท้งบุตร ทำแท้ง การคลอด โรคแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ การแก้ปัญหาการมีบุตรยาก ทำหมันคุมกำเนิด
                 7. การรักษา ป้องกัน การใช้ยาหรือสารต่างๆ เพื่อชะลอความเสื่อมของวัย  การให้ฮอร์โมนของทั้งหญิงและชาย การรักษาความผิดปกติทางเพศ และการแปลงเพศ
                 8. ตรวจรักษาความผิดปกติทางสายตา เลสิค หรืออุปรณ์ที่ช่วยในเรื่องความผิดปกติ ด้านการมองเห็น
                 9. การตรวจ ผ่าตัด รักษา โรคเกี่ยวกับฟันหรือเหงือก ทำฟันปลอม ครอบฟัน และอื่นๆ ยกเว้นกรณีการบาดเจ็บอุบัติเหตุ ซึ่งจะไม่รวมกับ ค่าฟันปลอม ครอบฟัน รักษารากฟัน
                10. รักษา บำบัด ภาวะติดสารเสพย์ติดให้โทษ บุหรี่ สุรา ยาเสพย์ติด

                11. การตรวจรักษา อาการทางจิต หรือความผิดปกติด้านบุคลิกภาพ รวมถึงภาวะสมาธิสั้น
                12. การตรวจรักษาที่ยังอยู่ในระหว่างการทดลอง หรืออาการหยุดหายใจขณะนอนหลับ การนอนกรน
                13. การปลูกฝี หรือการฉีดวัคซีนป้องกันโรค  ยกเว้นวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า แลัวัคซีนบาดทะยัก
                14. การตรวจที่ไม่ใช่แผนปัจจุบัน รวมถึงแพทย์ทางเลือก
                15. ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากผู้เอาประกันภัย ซึ่งประกอบอาชีพแพทย์สั่งให้แก่ตัวเอง รวมถึงค่าใช้จ่ายของบิดา มารดา คู่สมรส และบุตรของผู้เอาประกันภัย
                16. การฆ่าตัวตาย การพยายามฆ่าตัวเอง หรือ การทำร้ายตัวเอง ไม่ว่าจะกระทำด้วยตนเอง หรือยินยิมให้ผู้อื่นกระทำ  ไม่ว่าจะด้วยสภาวะจิตแบบใด  รวมถึงการใช้ยาเกินขนาดแพทย์สั่ง

                17. เป็นนักโทษ หรือก่ออาชญากรรม
                18. ปฏิบัติหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือ อาสาในพื้นที่สงคราม หรือปราบปราม
                19. สงคราม การรุกราน สงครามกลางเมือง การกบฏ การก่อจลาจล หรืออะไรที่จะเป็นเหตุให้มรประกาศ หรือคงไว้ที่ กฎอัยการศึก


    ยาวหน่อยแต่อ่านเถอะเพื่อผลประโยชน์ของคุณเอง ช่วงนี้ขอโทษจริงๆค่ะ หายหน้าหายตาไป 
    เดือนสุดท้ายแล้ว ขอ วิ่งงานจัดๆ นิดนึง เดือนหน้า จะกลับมาสู่ระบบเดิมนะคะ 

    ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม

    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396

    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844
                 

    วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

    (เคสที่เศร้าใจที่สุด) จากไทรอยด์ ลุกลามเป็นมะเร็ง และอนาคตที่หมดลง

             
                 วันนี้ไปพบลูกค้า ระบายความในใจ เกี่ยวกับเรื่องลูก ที่อายุยังน้อย "ลุงเห็นหนู แล้วพาลให้นึกถึงลูกของลุง เค้าควรเป็นวัยที่เต็มไปด้วยพลังและรอยยิ้ม แบบหนู" ประโยคแรกที่คุณลุง กล่าวขึ้น หลังจากการทักทายพอประมาณ มิวก็มองคุณลุงก็เห็นความท้อแท้ เหนื่อยล้าในสีหน้าแววตา ขัดกับริมฝีปากที่มีรอยยิ้ม และน้ำเสียงที่เจือแววอารมณ์ดีเป็นนิสัย
             
