แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรักเพื่อครอบครัว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรักเพื่อครอบครัว แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

(เคสที่เศร้าใจที่สุด) จากไทรอยด์ ลุกลามเป็นมะเร็ง และอนาคตที่หมดลง

         
             วันนี้ไปพบลูกค้า ระบายความในใจ เกี่ยวกับเรื่องลูก ที่อายุยังน้อย "ลุงเห็นหนู แล้วพาลให้นึกถึงลูกของลุง เค้าควรเป็นวัยที่เต็มไปด้วยพลังและรอยยิ้ม แบบหนู" ประโยคแรกที่คุณลุง กล่าวขึ้น หลังจากการทักทายพอประมาณ มิวก็มองคุณลุงก็เห็นความท้อแท้ เหนื่อยล้าในสีหน้าแววตา ขัดกับริมฝีปากที่มีรอยยิ้ม และน้ำเสียงที่เจือแววอารมณ์ดีเป็นนิสัย
         
           "ตอนนี้ลูกลุงต้องเข้ารับการรักษาด้านวิธีกลืนแร่ ซึ่งสามเดือนต้องไปรักษาที แล้ว 7 วัน ห้ามเข้าเยี่ยม แถมเมื่อกลับบ้านต้องนอนนิ่งๆ อีก 2 สัปดาห์ หยุดเยอะขนาดนี้ หนูคิดสิ บริษัทไหนเค้าจะรับเข้าทำงาน" คุณลุงพยายามที่จะทำให้เรื่องราวดูไม่เครียด ด้วยการหัวเราะตบท้าย ซึ่งไม่รู้ว่าหัวเราะจริงๆ หรือ หัวเราะประชดโชคชะตา เรารับฟังอย่างตั้งใจเพิ่งรู้ว่า อาชีพตัวแทน ก็เป็นนักจิตวิทยาคนนึง ที่ต้องรับฟังปัญหาลูกค้าอย่างเข้าใจ ซึ่งการรับฟังที่ดีไม่ใช่การขัดออกความคิดเห็น แต่นิ่งฟังและตอบรับเป็นครั้งคราว

           สรุปโดยย่อๆว่า ลูกคุณลุงเหนื่อยง่าย อ่อนแอ จากที่เป็นคนแข็งแรงปกติ มีอนาคตไกล สดใส เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ใครจะคิดว่า อายุเพียงแค่นี้ ต้องหมดอนาคตลงเพียงเพราะ ไทรอยด์ที่ตรวจเจอมะเร็ง
คุณลุงเรียกมิวมาวันนี้เพียงเพื่อถามว่า มิวจะสามารถทำประกันค่ารักษา ให้ลูกคุณลุงได้ไหม เพราะเงินที่คุณลุงหามาได้เท่าไร มันก็ลดน้อยลงเพราะการรักษาที่จำเป็นต้องต่อเนื่อง และต้องเดินทางไกลไปรักษาถึงกรุงเทพ
             หลังจากฟังเรื่องราว มิวได้แต่สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนพูดคำปฏิเสธออกมา ทันทีที่ได้ยินคุณลุงที่พยายามฝืนยิ้มหัวเราะก็เจื่อนลงคอตกนิดนึง บรรยากาศเงียบไปสักพัก เราก็จนด้วยคำพูด ไม่ใช่ไม่อยากช่วย แต่มิวช่วยไม่ได้ ถึงบริษัทจะรับ แต่เค้าก็ไม่รับเรื่องเกี่ยวกับโรคนี้ โรคที่ผู้เอาประกันเป็นก่อนสมัคร ทีนี้ในสายตาของคนทั่วไปจะเห็นเลยว่า คนสองคน สองเพศ สองวัย ต่างนั่งคอตกกันคนละมุมโต๊ะ

           อีกครั้งที่เป็นเคส ที่ให้ความรู้สึกเหมือน รอบตัวอยู่ในพายุฝน และมีภูเขาหนักๆมาวางทับอก โชคชะตาเล่นตลกกับมนุษย์เสียเหลือเกิน คนแข็งแรงดีกลับไม่สนใจ ที่จะทำประกัน กลับมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องถูกเอาเปรียบ สิ้นเปลือง และไม่จำเป็น นี่ไงความจำเป็น ผู้ชายที่นั่งก้มหน้าหลังจากได้ยินมิวพูดปฏิเสธไป เป็นตัวอย่างเป็นเหตุผลของความจำเป็น ที่เราต้องทำประกันเมื่อยังแข็งแรง

