แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทุพพลภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ทุพพลภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

อะไรบ้างที่เป็นสาเหตุให้ประกันไม่จ่ายเงินให้คุณ

              เรื่องเงินๆทองๆกับประกัน เป็นอะไรที่ ผิดใจกันก็เพียงข้อความเนื้อหาในกรมธรรม์ บางคนไม่ได้อ่านฟังจากเซลล์พูดพร้อมกระดาษ 1 แผ่น บางคนอ่านแล้วตีความหมายไปในทางที่ผิด วันนี้จะมาพูดถึงกรณีที่พิพาทกันบ่อยๆ เกี่ยวกับประกันสุขภาพว่าทำไม ถึงไม่จายเงินตามที่เคยคุยกันเอาไว้  บางที่เรารับสื่อก็อาจจะต้องกรองกันหน่อย
               1. ทุพพลภาพ คนทั่วไปอาจจะนึกว่าพิการแขนขา ขาด 1 ข้าง ตาบอด แถมมีบัตรคนพิการ ก็เป็นทุพลภาพได้ ถือ ว่าเป็นการเข้าใจทีผิดนะคะ ทุพพลภาพในประกันคือ ถาวรและสิ้นเชิง กล่าวง่ายๆ ก็คือ ไม่สามารถปฎิบัติกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่ 3 อย่างขึ้นไป ใส่เสื้อผ้า รับประทานอาหาร หรือลุกจากเตียงได้ด้วยตนเอง แต่เดี๋ยวก่อน อัมพฤกษ์ อัมพาต ไม่นับรวมเป็น ทุพพลภาพนะคะ

              2.  ระยะเวลา 30 วัน 60 วัน และ 120 วัน ใน 30วันแรกนับตั้งแต่มีการเริ่มความคุ้มครอง บริษัท จะไม่จ่ายเงินค่ารักษาใดๆ หรือพูดให้ถูกต้องคือ สามเดือนไปแล้ว ผู้ทำประกันถึงสามารถใช้สิทธิได้ตามที่ ทำไว้ ทำไมถึงต้องมีวันกำหนด ใช้เลยไม่ได้หรือ เนื่องจากโรคทุกโรคล้วนมีระยะเวลาการก่อกำเนิดของมัน บริษัทต้องการตรวจสอบว่า โรคดังกล่าวนั้น ผู้เอาประกันไม่ได้เป็น หรือตรวจพบก่อนทำประกัยชีวิต ช่วงหลังจาก 30 วัน ผู้เอาประกันต้องชำระด้วยตัวเองก่อนแล้วเก็บเอกสาร สำคัญต่างๆมอบ ให้เจ้าหน้าที่ตัวแทนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการเบิกจ่ายให้
             3.โรคเรื้อรัง สืบเนื่องจากข้อ 2 การตรวจรักษาภาวะที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด ปัญหาด้านพัฒนาการ หรือโรคทางพันธุกรรม
             4. การตรวจรักษา หรือการผ่าตัดเสริมสวย หรือการแก้ปัญหา ผิวพรรณ สิว ฝ้ากระ รังแค ผมร่วง หรือควบคุมน้ำหนักตัว ยกเว้นบาดแผลอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุที่ได้รับความคุ้มครอง

             5. การตรวจสุขภาพทั่วไป การร้องขอเข้าอยู่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล การร้องขอผ่าตัดพักฟื้น หรือการเข้าพัก เพื่อตรวจหาสาเหตุใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย
             6. การตั้งครรภ์ แท้งบุตร ทำแท้ง การคลอด โรคแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ การแก้ปัญหาการมีบุตรยาก ทำหมันคุมกำเนิด
             7. การรักษา ป้องกัน การใช้ยาหรือสารต่างๆ เพื่อชะลอความเสื่อมของวัย  การให้ฮอร์โมนของทั้งหญิงและชาย การรักษาความผิดปกติทางเพศ และการแปลงเพศ
             8. ตรวจรักษาความผิดปกติทางสายตา เลสิค หรืออุปรณ์ที่ช่วยในเรื่องความผิดปกติ ด้านการมองเห็น
             9. การตรวจ ผ่าตัด รักษา โรคเกี่ยวกับฟันหรือเหงือก ทำฟันปลอม ครอบฟัน และอื่นๆ ยกเว้นกรณีการบาดเจ็บอุบัติเหตุ ซึ่งจะไม่รวมกับ ค่าฟันปลอม ครอบฟัน รักษารากฟัน
            10. รักษา บำบัด ภาวะติดสารเสพย์ติดให้โทษ บุหรี่ สุรา ยาเสพย์ติด