               "ตอนนี้ลูกลุงต้องเข้ารับการรักษาด้านวิธีกลืนแร่ ซึ่งสามเดือนต้องไปรักษาที แล้ว 7 วัน ห้ามเข้าเยี่ยม แถมเมื่อกลับบ้านต้องนอนนิ่งๆ อีก 2 สัปดาห์ หยุดเยอะขนาดนี้ หนูคิดสิ บริษัทไหนเค้าจะรับเข้าทำงาน" คุณลุงพยายามที่จะทำให้เรื่องราวดูไม่เครียด ด้วยการหัวเราะตบท้าย ซึ่งไม่รู้ว่าหัวเราะจริงๆ หรือ หัวเราะประชดโชคชะตา เรารับฟังอย่างตั้งใจเพิ่งรู้ว่า อาชีพตัวแทน ก็เป็นนักจิตวิทยาคนนึง ที่ต้องรับฟังปัญหาลูกค้าอย่างเข้าใจ ซึ่งการรับฟังที่ดีไม่ใช่การขัดออกความคิดเห็น แต่นิ่งฟังและตอบรับเป็นครั้งคราว

               สรุปโดยย่อๆว่า ลูกคุณลุงเหนื่อยง่าย อ่อนแอ จากที่เป็นคนแข็งแรงปกติ มีอนาคตไกล สดใส เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ใครจะคิดว่า อายุเพียงแค่นี้ ต้องหมดอนาคตลงเพียงเพราะ ไทรอยด์ที่ตรวจเจอมะเร็ง
    คุณลุงเรียกมิวมาวันนี้เพียงเพื่อถามว่า มิวจะสามารถทำประกันค่ารักษา ให้ลูกคุณลุงได้ไหม เพราะเงินที่คุณลุงหามาได้เท่าไร มันก็ลดน้อยลงเพราะการรักษาที่จำเป็นต้องต่อเนื่อง และต้องเดินทางไกลไปรักษาถึงกรุงเทพ
                 หลังจากฟังเรื่องราว มิวได้แต่สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนพูดคำปฏิเสธออกมา ทันทีที่ได้ยินคุณลุงที่พยายามฝืนยิ้มหัวเราะก็เจื่อนลงคอตกนิดนึง บรรยากาศเงียบไปสักพัก เราก็จนด้วยคำพูด ไม่ใช่ไม่อยากช่วย แต่มิวช่วยไม่ได้ ถึงบริษัทจะรับ แต่เค้าก็ไม่รับเรื่องเกี่ยวกับโรคนี้ โรคที่ผู้เอาประกันเป็นก่อนสมัคร ทีนี้ในสายตาของคนทั่วไปจะเห็นเลยว่า คนสองคน สองเพศ สองวัย ต่างนั่งคอตกกันคนละมุมโต๊ะ

               อีกครั้งที่เป็นเคส ที่ให้ความรู้สึกเหมือน รอบตัวอยู่ในพายุฝน และมีภูเขาหนักๆมาวางทับอก โชคชะตาเล่นตลกกับมนุษย์เสียเหลือเกิน คนแข็งแรงดีกลับไม่สนใจ ที่จะทำประกัน กลับมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องถูกเอาเปรียบ สิ้นเปลือง และไม่จำเป็น นี่ไงความจำเป็น ผู้ชายที่นั่งก้มหน้าหลังจากได้ยินมิวพูดปฏิเสธไป เป็นตัวอย่างเป็นเหตุผลของความจำเป็น ที่เราต้องทำประกันเมื่อยังแข็งแรง