           วันนี้เรื่องราวก็จบลงด้วย คำพูดที่ทำได้แค่ให้กำลังใจ ซึ่งเชื่อว่าถ้ามันเปลี่ยนเป็นเงินรักษาตัวลูกคุณลุงได้ คุณลุงคงได้จากใครหลายคนมากพอที่จะรักษาลูก แต่มันเปลี่ยนเป็นเงินไม่ได้ คุณลุงเงยหน้ามาพูดคุยหัวเราะอยู่สักัพก ก็ร่ำลาลุกยืนขึ้น เราดูก็รู้ว่าคุณลุงพยายามยืดหลังให้ตรง ฝืนยิ้มนิดๆ  ก่อนหันหลังเดินจากไป แต่มิวเป็นคนที่นั่งอยู่ที่เดิมมองคุณลุงเดินไปไกลออกไป คุณลุงไปแล้ว แต่ทิ้งเมฆฝน และภูเขาแห่งความเศร้าไว้ที่มิวด้วย ถ้ามิวเป็นพระเจ้า มิวจะช่วยคุณลุงนะคะ แต่มิวเป็นแค่มนุษย์คนนึงที่ลืมตาดูโลกได้เพียง 30 ปี มิวเสกอะไรไม่ได้เลยค่ะ  มิวช่วยอะไรในเคสแบบนี้ไม่ได้เลยจริงๆค่ะ 

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม

LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

กฎหมายมรดก ไม่ใช่คนรวยหรือคนสูงวัยเท่านั้นที่ต้องรู้นะ

                   มรดก สามพยางค์สั้นๆ เล็กๆ แตอานุภาพ รุนแรงยิ่งใหญ่ บ้างมอบความซาบซึ้งสุขใจ บ้างก็ทำให้เกิดศึกสงคราม แล้วใครบ้างล่ะที่จะมีสิทธิได้รับมรดก 

กฎหมายได้กำหนดไว้ 2 ประเภทคือ 

1.ทายาทโดยพินัยกรรม หรือทายาทโดยเจตนาของเจ้าของมรดก

2.ทายาทโดยธรรมหรือทายาทโดยผลของกฎหมาย ซึ่งทายาทโดยธรรม นี้จะมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายต่อเมื่อ ผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมเอาไว้ หรือทำแต่ไม่ได้ระบุชื่อเจ้าของผู้รับมรดกหมดทุกชิ้น ชิ้นที่เหลือไม่มีชื่ออาจจะตกเป็นของทายาทกลุ่มนี้

คุณสมบัติทั่วไปของทายาทคือ
  1. บุคคลที่จะเป็นทายาทจะต้องมีสภาพบุคคลอยู่ในเวลาที่เจ้าของมรดกถึงแก่ความตาย กล่าวคือ เป็นคนที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่เจ้าของมรดกถึงแก่ความตายจนถึงปัจจุบัน รวมถึงไม่ใช่คนที่ทางศาลสั่งให้ เป็นบุคคลสาปสูญ
  2. บคคลที่มีสภาพบุคคลภายหลังที่เจ้าของมรดกถึงแก่ความตาย ย่อมไม่มีสภาพ บุคคลในขณะที่เจ้าของมรดกถึงแก่ความตาย เอาภาษาทั้วไปคือ ทารกหรือเด็ก ที่แม่ตั้งท้องหลังจากเจ้าของมรดกได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ทั้งนี้มีข้อยกเว้นแต่ 2 กรณี
    1.  เด็กที่เกิดมารอดอยู่ภายใน 310 วัน นับแต่เวลาที่เจ้าของมรดกถึงแก่ความตายนั้น เป็นทารกใน ครรภ์มารดาอยู่ในเวลาที่เจ้าของมรดกถึงแก่ความตาย
    2. เมื่อมูลนิธิใดซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยพินัยกรรมได้ตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลแล้ว ให้ถือว่าทรัพย์สินซึ่งผู้ทำพินัยกรรมจัดสรรไว้เพื่อการนั้น ตกเป็นของ นิติบุคคลนั้นตั้งแต่เวลาซึ่งพินัยกรรมมีผลเว้นแต่จะมีข้อกำหนดไว้ในพินัยกรรมเป็นอย่างอื่น”
  3.  บุคคลที่เป็นทายาทจะต้องมีฐานะเป็นทายาทประเภทหนึ่งประเภทใดตามที่กล่าวได้ข้างต้น
         