            11. การตรวจรักษา อาการทางจิต หรือความผิดปกติด้านบุคลิกภาพ รวมถึงภาวะสมาธิสั้น
            12. การตรวจรักษาที่ยังอยู่ในระหว่างการทดลอง หรืออาการหยุดหายใจขณะนอนหลับ การนอนกรน
            13. การปลูกฝี หรือการฉีดวัคซีนป้องกันโรค  ยกเว้นวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า แลัวัคซีนบาดทะยัก
            14. การตรวจที่ไม่ใช่แผนปัจจุบัน รวมถึงแพทย์ทางเลือก
            15. ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากผู้เอาประกันภัย ซึ่งประกอบอาชีพแพทย์สั่งให้แก่ตัวเอง รวมถึงค่าใช้จ่ายของบิดา มารดา คู่สมรส และบุตรของผู้เอาประกันภัย
            16. การฆ่าตัวตาย การพยายามฆ่าตัวเอง หรือ การทำร้ายตัวเอง ไม่ว่าจะกระทำด้วยตนเอง หรือยินยิมให้ผู้อื่นกระทำ  ไม่ว่าจะด้วยสภาวะจิตแบบใด  รวมถึงการใช้ยาเกินขนาดแพทย์สั่ง

            17. เป็นนักโทษ หรือก่ออาชญากรรม
            18. ปฏิบัติหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือ อาสาในพื้นที่สงคราม หรือปราบปราม
            19. สงคราม การรุกราน สงครามกลางเมือง การกบฏ การก่อจลาจล หรืออะไรที่จะเป็นเหตุให้มรประกาศ หรือคงไว้ที่ กฎอัยการศึก


ยาวหน่อยแต่อ่านเถอะเพื่อผลประโยชน์ของคุณเอง ช่วงนี้ขอโทษจริงๆค่ะ หายหน้าหายตาไป 
เดือนสุดท้ายแล้ว ขอ วิ่งงานจัดๆ นิดนึง เดือนหน้า จะกลับมาสู่ระบบเดิมนะคะ 

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม

LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844
             

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2561

วันสงกรานต์เกิดอุบัติเหตุ 2,449 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 148 ราย เจ็บกว่า 2,500 คน


         4วันสงกรานต์เกิดอุบัติเหตุ 2,449 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 148 ราย เจ็บกว่า 2,500 คน 

      สาเหตุส่วนใหญ่ยังเป็นดื่มแล้วขับ เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2561 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2561 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เม.ย. 2561 ซึ่งเป็นวันที่สี่ของการรณรงค์ "ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร" เกิดอุบัติเหตุ 603 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 57 ราย ผู้บาดเจ็บ 626 คน 



        สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 43.62 ขับรถเร็ว ร้อยละ 25.70 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 79.58 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.17 บนถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 43.62 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 32.84 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 – 20.00 น. ร้อยละ 30.68 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 22.11 ขณะที่สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 4 วัน (11 – 14 เม.ย. 61) เกิดอุบัติเหตุ 2,449 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 248 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,557 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 8 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง ลพบุรี สตูล สมุทรสงคราม หนองคาย หนองบัวลำภู และอ่างทอง  จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (99 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา (17 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ (109 คน).



       จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันที่ 13 – 14 เมษายน 2561 พบว่า ถนนสายรองและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอำเภอมีสถิติอุบัติเหตุทางถนนสูง เนื่องจากหลายพื้นที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์ และเฉลิมฉลองด้วยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจากการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่า ถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง มีสาเหตุหลักจากการขับรถเร็ว และดื่มแล้วขับ 


ขอขอบคุณข้อมูล จากมติชน ออนไลน์

วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2561

คุณกำหนดสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดกับคุณได้หรือไม่ 18+




คำเตือน คลิปนี้ 18+ อางจมีภาพและเนื้อหารุนแรง











รู้สึกอย่างไรบ้างคะ ดีที่กลุ่มคนในคลิปบางคนรอดชีวิต 
ในมุมมองกลับกัน ถ้าร้ยแรงกว่านั้นล่ะ
และสมมุติถ้าเป็นตัวคุณเอง คุณจะคิดว่าต้องทำอย่างไร







วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561

สงกรานต์เทศกาลแสนสุข วันหยุดนองเลือด

   