               วันนี้เรื่องราวก็จบลงด้วย คำพูดที่ทำได้แค่ให้กำลังใจ ซึ่งเชื่อว่าถ้ามันเปลี่ยนเป็นเงินรักษาตัวลูกคุณลุงได้ คุณลุงคงได้จากใครหลายคนมากพอที่จะรักษาลูก แต่มันเปลี่ยนเป็นเงินไม่ได้ คุณลุงเงยหน้ามาพูดคุยหัวเราะอยู่สักัพก ก็ร่ำลาลุกยืนขึ้น เราดูก็รู้ว่าคุณลุงพยายามยืดหลังให้ตรง ฝืนยิ้มนิดๆ  ก่อนหันหลังเดินจากไป แต่มิวเป็นคนที่นั่งอยู่ที่เดิมมองคุณลุงเดินไปไกลออกไป คุณลุงไปแล้ว แต่ทิ้งเมฆฝน และภูเขาแห่งความเศร้าไว้ที่มิวด้วย ถ้ามิวเป็นพระเจ้า มิวจะช่วยคุณลุงนะคะ แต่มิวเป็นแค่มนุษย์คนนึงที่ลืมตาดูโลกได้เพียง 30 ปี มิวเสกอะไรไม่ได้เลยค่ะ  มิวช่วยอะไรในเคสแบบนี้ไม่ได้เลยจริงๆค่ะ 

    ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม

    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396

    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

    วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

    ความไม่คุ้มค่าของการทำประกันชีวิต มันไม่คุ้ม จริงหรือ

         


            เชื่อว่า กลุ่มคนที่มีอายุช่วง 25 - 35 หลายคน หรือคนที่ทำประกันชีวิตแล้วบางคน ยังคงมองว่าการทำประกันชีวิตมัน ช่างไม่มีความคุ้มค่าเอาเสียเลย ทำไปก็เสียเปล่า ฉันยังแข็งแรง และสุขภาพดี  เลิกไม่ทำดีกว่า เอาเงินจำนวนนี้ที่เสียไปเปล่าๆ ไปซื้อความสะดวกสบายทางใจดีกว่า

             ถามว่าความสะดวกสบายใจ บางอย่างมันไม่สามารถ ตีค่าเป็นเงินกลับมาได้อีก คุณมีความสุขในการได้ไปเที่ยวชมคนเสิร์ต ศิลปินคนโปรด อยากเห็นนักร้อง ดาราในฝันตัวเป็นๆ อยากใช้อากาศหายใจร่วมเค้า(อันนี้ดูจิตๆ) แต่ สมมุติว่า ระหว่างเดินทางไปหรือเดินทางกลับ มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับตัวคุณ บัตรคอนเสิร์ตนั้น มันไม่สามารถเปิดทางโรงพยาบาลเอกชนราคารแพงๆ ได้ ดารานักร้องของคุณ เค้าทำดีที่สุดคือ แค่มาเยี่ยม หรือมอบเงินจำนวนหนึ่งให้  และถ้าไม่ใช่แบบนั้นดาราคนนั้นไม่มา เงินช่วยเหลือไม่มีคุณจะรู้สึกแบบไหน

             หลายครั้ง หลายเคสที่บางคน โชคดีที่ได้ทำประกันไว้ทั้งๆที่ตอนทำไม่เห็นความสำคัญเท่าไร เอาแค่ว่าช่วยเซลล์ ช่วยตัวแทน หรือรำคาญตัวแทนก็ตามแต่ เพียงไม่นาน สิ่งร้ายได้เกิดขึ้น แล้วประกันไร้คุณค่าฉบับนั้น ดันช่วยได้ เค้าถึงตระหนักถึงคุณค่าการทำประกัน ต่อมา ก็เป็นคนจำนวนนึงที่โชคไม่ดีเท่าไร เพียงแค่เห็นว่าประกันมันสิ้นเปลืองไป ทำก็ไม่ได้ใช้ จึงยกเลิก และไม่นานเช่นกัน ก็เกิดเรื่องแล้วทีนี้ ได้แต่รำพึงว่ารู้อย่างนี้
             มันเป็นสิทธิ์ของลูกค้าที่จะเลือกทำ หรือไม่ทำ แต่ถ้าถามความคิดเห็นมิว ครั้งนึงมิวเคยไปเยี่ยมลูกค้า ระหว่างรอเพราะลูกค้าคนมาเยี่ยมเต็มห้อง เลยปลีกตัวมาก่อน ได้คุยกับคนๆนึง ที่มานั่งอยู่ที่นั่งใกล้ๆกัน ด้วยสีหน้าเขามิวเลยถามไปว่า มาทำอะไรหรือคะ สิ่งที่มิวได้รับคำตอบกลับมา มันคือ เรื่องที่คนๆนึงกำลังแบกรับไว้บนบ่า เขาไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้จะมีเรื่องนี้เกิดขึ้น เขาเลยต้องไปกู้ยืมเงินมาเพื่อรักษาน้องสาว ที่ป่วยหนัก รอใช้สิทธิ์ โรงพยาบาลรัฐไม่ไหว แต่เมื่อเข้าโรงพยาบาลยอดเงินที่แจ้งมาจะไม่รักษาก็ไม่ได้ หนี้สินเกิดขึ้นทันที