         พินัยกรร หมายถึง การแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายซึ่งให้มีผลบังคับได้เมื่อถึงแก่ ความตาย หรือถ้าเป็นภาษาพูดก็ได้แก่ คำสั่งเสียของผู้ตาย โดยกฎหมายกำหนดรูปแบบของพินัยกรรมไว้ 5 แบบ
  1.  พินัยกรรมแบบธรรมดา จะต้องทำเป็นหนังสือลงวันเดือนปีขณะที่ทำ ระบุคำสั่งเสียให้ชัดเจน แล้วลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมต่อหน้าพยาน 2 คน ซึ่งพยานทั้งสองคนจะไม่มีสิทธิ์ในพินัยกรรมดังกล่าว พินัยกรรมแบบนี้จะเขียนด้วยลายมือ หรือพิมพ์ก็ได้ และผู้ทำพินัยกรรมจะให้บุคคลอื่นเป็นผู้จัดทำก็ได้แต่ต้องระบุชื่อ และที่อยู่ของผู้นั้น ให้ชัดเจนลงไว้ในพินัยกรรม
  2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทๆพินัยกรรมต้องเขียนข้อความ ทั้งหมดด้วยลายมือตนเอง ตั้งแต่วันเดือนปี คำสั่งเสีย และการลงลายมือชื่อ พินัยกรรมแบบเขียนเองนี้กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องมีพยาน ดังนั้นจะ มี หรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้าการทำพินัยกรรมแบบนี้มีพยานด้วย ก็จะน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เพราะมี พยานผู้รู้เห็นด้วย โดยผู้ทำพินัยกรรมต้องลงมือเขียนด้วยลายมือของตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่อักษรตัวแรกจนถึงอักษรตัวสุดท้าย การนำแบบพิมพ์พินัยกรรมมากรอกข้อความลงไป ไม่ใช่การทำพินัยกรรมแบบเขียนเอง 
  3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ติดต่อที่นายอำเภอให้ช่วย ทำพินัยกรรมให้ โดยให้นายอำเภอจดแจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะระบุไว้ในพินัยกรรม และลง ลายมือชื่อของตนต่อหน้าพยาน 2 คน (พินัยกรรมแบบนี้ต้องติดต่อที่อำเภอ) 
  4. พินัยกรรมแบบลับ เมื่อทำพินัยกรรมแล้วปิดผนึกลง ลายมือชื่อคาบรอยผนึกนำไปแสดงต่อนายอำเภอและพยาน 2 คน ให้นายอำเภอจดถ้อยคำของ ผู้ทำพินัยกรรม และวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมไว้บนซองและประทับตราต าแหน่งลงลายมือชื่อ นายอำเภอ ผู้ทำพินัยกรรม และพยานบนซองนั้น(พินัยกรรมแบบนี้ต้องติดต่อที่อำเภอ) 
  5. พินัยกรรมด้วยวาจา พินัยกรรมแบบนี้จะมีผลบังคับตามกฎหมายได้ ต่อเมื่อ ได้ทำขึ้นในขณะที่มีพฤติการณ์พิเศษคือ ผู้ทำพินัยกรรมนั้น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความ ตาย มีโรคระบาด มีสงคราม บุคคลนั้นแสดงเจตนาต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน โดยที่พยานสองคน นั้นต้องไปแสดงตนต่อนาอำเภอโดยไม่ชักช้า แจ้งข้อความที่ผู้ตายสั่งไว้ด้วยวาจานั้น พร้อมทั้ง แจ้งวันเดือนปี สถานที่ที่ทำพินัยกรรม และพฤติการณ์พิเศษนั้นไว้ด้วย  
                       พินัยกรรมใน 4 รูป แบบแรก ผู้ทำพินัยกรรมจะเลือกทำ แบบใดก็ได้  โดยผู้ทำพินัยกรรม อาจจะมอบให้บุคคลซึ่งตนไวว้างใจเป็นผู้ดูแลรกัษาเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายปัญหา เรื่องพินัยกรรมจริง หรือปลอมก็ลดลงเพราะสามารถตรวจเช็คได้จากพินัยกรรมที่ทำขึ้นว่ามี ข้อความตรงกันหรือไม่
บุคคลซึ่งจะเป็นพยานในพินัยกรรม จะต้องเป็นมิได้เป็นบุคคลดังต่อไปนี้
  1.  ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
  2.  บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ
  3. บุคคลที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือจักษุบอดทั้งสองข้าง
               กรณีที่ผู้ทำพินัยกรรม ได้ทำพินัยกรรมเป็นต้นฉบับหลายฉบับ การแก้ไขพินัยกรรมจะต้องกระทำต่อพินัยกรรมทุกฉบับ แก้ไขที่ใดจุดใดต้องลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม และพยาน กำกับการแก้ไขตลอด ในกรณีที่ผู้ทำพินัยกรรมเปลี่ยนใจไม่อยากแสดงเจตนาเผื่อตายต่อไป ผู้ทำพินัยกรรมก็สามารถเพิกถอนพินัยกรรมที่ทำขึ้นได้ โดยทำลายพินัยกรรมที่ทำขึ้นนั้นทิ้งไปจะ โดยวิธีใดก็ได้ แต่ถ้าได้ทำพินัยกรรมขึ้นหลายฉบับต้องทำลายทิ้งทุกฉบับ