             อีกไม่ถึงสิบวัน เทศกาลที่แสนสุข อย่าง "สงกรานต์" สนุก ยืดเยื้อ ยาวนาน บางที่จัดถึงแค่ 15 บางทีก็ไหลไปถึง 21 ช่างสมกับชื่อวันไหลจัง ผู้คนจะเริ่มใช้สิทธิ์หยุดกันตั้งแต่วันที่ 11 เพื่อเดินทางกลับบ้าน กรุงเทพฯในบางเขตดูจะกลายเป็นเมืองร้างไปเลย บางคนสนุกตื่นเต้นที่ได้เล่นกิจกรรม บางคนสุดแสนที่จะเบื่อเพราะออกไปไหนตัวก็เปียก ยิ่งเฉพาะคนในพื้นที่ยอดนิยมสาดน้ำต่างๆ 


            แต่สิ่งที่เราต้องได้ยิน พ่อแม่บางคนที่รอลูกกลับถึงกลับยกมือไหว้ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพียงเพื่อหวังในใจอย่างยิ่งว่า ลูกรักจะกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย วันหยุดมักมาพร้อมกับโศกนาฏกรรม เพียงแค่บางคนอยากกลับถึงบ้านไวๆ หรือบางคนนึกครึ้มอกครึ้มใจกระดกเบียร์ ก็แค่เบียร์ไม่เมาหรอกเว้ยย.....บางคนได้กลับบ้าน บางคนไปไม่ถึงบ้าน และไม่ได้กลับบ้านอีกเลย


         
             หลายครอบครัวที่ลูกได้ทำการรดน้ำดำหัวพ่อแม่ หลายครอบครัวพ่อแม่ต้องรดน้ำศพลูก หรือรดน้ำลูกที่นอนพิการด้วยน้ำตาตัวเอง ไม่มีใครคาดคิด ไม่มีใครคาดฝัน ว่าตัวเลขหน้าจอเกี่ยวกับอุบัติเหตุนั้นๆ จะเป็นเราสักวันหนึ่งในอนาคต เอ้างั้นไม่ยาก ไม่อยากเสี่ยงเดินทาง ก็ไม่ต้องไปไหนดิ อยากเล่นก็เล่นแถวๆบ้านเอาก็ได้  ลืมอะไรไปหรือเปล่า ยังมีการเสียชีวิตสาเหตุอื่นๆในเทศกาลนี้นอกเหนือจากแค่รถชน 


           เทศกาลที่เต็มไปด้วยเสียงเพลงเต้นเร้าใจ กับเสียงหัวเราะ มักจะมาพร้อมๆกับสิ่งมึนเมา หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เรา หรือเขา หรือใคร ขาดสติ บางคนแค่มาเดินหาเพื่อน ก็ถูกกระสุนปริศนาพรากชีวิตไป บางคนเต้นกวนบาทาคนอื่นมากไปเลยโดนยำ หรือไม่ก็เดินไม่ดูทิศทางไม่ดูข้างหน้าสะดุดขาใครเข้า ก็พร้อมเปิดศึกสงคราม แทนสงกรานต์ได้เสมอ เราควบคุมอะไรได้ไหม....คุณจะอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ออกไปไหนบ้างเลยได้หรือเปล่า น้อยคนที่ทำได้ หลายๆคนทำไม่ได้ 


               ไม่มีใครสามารถรู้อนาคตได้ จะย้อนถามว่าการทำประกันก็ไม่ได้ช่วยให้อุบัติเหตุน้อยลงไปสักหน่อย จะเอามาพูดเพื่ออะไร จริงค่ะ เราไม่สามารถห้ามให้สิ่งร้ายๆแบบนั้นเกิดขึ้นกับคุณ แต่เราสามารถดูแลทั้งคุณ และครอบครัวคุณได้ ในกรณีที่คุณเกิดเหตุขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ในลักษณะไหน ทุพพลภาพ หรือจากไป คุณจะมีประกันชีวิตที่คุณทำไว้นี่แหละ ออกค่าใช้จ่ายแทนคุณเอง 


         อย่าโทษว่านางสงกรานต์ปีนี้ ปีนั้น หรือปีไหนดุ เสวยเลือดเป็นอาหาร มันไม่ใช่หรอกค่ะ สาเหตุคือคนเรานี่ล่ะ ประมาทกันเอง ประมาทการใช้ชีวิต ประมาทการวางแผนชีวิต คึกคะนอง นางสงกรานต์ปีนี้ไม่ดุนะคะ แต่เรามาคอยดูกัน ว่ายอดอุบัติเหตุ จะเยอะเหมือนเดิมไหม จะมีอีกคนที่ร้องไห้ จะมีใครที่คิดเสียดายว่ารู้งี้น่าจะทำประกันไว้ ความเสียดายนี้เกิดทุกปีค่ะ  หวังด้วยใจ ว่าทุกคนจะได้กลับบ้าน ไปหาครอบครัว และกลับมาสู้กับการทำงานเพื่อคนที่รักได้ อย่างปลอดภัย มีความสุขกับปีใหม่ไทยค่ะ

