แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินประกันเพื่อมรดก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินประกันเพื่อมรดก แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

เชื่อหรือไม่...คนไทยทั้งประเทศ 88% มีเงินในบัญชีไม่ถึง 5 หมื่นบาท

               เงินไม่ใช่ทุกสิ่งนะ แต่ทุกสิ่งมันซื้อได้ด้วยเงินนี่นา บางทีเราอาจจะจัดลำดับความสำคัญในการวางแผนการใช้เงินที่ผิดเพี้ยนไป นิดหน่อย เราทุ่มให้กับความต้องการต่างๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า ก็ทำงานมาเหนื่อยให้กำไรชีวิตตัวเองหน่อย จะเป็นอะไรไป รู้ตัวอีกที ของสะสม ก็เต็มห้อง เกินความจำเป็นต้องใช้ แต่ไม่เกินมูลค่าทางใจ แต่อย่าลืมว่าของทุกอย่าง ย่อมมีความเสื่อมและหมดอายุ หมดความนิยม แล้วยามที่เราลำบาก จะขายของสิ่งนั้น ถ้าไม่เฉพาะกลุ่มเฉพาะทาง คงพูดยากเรื่องกำไร
             

              ตอนนี้คนไทยเรา มีบัญชีรวมทุกธนาคาร ประมาณ 83 ล้านบัญชี (ดูรวย) แต่เงินฝากในบัญชี 88% ดันมีไม่ถึง 5 หมื่นบาท ที่กล่าวว่า 83 ล้านบัญชีนั้น เป็นเพียงแค่ บัญชีประเภทฝากออมทรัพย์ ยังไม่ได้รวม ประเภท ฝากประจำ และประเภทจ่ายคืนเมื่อทวงถาม ก็ถ้ารวมกันทั้งหมด จะอยู่ที่ 94.5  ล้านบัญชี

            เราจะกล่าวถึงแค่ในส่วนเงินฝาก จำนวนบัญชีเงินฝากที่ยอดไม่ถึง 5 หมื่น มีสัดส่วนสูงถึง 73 ล้านบัญชี บางคนอาจจะเถียงว่า หรอ แต่ของฉันนะมีหลักแสนนะ ค่ะ เช่นกัน เมื่อรวมเข้ากับคนที่มียอดเงินไม่ถึง 1 ล้าน ทั้งหมด (ยอดเงินในบัญชี 0 บาท - 9 แสน) ก็จะคิดเป็น 99% ในขณะที่จำนวนบัญชีออมทรัพย์ ที่มีเงิน มากกว่า 1 ล้านบาทขึ้นไป มีสัดส่วนจำนวนบัญชีแค่ร้อยละ 1 เท่านั้น แต่กลับมีเงินในบัญชีกลุ่มนี้รวมมากถึง 4.9 ล้านล้าน บาท
         
           นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังจำแนก ออกว่าเงินแต่ละช่วงมีกี่บัญชีให้ดู เรามาดูกันหน่อยว่าเราอยู่กลุ่มไหน แล้วมีเพื่อนร่วมชะตากรรมกันเท่าไร (ข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2561 )

ข้อมูลเดิม ณ ปี 2559

  • ไม่เกิน 5 หมื่นบาท      :    73 ล้านกว่าบัญชี
  • 5 หมื่นบาท - 1แสนบาท :  3 ล้านกว่าบัญชี
  • 1แสยบาท - 5 แสนบาท  :  4ล้านกว่าบัญชี
  • 5แสนบาท - 1 ล้านบาท  :  9แสนกว่าบัญชี 
  • 1 ล้านบาท - 500 ล้านบาท++ : 9 แสนบัญชี
           อยากเป็นหนึ่งในจำนวนคนที่อยู่ 2 ยอดสุดท้ายไหม รู้ไหมว่าการฝากเงินในบัญชีธนาคาร มันมีเงินจำนวนหนึ่ง หายไป เราอาจจะไม่รู้ตัว เช่น ค่าภาษี และค่าบริการทางธนาคาร ต่างๆ อยากมีเงินเก็บที่ไม่ต้องถอนออก แล้วการันตียอดแน่นอน ไม่มีอะไรมาตัดส่วนแบ่งออกไหม ถามมิวได้นะ ว่าทำไม เรื่องทำให้เงินลูกค้างอกเงยเป็นงานถนัดของมิว ไว้วันหบังมิวจะอธิบายความลับที่ธนาคารไม่เคยบอกเราให้ฟังค่ะ