            แต่ปัญหาในเรื่องพินัยกรรมส่วนใหญ่จะมากจาก ทายาทโดยธรรม ซึ่งก็คือ บุตรในสมรส บุตรนอกสมรส บุตรบุญธรรม พีน้องที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันกับเจ้าของมรดก พี่น้องคนละพ่อหรือคนละแม่ของเจ้าของมรดก ภรรยาหรือสามีที่จดทะเบียนสมรสกับเจ้าของมรดก พ่อและแม่ในที่นี้รวมพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงของเจ้าของมรดกที่ได้รับการสมรสอย่างถูกต้อง ซึ่งคนกลุ่มนี้จะทำให้เกิดการฟ้องร้อง ยืดระยะเวลาการตัดสินกระจายทรัพย์สินออกไป 

         ในการเสียชีวิตทุกครั้ง เงิน ที่ดิน สินทรัพย์ใดๆ ยกเว้นกรมธรรม์ประกันชีวิต จะถูกยึดไว้ไม่ให้มีการถอนออกหรือจำหน่าย เพราะต้องรอทายาทโดยธรรมคนอื่นๆ มาท้วงสิทธิ์อันพึงได้ โดยทายาทโดยธรรมต้องฟ้องแบ่งมรดกภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่เจ้าของมรดก ตายหรือควรจะได้รู้ถึงแก่ความตายของเจ้าของมรดก หรือภายใน 10 ปีนับแต่ที่เจ้าของมรดกตาย ยกเว้นแต่ทายาทโดยธรรมฟ้องให้แบ่งมรดกในส่วนที่ตนเองร่วมครอบครอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตายฯ แต่ให้ฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ไม่ แบ่งมรดกให้ (นับแต่วันโต้แย้งสิทธิ) แทน
       
        นี่ล่ะที่บอกว่า ควรทำกรมธรรม์ไว้สำหรับเป็นมรดกเงินสด ที่ใช้และมอบให้คนที่เรารักทันที ใครก็ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งครอบครอง ระยะเวลาหนึ่งปีที่ยังไม่รวมการต่อสู้ชั้นศาลที่ยืดเยื้อ หากคุณไม่ทำไว้ คนที่คุณรักจะลำบากแค่ไหน คุณอาจจะคิดว่า คุณเป็นคนธรรมดา มรดกที่มีก็ไม่มากมายอะไร แต่ถ้ามีลูกสองคน ที่ตกลงกันไม่ได้ คนธรรมดามรดกไม่มาก ก็สร้างความลำบากได้เช่นกัน บนโลกใบนี้ ไม่มีใครที่รักและดูแล ปกป้อง พวกเขาได้ดีเท่าคุณอีกแล้ว เชื่อเถอะ   ประกันเงินออมไม่ใช่แค่การออมเงิน แต่เป็นมรดก เป็นความรักที่คุณทุ่มเทให้กับเขาในวันที่เขาไม่มีคุณ ใครที่เป็นผู้ได้รับเขไม่ได้ดีใจที่ได้เงิน แต่เขาดีใจที่สุดท้ายแล้วคุณไม่ได้ทิ้งเขาให้เผชิญปัญหาลำพัง


ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844