อย่างน้อยๆประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล จ่ายไม่กี่พันต่อปี  ก็คุ้มครองหลักแสนนะคะ 
แถมทำวันนี้ยังคุ้มครองเราทันทีอีกด้วย  ปกป้องครอบครัวคุณ ปกป้องตัวคุณเอง
อย่ารีรอ เพราะพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นใครรู้บ้าง


#รักตัวเองให้ครบทุกด้าน
#ใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท 

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844

วันอังคารที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2561

ทุพพลภาพ กับ พิการ ความเหมือนที่แตกต่าง ข้อพิพาทของลูกค้ากับการประกัน

          ศัพท์ประกันชีวิตที่ลูกค้าสับสนและเข้าใจผิดกันบ่อยที่สุด ความสับสนในความหมายที่เหมือนจะใช่แต่ดันไม่ใช่ หาในกูเกิ้ลก็ไม่มีอะไรเป็นข้อบ่งชี้แตกต่างเด่นชัด เรามาเคลียร์ความกระจ่างให้เด่นชัดในความหมายกันดีกว่า

        ทุพพลภาพ หมายถึง หย่อนกําลังความสามารถที่จะประกอบการงานตามปรกติได้ อวัยวะอาจจะยังอยู่แต่สูญเสียความสามารถในการใช้งาน  
       แต่ภาษาประกันชีิวิต เพิ่มเติมมาคือ ไม่สามารถประกอบหน้าที่การงานใดได้เลยอย่างสิ้นเชิงตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นอาชีพประจำหรืออาชีพอื่น หรือ ถ้าวัดกันจริงๆคือ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองในด้านใดๆได้เลย เช่นอุบัติเหตุทำให้เป็นอัมพาตตั้งแต่คอลงมา อันนี้ต้องจำเลยค่ะ ถ้าในกรมธรรม์ เขียนว่าทุพพลภาพ คือ ความหมายตามนี้เท่านั้น หรือมีอีกหนึ่งทางที่จะสามารถยืนยันได้ คือ มีผลยืนยันจากทางแพทย์ว่าคุณจัดเป็นบุคคล ทุพพลภาพ



          พิการ หมายถึง  บุคคลซึ่งมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม เนื่องจากมีความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว สื่อสาร จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญาและการเรียนรู้หรือความบกพร่องอื่นใด ประกอบกับมีอุปสรรคในด้านต่างๆ และมีความจำเป็นเป็นพิเศษที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือด้านหนึ่งด้านใด เพื่อให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคมได้อย่างบุคคลทั่วไป 
          คือ อธิบายภาษาง่ายๆ ได้ความว่า คุณขาขาด 1 ข้าง คุณจัดว่าพิการ แต่ไม่ใช่ทุพพลภาพ เอาเข้าใจง่ายไปกว่านี้คือ ตราบใดที่คุณยังช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง ใส่เสื้อผ้าได้เอง กินข้าวได้เอง และแถมยังทำงานได้ เช่น พิการขาสองข้าง เป็นนักศิลปะ หรือพิการสายตา ทำCall Center



      บ่อยครั้ง ที่ความผิดมาจากตัวแทนเอง ที่ใช้ศัพท์ผิด แทนที่จะอธิบาย ทุพพลภาพ แต่ดัน พูดว่าพิการเลยทำให้ลูกค้า เข้าใจไปผิด ที่นี้เลยเป็น ข้อพิพาท กันใหญ่โต และมิวเชื่อว่า บางคนก็ยังแปล ความหมายสองคำนี้ ไปในทางเดียวกันอยู่ดี รู้ไว้เลยค่ะ ว่าถ้ามีบัตรแสดงว่าตนเป็คนพิการจริง ประกันก็ไม่เครมให้ เพราะ คุณไม่ได้ทุพพลภาพ ต้องนำคำวินิจฉัยหมอมายืนยันค่ะ จะชัวร์ที่สุด

บริษัทไม่ได้โกงค่ะ มันมาจากความเข้าใจผิดล้วนๆเลย 
ถ้าคิดว่าบทวามนี้กำลังเป็นประโยชน์กับเพื่อนคนใด แชร์ได้เลยค่ะ
#คนพิการ
#ทุพพลภาพ

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396
มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844