              เรื่องแบบนี้ใครบ้างอยากให้เกิด ไม่มีหรอกค่ะ ทุกครั้งที่นำเสนอ ทุกครั้งที่มิวพูด มิวห่วงจริงๆ มิวเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น มิวเห็นถึงความจริง เพราะมิวเคยยืนตรงนั้น ตรงที่ไม่มีประกันแต่ต้องผ่าสมองหลักแสน คืนนั้น เวลานั้น ไม่รู้เลยว่าจะเสกเงินแสนมาจากไหน มัันไม่มีความสุขอยู่แล้วกับการเจ็บป่วยของคนที่เรารัก แต่มันไม่มีความสุขมากกว่าเมื่อเราไม่มีเงินช่วยรักษาเขา นาทีนั้น ประกันชีวิต คือสิ่งเดียวที่มิวคิด แต่ทุกอย่าง มันสายไป คุณอยากเป็นแบบมิว หรือคุณอยากเลือกทางเดินที่ตรงกันข้ามจากมิว
    มันอยู่ที่คุณจรดปากกาเซ็นชื่อ ซื้อประกันชีวิตแล้วล่ะค่ะ



    ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396

    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

    วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

    ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา สำนวนอมตะที่ใช้ได้กับทุกเรื่อง

                      ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา, วัวหายล้อมคอก จะอะไรก็แล้วแต่ ทั้งสองล้วนมีความหมายในเชิงเดียวกัน คือ เกิดปัญหาก่อน ถึงระลึกได้ว่าควรทำอะไร ซึ่งมันอาจจะช้าเกินไป เกินกว่าจะกลับมาแก้ไขอะไรแล้ว มันเป็นสิ่งที่แปลกแต่จริง ไม่ว่าคุณหรือใคร ก็มักจะมีเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อกับสำนวนแบบนี้ ทั้งสิ้น ตังแต่เรื่องเล็ก ไปจนถึงเรื่องใหญ่

                       แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถอุดรอยรั่วของชีวิตได้ทุกเรื่อง แต่เรื่องใหญ่ๆที่เราจงใจมองข้ามมันไป เพื่อยอมจ่ายเงินให้กับความสุขเล็กๆ แต่ราคาใหญ่ๆ ที่เป็นเพียงของนอกกาย ตั๋วคอนเสิร์ตนักร้องดัง ของที่ระลึกงานคอนเสิร์ต โทรศัพท์เครื่องใหม่รุ่นล่าสุด แพงแค่ไหน ต้องหิ้วมาจากประเทศอะไร เรายอมจ่ายหมดเพื่อสิ่งๆนั้น แต่เราเลือกที่จะมองข้ามผลประโยชน์ เรื่องสุขภาพตัวเอง

                       และเมื่อวันที่เกิดภาวะเร่งด่วนมาถึง ไม่มีใครสามารถเสกกรมธรรม์ขึ้นมาให้คุณใช้ได้เลยในวันเดียว ถึงทำได้ก็ไม่ครอบคลุมโรคที่คุณเป็น หลายครั้งที่ผู้ป่วยแจ้งข้อมูลเท็จกับตัวแทนเพื่อหวังการทำประกันเครมโรคนั้นๆของตน เมื่อบริษัทสืบทราบความจริงไม่จ่ายให้ ดราม่ามากมายจึงเกิดขึ้นมาในเชิงลบกับทั้งตัวแทน และบริษัททั้งสิ้น