ขอบคุณข้อมูลจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย วันที่ 1 เมษายน 2561 

ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องการวางแผนการเงินของคุณได้ที่


ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844


วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

กฎหมายมรดก ไม่ใช่คนรวยหรือคนสูงวัยเท่านั้นที่ต้องรู้นะ

                   มรดก สามพยางค์สั้นๆ เล็กๆ แตอานุภาพ รุนแรงยิ่งใหญ่ บ้างมอบความซาบซึ้งสุขใจ บ้างก็ทำให้เกิดศึกสงคราม แล้วใครบ้างล่ะที่จะมีสิทธิได้รับมรดก 

กฎหมายได้กำหนดไว้ 2 ประเภทคือ 

1.ทายาทโดยพินัยกรรม หรือทายาทโดยเจตนาของเจ้าของมรดก

2.ทายาทโดยธรรมหรือทายาทโดยผลของกฎหมาย ซึ่งทายาทโดยธรรม นี้จะมีสิทธิได้รับมรดกของผู้ตายต่อเมื่อ ผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมเอาไว้ หรือทำแต่ไม่ได้ระบุชื่อเจ้าของผู้รับมรดกหมดทุกชิ้น ชิ้นที่เหลือไม่มีชื่ออาจจะตกเป็นของทายาทกลุ่มนี้

คุณสมบัติทั่วไปของทายาทคือ
  1. บุคคลที่จะเป็นทายาทจะต้องมีสภาพบุคคลอยู่ในเวลาที่เจ้าของมรดกถึงแก่ความตาย กล่าวคือ เป็นคนที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่เจ้าของมรดกถึงแก่ความตายจนถึงปัจจุบัน รวมถึงไม่ใช่คนที่ทางศาลสั่งให้ เป็นบุคคลสาปสูญ
  2. บคคลที่มีสภาพบุคคลภายหลังที่เจ้าของมรดกถึงแก่ความตาย ย่อมไม่มีสภาพ บุคคลในขณะที่เจ้าของมรดกถึงแก่ความตาย เอาภาษาทั้วไปคือ ทารกหรือเด็ก ที่แม่ตั้งท้องหลังจากเจ้าของมรดกได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ทั้งนี้มีข้อยกเว้นแต่ 2 กรณี
    1.  เด็กที่เกิดมารอดอยู่ภายใน 310 วัน นับแต่เวลาที่เจ้าของมรดกถึงแก่ความตายนั้น เป็นทารกใน ครรภ์มารดาอยู่ในเวลาที่เจ้าของมรดกถึงแก่ความตาย
    2. เมื่อมูลนิธิใดซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยพินัยกรรมได้ตั้งขึ้นเป็นนิติบุคคลแล้ว ให้ถือว่าทรัพย์สินซึ่งผู้ทำพินัยกรรมจัดสรรไว้เพื่อการนั้น ตกเป็นของ นิติบุคคลนั้นตั้งแต่เวลาซึ่งพินัยกรรมมีผลเว้นแต่จะมีข้อกำหนดไว้ในพินัยกรรมเป็นอย่างอื่น”
  3.  บุคคลที่เป็นทายาทจะต้องมีฐานะเป็นทายาทประเภทหนึ่งประเภทใดตามที่กล่าวได้ข้างต้น
         