                       มันจะไม่มีปัญหาเลยถ้าคุณเริ่มทำตั้งแต่วันที่ยังแข็งแรง เก็บเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับตัวเองยามป่วย อย่างที่บอก เมื่อคุณแข็งแรง คุณจะคิดว่านี่มันเรื่องไกลตัวนะ ไม่ต้องรีบไม่ต้องทำ ฉันมีเงินน้อย ฉันมีประกันสังคม ฉันมีสิทธิ์เบิก  โน่น นั่นนี่  ในภาวะฉุกเฉินจริงๆ ถ้ามันเกิดขึ้น คำว่่าประกันสังคมอยู่ในหัวคุณไหม สิทธิ์ราชการล่ะ ไม่หรอก คุณรู้แค่ต้องส่งตัวให้เร็วรักษาให้เร็ว เมื่อมีการผ่าตัดหลักแสน คุณก็ต้องถอนเงินจากบัญชีมา ทั้งๆที่คุณอยากเก็บเงินนี้ไว้สำหรับอนาคต แย่ไปกว่านั้นบางคนไม่มีจ่าย
                       เคยคิดไหมว่า แพงไป ไม่ป่วย ไม่จำเป็นของคุณจะส่งผลอะไรกับคุณบ้าง หากเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้น เราจะเป็นคนแรกที่ต้องก้าวเข้าไปช่วยคุณในด้านค่าใช้จ่าย  แค่ลำพังอาการเจ็บป่วยก็ทำให้เครียดมากพอยู่แล้ว แต่ต้องมาเครียดเรื่องไม่มีเงินรักษาอีก เงินหลักหมื่นที่คุณปฏิเสธจะจ่ายในตอนนั้น เมื่อเทียบกับค่รักษาหลักแสนเมื่อคุณเผชิญจริงๆ มันไม่คุ้มเลยใช่ไหมคะ

                       จะดีกว่าไหมถ้าเกิดเรื่องขึ้นเงินเก็บคุณจะกระทบน้อยถึงไม่กระทบเลย แถมไม่ต้องห่วงคนด้านหลังว่าเขาจะเป็นอยู่อย่างไร กระดาษใบหนึ่งที่แทนคำมั่นสัญญาว่า ไม่ว่่าจะเกิดอะไร คุณยังมีเงินตรงนี้คุณยังมีเรา อยูเคียงข้างดูแลคุณเสมอ ตัวแทนประกันที่ดี สังเกตุง่ายๆ ยามเขาอธิบายคุณ เขาอธิบายละเอียดไหม การตอบข้อสงสัยเป็นอย่างไร ถามมากๆชักสีหน้าใส่ไหม และนอกเหนือจากแบบประกัน เข้าสามารถช่วยเราด้านไหน ในเรื่องโรงพยาบาล ได้อีก

    #ตัวแทนที่ปฏิเสธลูกค้าเขาคือตัวแทนที่กำลังจะตาย

    ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396

    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

    วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2561

    สิทธิ์ประกันสังคม การบริการและการรักษาโรค ดีกว่าประกันชีวิต จริงหรือ?

                       
                        เมื่อสองสามวันก่อน Socail Media ได้มีการแชร์ โพสของคนไข้รายหนึ่ง ที่เข้าให้สิทธิประกันสังคม เข้าตรวจภายใน แต่ต้องอึ้ง ทึ่ง เสียว กับสภาพเก้าอี้ตรวจภายใน ที่ดูยังไง๊ ยังไง นั่นมันคราบเลือด แถมยังมีเลือด สดๆไหลให้ดูอีก ทั้งที่เป็น โรงพยาบาลเอกชน พอซักถามข้อสงสัยนี้กับพยาบาล กลับได้คำตอบที่ไม่สนใจสิ่งใดๆ พร้อมอากัปกริยาที่เรียกว่า .."ชักสีหน้าใส่"