         พินัยกรรม หมายถึง การแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายซึ่งให้มีผลบังคับได้เมื่อถึงแก่ ความตาย หรือถ้าเป็นภาษาพูดก็ได้แก่ คำสั่งเสียของผู้ตาย โดยกฎหมายกำหนดรูปแบบของพินัยกรรมไว้ 5 แบบ
  1.  พินัยกรรมแบบธรรมดา จะต้องทำเป็นหนังสือลงวันเดือนปีขณะที่ทำ ระบุคำสั่งเสียให้ชัดเจน แล้วลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรมต่อหน้าพยาน 2 คน ซึ่งพยานทั้งสองคนจะไม่มีสิทธิ์ในพินัยกรรมดังกล่าว พินัยกรรมแบบนี้จะเขียนด้วยลายมือ หรือพิมพ์ก็ได้ และผู้ทำพินัยกรรมจะให้บุคคลอื่นเป็นผู้จัดทำก็ได้แต่ต้องระบุชื่อ และที่อยู่ของผู้นั้น ให้ชัดเจนลงไว้ในพินัยกรรม
  2. พินัยกรรมแบบเขียนเองทั้งฉบับ ผู้ทๆพินัยกรรมต้องเขียนข้อความ ทั้งหมดด้วยลายมือตนเอง ตั้งแต่วันเดือนปี คำสั่งเสีย และการลงลายมือชื่อ พินัยกรรมแบบเขียนเองนี้กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องมีพยาน ดังนั้นจะ มี หรือไม่มีก็ได้ แต่ถ้าการทำพินัยกรรมแบบนี้มีพยานด้วย ก็จะน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น เพราะมี พยานผู้รู้เห็นด้วย โดยผู้ทำพินัยกรรมต้องลงมือเขียนด้วยลายมือของตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่อักษรตัวแรกจนถึงอักษรตัวสุดท้าย การนำแบบพิมพ์พินัยกรรมมากรอกข้อความลงไป ไม่ใช่การทำพินัยกรรมแบบเขียนเอง 
  3. พินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมือง ติดต่อที่นายอำเภอให้ช่วย ทำพินัยกรรมให้ โดยให้นายอำเภอจดแจ้งข้อความที่ตนประสงค์จะระบุไว้ในพินัยกรรม และลง ลายมือชื่อของตนต่อหน้าพยาน 2 คน (พินัยกรรมแบบนี้ต้องติดต่อที่อำเภอ) 
  4. พินัยกรรมแบบลับ เมื่อทำพินัยกรรมแล้วปิดผนึกลง ลายมือชื่อคาบรอยผนึกนำไปแสดงต่อนายอำเภอและพยาน 2 คน ให้นายอำเภอจดถ้อยคำของ ผู้ทำพินัยกรรม และวัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรมไว้บนซองและประทับตราต าแหน่งลงลายมือชื่อ นายอำเภอ ผู้ทำพินัยกรรม และพยานบนซองนั้น(พินัยกรรมแบบนี้ต้องติดต่อที่อำเภอ) 
  5. พินัยกรรมด้วยวาจา พินัยกรรมแบบนี้จะมีผลบังคับตามกฎหมายได้ ต่อเมื่อ ได้ทำขึ้นในขณะที่มีพฤติการณ์พิเศษคือ ผู้ทำพินัยกรรมนั้น ตกอยู่ในอันตรายใกล้ความ ตาย มีโรคระบาด มีสงคราม บุคคลนั้นแสดงเจตนาต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คน โดยที่พยานสองคน นั้นต้องไปแสดงตนต่อนาอำเภอโดยไม่ชักช้า แจ้งข้อความที่ผู้ตายสั่งไว้ด้วยวาจานั้น พร้อมทั้ง แจ้งวันเดือนปี สถานที่ที่ทำพินัยกรรม และพฤติการณ์พิเศษนั้นไว้ด้วย  
                       พินัยกรรมใน 4 รูป แบบแรก ผู้ทำพินัยกรรมจะเลือกทำ แบบใดก็ได้  โดยผู้ทำพินัยกรรม อาจจะมอบให้บุคคลซึ่งตนไวว้างใจเป็นผู้ดูแลรกัษาเมื่อผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายปัญหา เรื่องพินัยกรรมจริง หรือปลอมก็ลดลงเพราะสามารถตรวจเช็คได้จากพินัยกรรมที่ทำขึ้นว่ามี ข้อความตรงกันหรือไม่
บุคคลซึ่งจะเป็นพยานในพินัยกรรม จะต้องเป็นมิได้เป็นบุคคลดังต่อไปนี้
  1.  ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ
  2.  บุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ
  3. บุคคลที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือจักษุบอดทั้งสองข้าง
               กรณีที่ผู้ทำพินัยกรรม ได้ทำพินัยกรรมเป็นต้นฉบับหลายฉบับ การแก้ไขพินัยกรรมจะต้องกระทำต่อพินัยกรรมทุกฉบับ แก้ไขที่ใดจุดใดต้องลงลายมือชื่อผู้ทำพินัยกรรม และพยาน กำกับการแก้ไขตลอด ในกรณีที่ผู้ทำพินัยกรรมเปลี่ยนใจไม่อยากแสดงเจตนาเผื่อตายต่อไป ผู้ทำพินัยกรรมก็สามารถเพิกถอนพินัยกรรมที่ทำขึ้นได้ โดยทำลายพินัยกรรมที่ทำขึ้นนั้นทิ้งไปจะ โดยวิธีใดก็ได้ แต่ถ้าได้ทำพินัยกรรมขึ้นหลายฉบับต้องทำลายทิ้งทุกฉบับ

            แต่ปัญหาในเรื่องพินัยกรรมส่วนใหญ่จะมากจาก ทายาทโดยธรรม ซึ่งก็คือ บุตรในสมรส บุตรนอกสมรส บุตรบุญธรรม พีน้องที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันกับเจ้าของมรดก พี่น้องคนละพ่อหรือคนละแม่ของเจ้าของมรดก ภรรยาหรือสามีที่จดทะเบียนสมรสกับเจ้าของมรดก พ่อและแม่ในที่นี้รวมพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงของเจ้าของมรดกที่ได้รับการสมรสอย่างถูกต้อง ซึ่งคนกลุ่มนี้จะทำให้เกิดการฟ้องร้อง ยืดระยะเวลาการตัดสินกระจายทรัพย์สินออกไป 

         ในการเสียชีวิตทุกครั้ง เงิน ที่ดิน สินทรัพย์ใดๆ ยกเว้นกรมธรรม์ประกันชีวิต จะถูกยึดไว้ไม่ให้มีการถอนออกหรือจำหน่าย เพราะต้องรอทายาทโดยธรรมคนอื่นๆ มาท้วงสิทธิ์อันพึงได้ โดยทายาทโดยธรรมต้องฟ้องแบ่งมรดกภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่เจ้าของมรดก ตายหรือควรจะได้รู้ถึงแก่ความตายของเจ้าของมรดก หรือภายใน 10 ปีนับแต่ที่เจ้าของมรดกตาย ยกเว้นแต่ทายาทโดยธรรมฟ้องให้แบ่งมรดกในส่วนที่ตนเองร่วมครอบครอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่เจ้ามรดกตายฯ แต่ให้ฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ไม่ แบ่งมรดกให้ (นับแต่วันโต้แย้งสิทธิ) แทน
       
        นี่ล่ะที่บอกว่า ควรทำกรมธรรม์ไว้สำหรับเป็นมรดกเงินสด ที่ใช้และมอบให้คนที่เรารักทันที ใครก็ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งครอบครอง ระยะเวลาหนึ่งปีที่ยังไม่รวมการต่อสู้ชั้นศาลที่ยืดเยื้อ หากคุณไม่ทำไว้ คนที่คุณรักจะลำบากแค่ไหน คุณอาจจะคิดว่า คุณเป็นคนธรรมดา มรดกที่มีก็ไม่มากมายอะไร แต่ถ้ามีลูกสองคน ที่ตกลงกันไม่ได้ คนธรรมดามรดกไม่มาก ก็สร้างความลำบากได้เช่นกัน บนโลกใบนี้ ไม่มีใครที่รักและดูแล ปกป้อง พวกเขาได้ดีเท่าคุณอีกแล้ว เชื่อเถอะ   ประกันเงินออมไม่ใช่แค่การออมเงิน แต่เป็นมรดก เป็นความรักที่คุณทุ่มเทให้กับเขาในวันที่เขาไม่มีคุณ ใครที่เป็นผู้ได้รับเขไม่ได้ดีใจที่ได้เงิน แต่เขาดีใจที่สุดท้ายแล้วคุณไม่ได้ทิ้งเขาให้เผชิญปัญหาลำพัง


ติดตามบทความสุขภาพและสอบถามเรื่องประกันชีวิตได้ที่

ปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลประกันเพิ่มเติม
LINE ID : chonchanit
Tel : 0619546396

มิว ชลชนิต ปึงวิริยะรัตน์ รหัสตัวแทน 594844