         
                   ซึ่งภายหลังทางโรงพยาบาล ได้ออกมาขอโทษ และอธิบายเรื่องราวสยดสยองดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่นี่ไม่ใช่เคสแรกที่ผู้ใช้สิทธิประกันสังคมต้องแบกรับ หากลองพินิจพิจารณาดี เราจะเห็นได้ว่า โรงพยาบาลเอกชน ชั้นนำ ส่วนใหญ่ จะไม่รับการรักษาสิทธิประกันสังคม เนื่องด้วยเหตุผลภายในของโรงพยาบาลนั้นๆเอง ซึ่งถ้าโรงพยาบาลไหนรับ เสียงที่ได้ยินมาจะเป็นการให้บริการแบบแง่ลบ ทั้งนี้เมื่อเอาใจเขามาใส่ใจเรา จะเห็นได้ว่า จำนวนผู้ใช้สิทธิเยอะมาก จนทำให้เจ้หน้าที่เหนื่อยล้าตามๆกัน 


                      แน่นอนว่าไม่มีใครที่ทำงานเหนื่อยมากๆ แล้วประสิทธิภาพในการทำงานยังคงที่เต็มร้อย ต้องเผชิญอารมณ์คนไข้หลายสิบคน ไหนจะคนเดียวรับงานสารพัดหน้าที่ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับอุปนิสัยส่วนตัวของเจ้าหน้าที่เองด้วย คนวัยทำงานส่วนใหญ่คิดว่า การมีประกันสังคม แล้วไม่ต้องทำประกันชีวิต และคิดว่า ฉันยังอายุน้อยเกินกว่าจะป่วยไข้ แต่พอเกิดเหตุจำเป็นจริงๆ ก็ไปรอใช้สิทธิ ไหนจะรอคิวนาน ไหนจะคนเยอะ ไหนจะอารมณ์พยาบาล ก็เริ่มจะหงุดหงิด ครั้นจะไปเอกชนชั้นนำ สตางค์ก็กลัวไม่พอ การรอคอยจึงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่บางคนหนักหนาถึงขนาด ไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ


                  เช่นเคสตัวอย่างเคสนี้ คู่สามีภรรยา วัยเริ่มต้นทำงานคู่หนึ่ง ขับมอเตอร์ไซด์มาตามปกติ แต่เกิดเหตุรถเก๋งเสียหลัก พุ่งชน ฝ่ายหญิง ขาหักแบบไม่ขาจากกันแต่ห้อยลงมา  ฝ่ายชายซี่โครงหัก ผู้ชายไม่ได้สติ แต่ผู้หญิงยังมีสติตอบคำถามเจ้าหน้าที่ ทั้งสองถูกนำส่งคนละโรงพยาบาล ตามสิทธิการรักษา ฝ่ายชายใช้ประกันชีวิต ฝ่ายหญิงใช้ประกันสังคม ฝ่ายชายที่อาการเหมือนจะหนักกว่า ได้เข้ารับการรักษาทันที  ไม่นานก็ฟื้นพ้นขีดอันตราย ส่วนฝ่ายหญิงเมื่อไปถึงใช่เป็นเหตุฉุกเฉิน แต่จำนวนหมอเวรไม่เพียงพอกับจำนวนคนไข้ สาเหตุนั้นเอง ทำให้เธอกลายเป็นคนพิการ แถมยังต้องจ่ายส่วนต่างบางอย่างที่เกินกว่าสิทธิจะครอบคลุม ส่วนฝ่ายชายหายปกติ ไม่ต้องชำระสักบาท


                 อันที่จริงฝ่ายชายก็เกือบจะตัดสินใจยกเลิกประกันชีวิตพอดี แต่ดันเกิดเหตุเสียก่อน เกือบไปแล้ว เกือบที่จะเสียชีวิต หลายครั้งที่คนเราประมาทแล้วมองการขายประกัน เป็นการซื้อที่เสียเปล่า ถ้าว่าด้วยเรื่องการเกิดเหตุขึ้นมาจริงๆ จะรู้ว่าผลประโยขน์ที่ได้ มันคุ้มค่าขนาดไหน เงินหลักหมื่น แต่ความคุ้มครองเป็นล้าน ถ้าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นตัวคุณเองที่ประสบ พบ เจอ คุณจะรู้สึก หรือคิดแบบไหน ลองตัดสินใจดูเองนะคะ 

    ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396

    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

    วันอาทิตย์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2561

    ตัวแทนประกันหาย ตัวแทนประกันโกง ติดต่อสำนักงานไม่ได้เรื่องคืบหน้า ทำไงดี

             เสียหายเท่าไร กับการไม่มีความรับผิดชอบของตัวแทนบางคน จริงๆ มันเป็นเรื่องที่ลูกค้า ประสบพบเจอ และตัวแทนใหม่ๆ ก็จะทำการขายยากมากๆ ลูกค้าจะเข็ดหลาบกับบริษัทประกัน ตัวแทนใหม่ๆ ก็ขายยากขึ้น

    ตัวอย่างตามกระทู้พันทิพย์นี้ หากตัวแทนขายประกันที่ขายเรา ลาออกจากบริษัทไปแล้ว จะตามหาเจ้าหน้าที่ดูแลต่อยังไงดีครับ    

            มันไม่ใช่ความผิดที่ลูกค้าจะกลัว หรือเข็ด หน้าที่มิวคือแก้ปัญหาให้ลูกค้าค่ะ

           มิวจะแบ่ง ปัญหาที่พบ และคำตอบวิธีการเอาเท่าที่วิธีปฏิบัติจริง พอทำได้แล้วกันค่ะ

    1. ตัวแทนโกงเงินเบี้ยชำระที่ให้ไป  ตามที่จริงแล้ว จรรยาบรรณที่ตัวแทนต้องสอบกันทุกคน จะถือว่าเรื่องนี้ผิดต่อจรรยาบรรณ ไล่ออกสถานเดียว และส่งผลเสียต่ออาชีพโดยรวมมากๆ แต่พนักงานบางคนก็คิดน้อยกับอนาคตตัวเองเพียงแค่เงินมันผ่านมือมา ช่างก้อนมหึมาเสียจริงๆ เอาน่า ขอเอาไปใช้ก่อนเดี๋ยวมีจะมาโปะคืน ความมืดดำนี้จะไม่มีคำว่าโปะคืน ไม่ใช่แค่ตัวแทนประกัน คาดว่าน่าจะมีในอาชีพที่เงินผ่านมือเยอะๆ แทบทุกอาชีพ
              วิธีการแก้ปัญหา 
                        1 .อย่าเชื่อใจตัวแทนแม้เขาจะเป็นคนสนิทคุณ 
                        2.บริษัทจะให้ใบเสร็จชั่วคราว มากับตัวแทนทุกคน ขอใบเสร็จนั้นทุกคร้งที่มีการชำระเงินเกิดขึ้น เพราะ ในใบเสร็จ จะมีชื่อและรหัสของตัวแทนคนนั้นๆอยู่
                        3.ภายใน3-7 วัน ให้ตรวจสอบตรงไปที่บริษัทเลยว่า กรมธรรม์ของตนมียอดชำระเบี้ยเข้ามาหรือไม่( ถามว่าต้องทำทุกครั้งไหม จริงๆมันเป็นสิ่งที่ควรกระทำนะคะ ผลประโยชน์ของเรา )
                        4.หากไม่มีการชำระเบี้ย ให้นำใบเสร็จข้อที่สอง ไปแจ้งความ 
                        5. เข้าไปที่ เว็บ คปภ(สำนักงานคุ้มครองผู้ทำประกันภัย) เพื่อทำการร้องเรียน ต้องมีเอการแจ้งความ กับใบเสร็จด้วยนะคะ LINK>>>บริการ Online คปภ
                        6.จากนั้น คภป จะดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งเราควรติดตามผล หรือสถานะเรื่องร้องเรียนบ่อยๆค่ะ



    2.ตัวแทนของเราลาออกไป ทุกอาชีพก็จะมีการเข้าๆออกๆ เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าตัวแทนประกันออกล่ะ มันดูเหมือนถูกทิ้งลอยแพ หรือเขามักจะเรื่องกันว่า "กรมธรรม์กำพร้า" 
                     วิธีการแก้ปัญหา
                             1. บริษัทจะส่งจดหมายแจ้งว่าตัวแทนเราลาออกแล้ว เราควรโทรเช็คทันทีว่าใครจะเป็นคนมารับช่วงต่อ โทรไปที่ Call Center บริษัทนั้นๆ แต่ตามจริงแล้ว เป็นหน้าที่ของ
    ทีมในบริษัทนั้นๆ ที่จะส่งคนมารับช่วงดูแลคุณต่อ เขาจะเป็นคนโทรมาหาแนะนำตัวกับคุณเอง
                            2. ถ้าไม่มีใครโทรมา และความคืบหน้าบริษัทไม่มี ติดต่อตัวแทน ที่เพื่อนคุณ หรือญาติๆคุณไว้ใจ จะบริษัทเดียวกันก็ดี หรือคนละบริษัทก็ได้ คนที่มีจรรยาบรรณพอจะบริการลูกค้าต่อด้วยตัวเอง หากเป็นคนละบริษัท อย่างน้อยเขาจะหาทางออกดีๆให้คุณเอง
                            3. หาใครแทนไม่ได้ ให้แจ้งเรื่องไปทาง Call Center ว่าต้องการชำระเบี้ยด้วยตัวเองจะดำเนินการเช่นไร หากอยากยกเลิก จริงๆไม่แนะนำนะคะ  ลูกค้าต้องศึกษารายละเอียด กรมธรรม์ให้ดี ว่ายกเลิกมาเราจะเสียผลประโยชน์อะไรบ้าง 
                           4. พยายามอย่าทิ้งเวลาการดำเนินงานนานจนเกินไปนะคะ บางกรมธรรม์จะมีข้อแม้ และระยะเวลาว่าเราหยุดส่งเบี้ย หรือไม่มีการเคลื่อนไหว กรมธรรม์นั้นๆจะถูกเปลี่ยนสถานะ หรือยกเลิกทันทีค่ะ (รายละเอียดนี้ ถามจากพนักงานตัวแทนก่อนตกลงทำประกันได้เลยค่ะ)



    3.ทำไมไม่ได้เงินคืนตามตกลงบริษัทโกง บริษัทไม่ได้โกงหรอกค่ะ ยืนยันอีกครั้ง แม้มิวจะเคยเขียนในบล็อกไปแล้ว แต่จะย้ำตรงนี้อีกครั้งค่ะ  บางทีเป็นที่ตัวแทนเอง ที่สับเพร่า
                   วิธีการแก้ปัญหา
                                 สอบถามรายละเอียด กรมธรรม์ให้ชัดแจ้ง ว่ามีเงื่อนไขอะไร คุ้มครองอันไหนจ่ายคืนเท่าไร ปีไหน อะไรบ้างที่จะนำไปสู่ปัญหาการ เป็นโมฆะของกรมธรรม์  จริงๆเป็นหน้าที่ของตัวแทนทุกคนจะต้องแจ้งลูกค้าค่ะ แต่ความใส่ใจ และนิสัยจรรยาบรรณตัวแทนแต่ละคนก็เคร่งต่างกัน เราควรรักษาสิทธิ์ ถามทุกข้อที่สงสัย  อ่านรายละเอียดประกันจนเข้าใจ ทวนความเข้าใจอีกครั้งกับตัวแทน หรือเอาให้ดี โทรถาม Call Center ได้โดยตรงค่ะ  

    มิวเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้วนะคะ ตามอ่านได้เลย >>ถูกคนขายประกันหลอก ถูกโกง ได้เงินแล้วไม่ดูแล หายหัวไปเลย

    หรือถ้ามีอะไรมากกว่านี้ ถามมิวมาได้เลยนะคะ จะตอบทุกคำถามค่ะ


    #แก้ปัญหาประกันชีวิต
    #ตัวแทนโกง
    #ตัวแทนลาออก

    ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

    ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
    LINE ID : chonchanit
    Tel : 0619546396
    มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844